11 มิ.ย. 2020 เวลา 05:26 • ท่องเที่ยว
ปั่นจักรยานทั่วไทย | จังหวัดที่ 3 ชลบุรี
ต้นสายชายฝั่งทะเลบูรพา...จักรยานแล่นพามาชล
หากเอ่ยชื่อจังหวัดชลบุรี สิ่งแรกที่ใครๆ นึกถึงคงหนีไม่พ้น "ทะเล" ที่เป็นที่หมายของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่ความจริงแล้ว พื้นที่ของชลบุรียังมีอาณาเขตมากกว่าแค่เพียงบริเวณติดชายฝั่ง บริเวณที่ยังไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงนัก ในวันนี้ผมจะได้ไปสำรวจดูด้วยตัวเองว่าเป็นอย่างไร
จักรยานพาผมเคลื่อนตัวไปบนถนนสาย 331 จากหน่วยตำรวจทางหลวงแปลงยาว ไม่นานก็พ้นจากฉะเชิงเทราเข้าสู่ชลบุรีเขตอ.พนัสนิคม ตำแหน่งตัวเมืองพนัสนิคมอยู่ห่างไปทางด้านทิศตะวันตก การจะไปจึงต้องใช้เส้นทางสายย่อยตัดผ่าไป จีพีเอสแนะนำถนนเล็กๆ สายหนึ่งแก่ผมและผมก็เชื่อตามนั้น เป็นถนนที่ไม่มีหมายเลข ลัดเลาะผ่านต.หัวถนน มีชุมชนตั้งอยู่เรื่อยไปสองข้างทาง ผมแวะพักทานมื้อกลางวันที่ร้านหนึ่งในหมู่บ้านซึ่งร่มรื่นไปด้วยร่มไม้ ก่อนจะมุ่งหน้าลัดเลาะไปต่อตามทางจนมาทะลุออกถึงตัวเมืองพนัสนิคม
แหล่งรวมงานจักสานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ คือชื่อเสียงอย่างหนึ่งของพนัสนิคม ระหว่างที่ปั่นผ่านซอยในย่านตลาดก็จะเห็นร้านค้าที่จำหน่ายงานจักสานอยู่หลายร้าน นอกจากนี้ พนัสนิคมยังเคยถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ติดอันดับโลก ด้วยการจัดการให้ชาวเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี แม้จะเป็นเพียงเมืองเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักก็ตาม แม้จะมีเวลาได้อยู่ที่นี่เพียงไม่นาน แต่ผมก็สัมผัสได้ถึงเค้าลางของความสุขจากผู้คนที่พบเจอที่นี่จริงๆ
จากพนัสนิคม ผมยังคงต้องพาตัวเองตัดผ่านไปทางตะวันตกต่อ ด้วยถนนสายย่อยที่เริ่มจากวัดกุฏโง้ง เขาเขียวที่เป็นเป้าหมายค่อยๆ ปรากฎเด่นชัดเมื่อผมเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้เรื่อยๆ เส้นทางลัดเลาะพาผมมาถึงอ.บ้านบึงในที่สุด ช่วงเวลาของแสงอาทิตย์เหลืออีกไม่มากแล้ว ผมมุ่งหน้าไปใกล้เขาเขียวฝั่งอ.บ้านบึง เพื่อไปสถานที่ที่อาจไม่ค่อยมีใครนึกถึงในชลบุรี นั่นคือ "น้ำตก"
ถนนธารนทีที่อยู่ห่างจากตัวเมืองบ้านบึงมาเล็กน้อย เป็นเส้นทางที่ทอดนำไปสู่ "น้ำตกอ่างช้างน้ำ" บรรยากาศสวยงามตั้งแต่ทางเข้าด้วยทางคดโค้งและเส้นโค้งของทิวเขา ผมมาถึงบริเวณน้ำตกประมาณสี่ห้าโมงเย็น พี่เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ผมเข้าชมโดยไม่ต้องเสียค่าเข้า แต่ไม่สามารถขึ้นไปชมน้ำตกชั้นบนๆ ได้แล้ว เนื่องจากน้ำตกมีถึง 9 ชั้น และเวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนมืดก็ไม่สามารถขึ้นไปทันได้แน่นอน แม้จะได้ชมจากเพียงด้านล่าง ก็ทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความชุ่มฉ่ำจากป่าเขาเขียวในฤดูฝนได้แล้ว แต่อีกสิ่งที่น่าเสียดาย ด้วยความที่ยังเป็นนักเดินทางมือใหม่ ผมจึงยังไม่รู้อีกแล้วว่าสามารถกางเต็นท์พักที่นี่ แล้วค่อยขึ้นไปชมน้ำตกในตอนเช้าได้ อาจเป็นชะตาของผมที่จะต้องหาโอกาสกลับไปเยือนที่นี่อีกครั้ง
หน่วยตำรวจทางหลวงหนองปรือ อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองบ้านบึง เป็นจุดพักของผมในคืนนี้ จากประสบการณ์ที่สมุทรปราการและฉะเชิงเทราที่ผ่านมา ทำให้ผมมั่นใจในการขออนุญาตพี่ๆ ตำรวจทางหลวงมากขึ้น
ถนนสาย 344 ทอดยาวจากบ้านบึงถึงเมืองชลบุรี คือเส้นทางของผมในรุ่งเช้าวันถัดมา ปลายทางมาบรรจบกับถนนสายตะวันออกหมายเลข 3 หรือก็คือ "สุขุมวิท" ความทรงจำหวนกลับมาถึงกาลครั้งหนึ่งที่ผมออกปั่นจากกรุงเทพตอนกลางดึกบนถนนบางนา - ตราดและมาถึงชลบุรีในรุ่งเช้าเพราะร่างกายต้องการทะเลบำบัด บางแสนที่อยู่ใกล้เมืองกรุงที่สุดจึงเป็นทะเลที่ผมเลือกมา ตอนนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ผมได้ปั่นจักรยานมาที่นี่ แม้จากคนละสาเหตุคนละเส้นทาง
ผมมุ่งหน้าไปยังถนนลงหาดบางแสน เพราะมีนัดกับ "พี่โย" ครูสอนวิชาการแสดงประจำม.บูรพา จากการที่ได้เรียนและทำงานด้านละครเวทีมาก่อนจึง
ทำให้ผมกับพี่โยได้รู้จักกัน ที่ม.บูรพานี้ก็เคยได้มาทำการแสดงครั้งหนึ่งสมัยเรียน เรียกได้ว่าพอมีความเกี่ยวพันกันบ้าง พี่โยรออยู่ที่วงเวียนบางแสนแล้ว เราเข้าไปนั่งกินมื้อกลางวันและคุยกันในคาเฟ่แถวนั้น การเจอกับพี่โยครั้งนี้เตือนให้ผมได้ตระหนักว่าผมได้มาถึงอาณาเขตสุดท้ายที่ผมเคยรู้จักแล้วจริงๆ ต่อจากนี้ไปจะเป็นโลกใหม่ฝั่งตะวันออกที่ผมไม่มีคนรู้จักและกำลังจะได้ไปเยือนอาณาเขตเหล่านั้นเป็นครั้งแรก ผมขอบคุณพี่โยที่เลี้ยงข้าวและมาส่งผมออกสู่อาณาเขตใหม่ของชีวิต โดยทิ้งข้าวหลามหนองมนไว้เบื้องหลัง
ภาพลางๆ ในวัยเด็กของถนนสุขุมวิทที่จะพาไปยังพัทยาช่างเลือนลาง อาจะเพราะเคยเห็นเพียงผ่านกระจกรถยนต์ แต่ในตอนนี้ทุกภาพช่างแจ่มชัดเมื่อได้เห็นเมื่อเคลื่อนผ่านไปบนจักรยาน ถนนที่มีเนินคดเคี้ยวไปมาประมาณหนึ่งตามแบบฉบับภูมิประเทศชายฝั่ง เป็นภาพที่สวยดีนะ ผมแวะไปยังเกาะลอย พื้นที่ท่าเรือสำหรับเดินทางไปเกาะสีชัง เพื่อพักชมทิวทัศน์จากแผ่นดินที่ยื่นไปกลางทะเล
ช่วงท้ายของวัน เส้นทางลาดลงพาผมผ่านแหลมฉบัง อ่าวอุดม และส่งผมถึงพัทยาในที่สุด เป็นเวลาพลบค่ำพอดี จะมีอะไรน่าทำเมื่อคุณมาถึงพัทยาเวลานี้มากไปกว่า...การนอน หน่วยตำรวจทางหลวงพัทยาคือที่พักแรมของผมในคืนนี้ พี่ๆ ตำรวจก็แปลกใจอยู่บ้างที่ผมไปติดต่อ คงเพราะปกติไม่น่าจะมีใครที่มาเที่ยวพัทยาแล้วมานอนป้อมตำรวจแบบนี้
เช้าวันใหม่ที่พัทยา ผมมีโอกาสได้ใช้บัตร Muse Pass ที่ซื้อมาในการเข้าชมพิพิิธภัณฑ์ 2 แห่ง คือ Rubber Land พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับยางพารา และ Art in Paradise พิพิธภัณฑ์ภาพลวงตาสามมิติ เปิดโอกาสให้ผู้ชมใช้จินตนาการโพสต์ท่าสร้างภาพแนวๆ
ผมปั่นทะลุ Walking Street ที่หลับใหลในตอนกลางวัน ตั้งใจจะไปขึ้นเขาพระบาทเพื่อชมวิวเมืองพัทยา บทเรียนการขึ้นเขาของจริงครั้งแรกได้เริ่มขึ้น แตกต่างจากเขาหินซ้อนหรือทางชันไหนๆ ที่ผมเคยผ่านมา เพียงแค่เริ่มต้นออกแรงก็พบว่าชุดขับ 7 Speed ของผมไม่อาจไปไหว ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืน ผมจึงลงจูง แต่แล้วก็ได้ค้นพบว่าการจูงขึ้นทางชันแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ด้วยสัมภาระทั้งหมดที่แบก ผมหอบหายใจตลอดการเข็นจนขึ้นไปถึงโค้งแรก ก็ตัดสินใจล้มเลิกแผนการขึ้นไปยังยอดเขา วิธีการแก้ปัญหาทางเขาที่ผมทำได้ตอนนี้มีเพียงแค่การเลี่ยงไปก่อนเท่านั้น
หลังจากความพยายามล้มเหลว ผมไหลลงไปปั่นเลียบหาดจอมเทียนแทน หาดที่ไกลออกมาจากย่านที่ผู้คนพลุกพล่าน ช่วยให้ผมได้ผ่อนคลายหลังจากที่สูญเสียพลังงานไปมาก การลงไปชายหาดต้องแลกกับการปั่นย้อนทางลาดชันกลับไปยังถนนสุขุมวิทเพื่อเดินทางต่อ
"หาดบางเสร่" ป้ายชี้บอกทางเรียกร้องความสนใจให้ผมยอมไถลลงไปยังชายหาดที่ผมยังไม่เคยมาเยือนนี้ ผมชอบความรู้สึกเวลาที่ตัวเองได้เห็นน้ำทะเลแว่บแรก คงเป็นความรู้สึกของคนที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่บนใจกลางแผ่นดินมาตลอด แว่บแรกของหาดบางเสร่เองก็ทำให้หัวใจผมเต้นแรงได้เช่นกัน ผมปั่นเลียบชายหาดจนสุดฝั่ง ไปเจอสายรัดของยางยืดที่ร้านขายของชำ และนึกได้ว่าควรพกสำรองเผื่อเส้นที่ใช้อยู่ขาดหรือหายไป จึงซื้อมาเผื่อ 2 เส้น
ผมเดินทางมาถึงที่หมาย ณ อำเภอสุดท้ายที่อยู่ใต้สุดของชลบุรี...สัตหีบ ชั่วโมงท้องฟ้าสีบลูเริ่มมาเยือน เป็นสัญญาณว่าผมควรเข้าที่พัก และเช่นเคยที่สัตหีบก็มีหน่วยตำรวจทางหลวงที่ช่วยเหลือผมเรื่องที่พักสำหรับคืนแรกในสัตหีบ
เรื่องเล่าหนึ่งที่ผมเคยฟังจากแม่ก็คือ ช่วงหนึ่งของวัยเด็ก แม่เคยมาอาศัยอยู่ที่สัตหีบ แม้จะเป็นเวลาที่ผมยังไม่เกิดมาบนโลกเลยก็ตาม แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกเกี่ยวพันอย่างบอกไม่ถูก ผมจึงค้นหาชื่อโรงเรียนที่แม่เคยเล่า และมุ่งหน้าไปตามแผนที่ แต่แล้วก็พบว่าโรงเรียนนั้นไม่มีแล้ว จากการพูดคุยสอบถามคุณป้าที่นั่งอยู่หน้าบ้านแถวนั้นได้ความว่าโรงเรียนปิดไปนานแล้ว ป้าถามเพราะคิดว่าผมเคยเรียนที่นี่ ผมจึงเล่าคร่าวๆ ว่าคนที่มาเรียนเป็นแม่ของผม แม้ป้าเองจะอาศัยอยู่ที่สัตหีบมานานแล้ว แต่ก็คงยากเกินไปที่จะเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่นานนับสิบๆ ปีต่อกันได้ กาลเวลาผ่าน สถานที่ก็แปรเปลี่ยนไปตาม ผมขอบคุณป้าที่คุยเล่นกับคนแปลกหน้าอย่างผมก่อนจะปั่นจากมา
สัตหีบเต็มไปด้วยหาดมากมาย ผมตั้งใจว่าจะไปให้มากหาดที่สุด ตั้งต้นที่หาดดงตาล ปั่นเลียบหาดไปทางฝั่งตะวันออกเรื่อยๆ จากนั้นจะเป็นเขตของกองทัพเรือ ซึ่งสามารถปั่นผ่านเข้าไปได้ ซึ่งเส้นทางด้านในก็สับสนวกวนเหลือเกิน จนผมเกือบหลงอยู่หลายครั้งกว่าจะรู้ว่าต้องทะลุออกไปอีกด้านเพื่อไปยังหมู่บ้านแสมสาร สะพานท่าเรือไปเกาะแสมสารทอดยาวไปกลางทะเล เกาะแสมสารเป็นเกาะที่เปิดให้นักท่องเที่ยวไปชมแบบ One Day Trip เท่านั้น ไม่มีการนอนค้างบนเกาะ ไม่ไกลกันก็มีเกาะขามที่มีข้อกำหนดคล้ายๆ กัน
ผมไม่มีเวลาพอจะลงเรือไปชมเกาะทั้งสอง จึงเปลี่ยนเส้นทางปั่นมายังหาดน้ำใส ซึ่งน้ำก็ใสสมชื่อจริงๆ เกลียวคลื่นกับแหลมที่ยื่นโค้งออกไปเป็นวิวที่สวยงามยิ่งนัก แต่คงจะดีกว่านี้หากไม่มีกองขยะกองโตที่ถูกซัดเกยหาด ทางฝั่งตะวันออกนี้ยังมีหาดนางรอง หาดนางรำ และเรือหลวงจักรีนฤเบศรที่เป็นจุดเที่ยวยอดนิยม
เกือบหมดวันแล้วเมื่อผมกลับออกมาถึงจุดตั้งต้นหาดดงตาล ยังเหลือหาดฝั่งตะวันตกที่ยังไม่ได้ไป ผมตัดสินใจปั่นต่อเท่าที่จะไปทัน เริ่มมีผู้คนมาวิ่งและปั่นจักรยานออกกำลังกายช่วงเย็นในพื้นที่กองทัพเรือ ผมมาถึงหาดเตยงามหาดแรกของฝั่งตะวันตก มีผู้คนอยู่เยอะเลยทีเดียว คงเพราะเป็นหาดที่อยู่ไม่ไกล ผมกะว่าจะไปให้ทันพระอาทิตย์ตกที่หาดสอ ระหว่างทางต้องไต่ทางชันโดยไม่คาดคิด เป็นระดับที่ยังสามารถปั่นขึ้นไปได้ แต่ก็เสียเวลาไปเยอะ ขาลาดลงก็มีเสียงเห่าดังขรมจากศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด เล่นเอาตกใจ ดูระยะทางกับแสงอาทิตย์ที่เหลือแล้วคงไปถึงหาดสอไม่ทัน พอดีว่ามีป้ายบอกทางไปหาดทุ่งโปรงระยะแค่ประมาณ 1 กม. ผมจึงพุ่งตัวไปที่นั่นแทน เมื่อไปถึงก็พบกับกลุ่มดำน้ำที่กำลังขึ้นจากฝั่ง พี่ๆ เขาเล่าว่าหาดนี้ไว้ใช้สำหรับดำน้ำโดยเฉพาะ ไม่ได้เปิดให้ลงเล่นทั่วไป ผมเลยขอแค่นั่งชมแสงสุดท้ายจางๆ สักพักเท่านั้นพอ
สิ่งที่น่าเสียดายเล็กน้อยก็คือ ความจริงแล้วฟ้าระเบิดกำลังรออยู่ แต่ผมได้ปั่นกลับมาในตัวเมืองสัตหีบเรียบร้อยแล้ว ทำให้พลาดชมฟ้าระเบิดริมทะเลไปซะได้ แต่หากผมรออยู่ชมก็คงต้องปั่นกลับมาลำบากขึ้นในความมืด
ผมเกรงใจและไม่แน่ใจว่าจะขอพักที่หน่วยตำรวจเป็นคืนที่สองดีหรือไม่ เลยตัดสินใจเลือกพักที่โฮสเทลแทน เป็นการให้รางวัลตัวเองด้วยในตัว Sattahiptale Boutique Guesthouse คือที่พักของผมในคืนสุดท้ายที่สัตหีบ และเป็นโชคดีที่เป็นวันธรรมดา จึงได้ครอบครองห้องพักไว้เพียงผู้เดียว ที่นี่สามารถเก็บจักรยานเข้าไว้ด้านในได้ และยังมีบรรยากาศชิวๆ บนดาดฟ้ากับวิวงามๆ ยามราตรีอีกด้วย
4 วันที่ชลบุรีก็จบลงเพียงเท่านี้ และเส้นทางเลียบทะเลบูรพาของระยอง จังหวัดถัดไปก็รออยู่แล้ว
ชลบุรี @7 - 10 กันยายน 2018
Routing จากฉะเชิงเทรา > เข้าชลบุรีที่อ.พนัสนิคม > อ.บ้านบึง > อ.เมืองชลบุรี > อ.ศรีราชา > อ.บางละมุง > อ.สัตหีบ > เตรียมเข้าระยอง
#ปั่นจักรยานทั่วไทย
#เที่ยวทั่วไทย77จังหวัด
@The Way I Bike
โฆษณา