มีบัญชีอยู่แล้ว?
มีหนูสองตัวทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน หนูตัวแรกเป็นหนูในเมือง อีกตัวเป็นหนูบ้านนอก
วันหนึ่งหนูบ้านนาได้ชวนหนูในเมืองไปเที่ยวบ้านตนและจะพาไปกินอาหารสไตร์ลูกทุ่งจึงพูดกับหนูในเมืองว่า
"ไอ้เพื่อนยาก วันนี้ข้าจะพาแกไปทานอาหารรสเด็ดจากบ้านข้า พร้อมทั้งสูดกลิ่นโคลนสาปควายไปไหมว่ะ"
หนูบ้านนอกเอ่ยปากชวนอย่างภาคภูมิใจ
"เห้ยไอ้หนูข้าเคยปฏิเสธเอ็งสักครั้งไหม" หนูในเมืองตอบ
ทั้งสองจึงออกเดินทางไปบ้านนอก และหนูบ้านนอกก็ได้พาหนูในเมืองไปกินเศษข้าวที่ตกหล่นกระจายอยู่ตามท้องนา กินผักตามธรรมชาติ
ซึ่ง สำหรับหนูในเมืองแล้ว มันก็แค่พออิ่มท้องแต่ไม่ได้ถูกปากเลยแม้แต่น้อย
หนูในเมืองจึงพูดกับหนูบ้านนอกว่า" เห้ยเอ็งทนกินของพวกนี้ได้ยังไงกัน ช่างไร้รสนิยมสิ้นดี
แกจะไปต่างอะไรกับพวกแร้งพวกกาน่ะ
ที่คอยเก็บกินเศษอาหารที่เขาไม่เอาแล้ว
ข้าฝืนกินกับแกไม่ไหวหรอก
เดี๋ยวข้าจะพาเอ็งไปเปิดหูเปิดตาที่บ้านข้า
แกจะได้รู้ว่าการกินอาหารที่อร่อยๆในเมืองศิวิไลซ์มันเป็นรสชาติยังไง อิ่มแล้วข้าจะพาไปเที่ยวหนูโสเภณีต่ออีก มีแต่แจ่มๆทั้งนั้น
จะได้ลองใช้ชีวิตแบบผู้ที่ศิวิไลซ์เขาทำกัน "
ครั้นทั้งสองเดินทางไปถึงที่อยู่ของหนูในเมือง
หนูในเมืองได้พาเพื่อนบ้านนาไปชมแสงสี และอาหารต่างๆไม่ว่าจะเป็นชีส
ไก่ทอด KFC เค้ก พิซซ่าวางเรียงรายกันตรงหน้า หนูบ้านนอกถึงกับน้ำลายสอทันที
แต่เมื่อทั้งสองกำลังจะลงมือกิน เสียงประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเจ้าของบ้าน หนูทั้งสองตกใจวิ่งตะเลิดไปซุกตัวอยู่ในตู้ หนูในเมืองกระซิบบอกหนูบ้านนอกว่า รอเด่วเพื่อน เมื่อคนออกไปแล้ว ข้าจะพาแกกลับไปกินให้อร่อยเลย
แต่ทันใดก็มีคนมาเปิดตู้เพื่อหาของ หนูทั้งสองถูกไล่ตี ตกใจสุดขีดวิ่งแทบเอาชีวิตไม่รอด ทั้งหิว ทั้งเฉียดตาย
และทั้งสองจึงไปพบกันที่จุดนัดพบ
หนูบ้านนอกบอกกับหนูในเมืองว่า เพื่อนเอ๋ย ถึงแกจะได้กินอาหารที่อร่อยเพียงใดก็ตาม ขอให้แกกินเถอะ แต่การกินของแกมันช่างลำบากนักต้องแก่งแย่ง และฉกฉวยเขากินตลอดเวลา ไม่ต่างจากขอทานหรือแมวขโมยเลย อีกทั้งภัยอันตรายรอบด้าน ยิ่งศิวิไลซ์มากเท่าใดมันยิ่งน่ากลัวไปอีกนะข้าว่า
ข้าขอกลับไปหากินตามท้องนาตามเดิมข้ายังสบายใจกว่า
ว่าแล้วเจ้าหนูบ้านนอกจึงกลับบ้านนอกตามเดิม
จากเรื่องนี้ ท่านผู้อ่าน ได้ข้อคิดใดบ้าง ช่วยคอมเม้นแลกเปลี่ยนกันด้วย
กดติดตามเพื่อรับอาหารสมองกับ
9richer ก้าวที่ดีขึ้น
ช่องทางติดตามอื่นๆ
Youtube
เรียนรู้เพิ่มเติม
https://m.youtube.com/channel/UCj6EQzJqwP16HgsuNsGjwwg
Facebook
    สุกัญญา (เอ็ก)
    ความคิด.ความชอบเลือกที่สุดของจิตใจ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ทำไมคนรุ่นใหม่ไม่เล่นหุ้นและเกลียดบริษัทที่ไม่เป็นธรรม นอกจากหุ้นจะเป็นสินทรัพย์ที่สร้างกำไรมหาศาลแก่นักลงทุนแล้ว ก็ยังถือเป็น ‘ความมั่งคั่ง’ สำคัญของบริษัทไม่แพ้กัน แต่จะเป็นอย่างไรหาก ‘คนรุ่นใหม่’ ไม่ได้สนใจลงทุนในหุ้นอีกต่อไป แต่กลับหันมากระโดดลงไปเล่นในตลาดขาซิ่งอย่างคริปโตที่หวือหวาและผันผวนกว่าแทน? แม้ว่ากระเป๋าเงินของคนรุ่นใหม่จะยังมีขนาดเล็กมากในวันนี้ แต่ยิ่งเวลาผ่านไปก็จะเติบใหญ่เป็นกองเงินมหาศาลได้ไม่ยาก คำถามก็คือ เมื่อถึงวันนั้นคุณจะยังอยู่ในสายตาของพวกเขาหรือไม่ เคน นครินทร์ สรุปผลวิจัย ‘พฤติกรรมเชิงลึกและไลฟ์สไตล์ทางการเงินของคนรุ่นใหม่’ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ และคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ค้นหาคำตอบถึงเบื้องหลังการตัดสินลงทุน พร้อมพูดคุยประเด็นสำคัญที่ว่า วันนี้คนรุ่นใหม่ ‘เกลียดบริษัทที่ไม่เป็นธรรม!’
      ข่าวดี!! แอสเซท พลัส ปรับลดขั้นต่ำ ASP-SME และ ASP-SME-SSF เพื่อให้การลงทุนของคุณง่ายขึ้น เริ่มต้นเพียง 1 บาท กองทุน ASP-SME ได้รับ Overall Morningstar Rating 5 ดาวในกลุ่ม Equity Small / Mid-Cap ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธ.ค. 64 และรางวัลกองทุนยอดเยี่ยม จาก Money and Banking 2021 ประเภททุนหุ้นไทย
      จริง ๆ แล้วไฟหรี่ มีเอาไว้ทำไม❓ รู้หรือไม่ว่า"ไฟหรี่"ไม่ได้มีไว้ใช้ตอนขับรถบนถนนที่มืดสลัวมัวตานะ🚘
      เด็กไทยเกิดน้อยลงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะปี 2564 ที่ผ่านมา จำนวนการเกิดของประชากรน้อยกว่าจำนวนการตายเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี (2536 - 2564) คือมีคนเกิด 544,570 คน ส่วนคนตายมี 563,650 คน จากภาพกราฟการเกิดของประชากรไทยที่เป็นไวรัลเมื่อวานนี้ (25 ม.ค. 65) workpointTODAY ลองสืบค้นข้อมูลต่อ พบว่าการเกิดของประชากรไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วง 8 ปีที่ผ่านมา
      ดูทั้งหมด