13 มิ.ย. 2020 เวลา 10:08 • สุขภาพ
‘เว้นที่นั่ง’ บนเครื่องบิน จำเป็นหรือไม่?
.
หลังการประกาศคลายล็อคเฟส 4 ซึ่งจะเริ่มใช้วันที่ 15 มิถุนายนนี้ สายการบินจะสามารถขายตั๋วได้ 100 % หมายความว่า จะไม่มีการนั่ง ‘ที่เว้นที่’ บนเครื่องบินอีกต่อไป แต่ยังคงให้ผู้โดยสารสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาระหว่างการเดินทาง หลายคนคงตั้งคำถามว่า สรุปแล้ว ‘การนั่งที่เว้นที่’ เพื่อการเว้นระยะห่างทางสังคม จำเป็นหรือไม่? มันได้ผลหรือไม่ในทางปฏิบัติ ?
.
ตามหลักของการทำ Social Distancing หรือ การเว้นระยะห่างทางสังคมในช่วง Covid-19 เราต้องเว้นระยะห่างจากคนรอบข้างในระยะ 2 เมตร แต่เครื่องบินไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการเว้นระยะห่าง ตรงกันข้ามมันถูกออกแบบมาเพื่อให้จุคนได้เยอะที่สุดในพื้นที่ที่จำกัด
.
ขนาดของที่นั่งบนเครื่องบินโดยทั่วไปจะมีความกว้างประมาณ 45 ซม. ดังนั้นถึงแม้จะเว้นที่นั่งตรงกลาง เราก็จะห่างจากคนข้างๆเพียง 45 ซม. เท่านั้น ซึ่งถ้าจะเว้นระยะให้ได้ 2 เมตรจริงๆ เราจะต้องนั่งห่างกันอย่างน้อย 4 ที่นั่ง เท่ากับว่า นั่งได้แค่ที่นั่งติดหน้าต่าง (Window seat) เท่านั้น
.
อย่าลืมว่า ในระหว่างการเดินทางจะมีลูกเรือเดินไปมาเพื่อตรวจเช็คความเรียบร้อยภายในห้องโดยสาร ไหนจะผู้โดยสารที่ต้องการลุกไปเข้าห้องน้ำอีก
.
ถ้าจะเว้นระยะห่างให้ได้ 2 เมตรจริงๆ ต้องเว้นที่นั่งระหว่าง ‘แถว’ ด้วย ที่นั่งแต่ละแถวบนเครื่องบินจะห่างกัน 75-80 ซม. หมายความว่า เราจะต้องเว้นอย่างน้อย 2 แถวว่างระหว่างผู้โดยสารด้วยเพื่อให้ได้ระยะ 2 เมตร
.
ถ้าทำได้ตามนี้จริงๆ สายการบินจะสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้เพียง 15% เท่านั้น
.
เมื่อปี 2019 สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ประกาศว่า อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Load factor) ของสายการบินทั่วโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 84% ดังนั้น หากเราใช้มาตรการ ’นั่งที่เว้นที่’ ในเครื่องบินที่ออกแบบที่นั่งแบบ 3 - 3 เช่น B737 หรือ A320 Load factor จะอยู่ที่ประมาณ 66.7% ไม่ต้องพูดถึงการเว้นระยะห่างทางสังคม 2 เมตรที่อธิบายไปข้างต้นซึ่ง Load factor จะเหลือเพียง 15% เท่านั้น
.
บอกเลยว่า แม้แต่ในช่วงก่อน Covid-19 บางสายการบินขายตั๋วเต็มทุกที่นั่งยังแทบ ‘ไม่ทำกำไร’ เลย
.
การนั่งที่เว้นที่บนเครื่องบินจึงไม่เกิดประโยชน์กับใครเลยทั้งผู้โดยสารและสายการบิน
.
หลายๆสายการบิน เช่น Ryanair เสนอว่า เราควรใช้มาตรการป้องกันการแพร่เชื้อแทนการนั่งที่เว้นที่ เช่น การวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนขึ้นเครื่อง การสวมหน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง Delta Air เลือกใช้การเปลี่ยนรูปแบบการ Boarding โดยจะเรียกผู้โดยสารเป็นกลุ่มเล็กๆ เริ่มจากผู้โดยสารแถวหลังสุดขึ้นก่อนไล่ไปจนถึงแถวหน้าสุด เพื่อลดการเดินผ่านกันไปมา
.
IATA เองก็ออกมาบอกว่า การทำ Social Distancing บนเครื่องบินไม่มีความจำเป็นเพราะความเสี่ยงในการติดเชื้อจากการเดินทางด้วยเครื่องบินค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว จากการสำรวจ 18 สายการบินชั้นนำของโลกในช่วงที่โควิดระบาดตั้งแต่เดือน ม.ค - มี.ค. พบว่า มีผู้ติดเชื้อแค่ 3 เคสเท่านั้นที่สงสัยว่าอาจได้รับเชื้อบนเครื่องบิน
.
ที่มา @IATA The International Air Transport Association (IATA
นั่นก็เพราะว่า เครื่องบินมีระบบกรองอากาศที่ดีเยี่ยมเทียบเท่าห้องพักผู้ป่วยภาวะวิกฤตในโรงพยาบาล โดยเครื่องบินทุกลำจะมีการติดตั้งแผ่นกรองอากาศ (Filter) ประสิทธิภาพสูง เรียกว่า HEPA (High-Efficiency-Particulate-Air) ซึ่งสามารคัดกรองฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็ก อาทิ ไวรัส แบคทีเรีย ได้ถึง 99.99% การทำงานของระบบปรับอากาศบนเครื่องบินจะหมุนเวียนเป็นวงกลม โดยดึงอากาศจากภายนอกครึ่งนึงมาผสมกับอากาศบนเครื่องที่ผ่านการกรองด้วยแผ่นกรองอากาศ HEPA อีกครึ่งนึงผสมกันไปเรื่อยๆอย่างนี้ทุกๆ 2 – 3 นาที นอกจากนี้ระบบปรับอากาศบนเครื่องบินยังถูกควบคุมเรื่องการไหลเวียน ความดัน อุณหภูมิ และคุณภาพอากาศตลอดเวลาขณะเดินทางอีกด้วย
.
ที่มา ANA
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว การ ‘นั่งที่เว้นที่’ บนเครื่องก็อาจไม่จำเป็นเท่าไหร่ อย่างไปบอกไปว่า การนั่งที่เว้นที่จะทำให้เราห่างจากคนอื่นเพียงแค่ 45 ซม.เท่านั้น แถมยังอาจทำให้สายการบินต้องขึ้นราคาค่าตั๋ว ซึ่งกลายเป็นว่า ไม่มีใครได้ประโยชน์จากการนั่งที่เว้นที่เลย
.
อ่านมาถึงตรงนี้ Planepoint อยากถามว่า คุณผู้อ่านมั่นใจกับการเดินทางด้วยเครื่องบินในช่วง Covid-19 แค่ไหนคะ? หรือใครมีประสบการณ์การขึ้นเครื่องในช่วงนี้ มาแชร์กันได้นะคะ
#planepoint #SocialDistancing #โควิด19 #เครื่องบิน #สายการบิน
ติดตามเรื่องราวและข่าวสารการบินได้ที่
โฆษณา