17 มิ.ย. 2020 เวลา 00:47 • สุขภาพ
ทริคการใช้ดวงตาให้สดใส ไม่ปวดเมื่อยดวงตา
งานก็แสนจะเร่ง ไฟลนก้นต้องทำให้เสร็จอีก แต่ปวดตาชะมัด จะทำยังไงได้บ้างเนี่ย
ในยุคดิจิตอล 4.0 ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการทำงานมักจะหลีกเลี่ยงการใช้สายตาทำงานอยู่หน้าคอมเป็นเวลานานๆไม่ได้เลย แถมไหนจะชอบเล่นมือถือไถหน้าจอทั้งวันอีก ทำให้ดวงตาของเราเมื่อยล้าหรือรู้สึกปวดหน่วงๆ รอบๆ บริเวณดวงตาอยู่บ้าง ซึ่งก็เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิต หากว่ามันจะเพิ่มอาการปวดมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนบางทีก็ลามไปเป็นอาการปวดหัวหรือปวดไมเกรนได้ด้วย ดังนั้นแล้วเรามาลองหาวิธี ที่จะช่วยไม่ให้ดวงตาเมื่อยล้าจากการใช้งานหน้าคอมพิวเตอร์กันดู
4 พักสายตากันสักหน่อย
แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นอันตรายกับสายตา จึงไม่ควรใช้สายตาจ้องคอมพิวเตอร์นานจนเกินไป ดังนั้นแล้วทางที่ดีเราควรพักสายตาทุกๆ ครึ่งชั่วโมง ควรพักให้ได้ 10-15 นาที หรืออย่างตอนพักกลางวันจากการทำงาน ก็ลองออกไปกินข้าวข้างนอก หรือเดินเล่นพักผ่อนในสวนเสียบ้าง ให้มองสีเขียวๆ จากต้นไม้ใบหญ้าเป็นหลัก ก็จะช่วยให้สายตาสบายขึ้น อีกทั้งยังห่างไกลจากอาการออฟฟิศซินโดรมได้ด้วย ใช้นาฬิกาหรือแอพแจ้งเตือนไม่ให้นั่งนานเกินไปดูได้นะ เพื่อเปลี่ยนอิริยาบทและพักผ่อนสายตาบ้าง
3 บริหารกล้ามเนื้อดวงตา
ฟังดูน่ากลัวแต่จริงๆ เป็นแค่การกรอกตาเฉยๆ ให้ลองหลับตา แล้วกรอกตาไปมาจากซ้ายไปขวา จากนั้นก็กลับมากรอกตาจากบนลงล่าง เป็นจำนวน 5-10 ครั้ง เพื่อให้ดวงตาคลายความเมื่อยล้าได้ ทำให้ไม่รู้สึกล้าจากการใช้งานอย่างต่อเนื่องจนเกินไป รวมถึงใช้กฎ 20-20-20 ในการบริหารดวงตา นั่นก็คือ ทุกๆ 20 นาที ให้ลองเปลี่ยนสายตาไปจ้องโฟกัสวัตถุที่อยู่ไกลออกไปสัก 20 ฟุต เป็นเวลา 20 นาที ซึ่งก็เป็นทริคที่จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อตาได้บ้าง
2 ลองใช้น้ำตาเทียมช่วยดู
ปกติคนเราจะกระพริบตาประมาณ 15 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อเราอยู่หน้าจอคอมเราจะกระพริบตาลดลงถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียว นอกจากนั้นยังกระพริบเปลือกตาลงมาไม่สุดด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการตาแห้งได้ ยิ่งทำงานอยู่ในห้องปรับอากาศก็ยิ่งแห้งง่ายกว่าเดิมเข้าไปอีก ดังนั้นทุกๆ 20 นาที แนะนำให้ลองกระพริบตาช้าๆ 10 ครั้ง โดยกระพริบให้สุดเหมือนเวลาที่นอนหลับ เพื่อปรับความถี่ในการกระพริบตาให้เป็นปกติ ส่วนใครที่รู้สึกตาแห้งมาก ก็ให้ใช้น้ำตาเทียมที่มีขายตามร้านขายยา ช่วยจะทำให้ดวงตาชุ่มชื้นและสดชื่นมากยิ่งขึ้น
1 รับประทานอาหารบำรุงดวงตา
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เป็นกลุ่มผลไม้รสเปรี้ยวฉ่ำอมหวาน เป็นแหล่งของวิตามินซีมหาศาลที่มีส่วนช่วยบำรุงสายตา เช่น โกจิเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ อีกทั้งผักที่มีเบต้าแคโรทีน เช่น หัวแครอท ฟักทอง แตงโม มะละกอ รวมไปถึงผักใบเขียวที่เต็มไปด้วยวิตามินเอที่มีส่วนช่วยในการมองเห็น อย่าง ตำลึง ผักบุ้ง บล๊อคโคลี ก็ควรขยันกินเข้าไว้เพื่อบำรุงสายตาเป็นพิเศษหน่อย
ในกรณีที่รู้สึกว่าตาล้า ตาแห้ง ปวดกระบอกตา ตาสู้แสงไม่ไหวแล้ว ให้ไปพบจักษุแพทย์โดยด่วน เพื่อวินิจฉัยและหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมต่อไป เพราะดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางมาก ไม่ควรปล่อยไว้นาน เพราะจะเป็นอันตรายได้ ส่วนใครที่ตาปกตินอกจากดูแลให้ดีแล้ว อย่างน้อยก็ควรตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปีด้วย
คุณมีอาการปวดตาบ่อยไหม?
บทความ โดย : Akine_noxx
เผยแพร่ครั้งแรกในเว็บ Spice/Pepper
ฝากติดตาม กดไลค์ กดแชร์ คอมเม้นท์เป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา