คลื่นสมอง
บทความนี้จะมาให้ความรู้กับทุกท่านในเรื่องที่ใกล้ตัวเราที่สุด และคุณกำลังใช้มันอยู่ในตอนนี้ด้วย นั่นก็คือสมอง
สมองเป็นอวัยวะที่ใช้พลังงานสูงถึง 20 % ของร่างกาย ถ้าเทียบสัดส่วนขนาดของมันแล้วถือว่าเป็นอวัยวะชิ้นเล็กที่ใช้พลังงานมากเลยทีเดียว
นอกจากนั้นยังถือเป็นอวัยวะที่มีความลับซ่อนอยู่มากมายที่รอการพิสูจน์ แต่หนึ่งสิ่งที่วิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้แล้วนั่นคือ “คลื่นสมอง”
คลื่นสมองเกิดขึ้นได้เพราะว่าในสมองของเราประกอบไปด้วยเซลล์ประสาทประมาณ 86,000 ล้านเซลล์ และมันจะใช้กระแสไฟฟ้าในการสื่อสารระหว่างกัน
เมื่อในสมองใช้กระแสไฟฟ้าย่อมต้องมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเกิดขึ้นด้วยเสมอ นั่นจึงเกิดเป็นคลื่นสมอง โดยคลื่นสมองสามารถแบ่งตามช่วงความถี่ของคลื่นได้ดังนี้
1. คลื่นแกมม่า(Gamma wave)
ความถี่ของคลื่นอยู่ที่ 27-100 Hz คลื่นแกมม่าจะเกิดขึ้นขณะที่สมองตื่นตัวที่สุด เป็นคลื่นที่เกี่ยวกับการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ แต่ข้อเสียของคลื่นแกมม่าคือถ้าความถี่คลื่นอยู่ที่ 50-100 Hz สมองจะคิดฟุ้งซ่านเกินไปจนอาจเกิดลมบ้าหมูได้
1
2. คลื่นเบต้า(Beta wave)
1
ความถี่ของคลื่นอยู่ที่ 12-27 Hz เป็นคลื่นสภาวะตื่นหรือเป็นคลื่นของคนที่มีสติสัมปชัญญะทั่วไป คนส่วนใหญ่มักจะอยู่ในช่วงคลื่นนี้ สามารถพูดคุยตอบสนองกันได้ปกติ
3. คลื่นอัลฟ่า(Alpha wave)
ความถี่ของคลื่นอยู่ที่ 8-12 Hz มักพบขณะที่กำลังพักผ่อนอยู่ เป็นคลื่นสมองที่เกิดในช่วงที่ร่างกายผ่อนคลาย ความเครียดลดลง
4. คลื่นเธต้า (Theta wave)
ความถี่ของคลื่นอยู่ที่ 3-8 Hz นักวิจัยเรียกคลื่นนี้ว่า “คลื่นแห่งความตื่นรู้” มักจะพบขณะที่เราผ่อนคลายอย่างสูงสุดและมักเกิดกับคนที่เข้าสู่สภาวะสมาธิ ข้อดีของคลื่นนี้คือจะทำให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดรฟินในปริมาณมาก ซึ่งทำให้ไม่เป็นโรคเครียด โรคหัวใจ โรคไมเกรน การที่เราจะทำให้สมองของเราเข้าสู่ช่วงคลื่นนี้ทำได้โดยการนั่งสมาธิและการสวดมนต์ นอกจากนั้นสมองที่อยู่ในช่วงคลื่นนี้ยังอ่อนไหวต่อการชักนำอีกด้วย จึงเป็นช่วงที่เหมาะกับการสะกดจิต ไม่ว่าจะสะกดจิตผู้อื่นหรือสะกดจิตตนเองก็ตาม
5. คลื่นเดลต้า(Delta wave)
ความถี่ของคลื่นอยู่ที่ 0.2-3 Hz เกิดขึ้นขณะที่หลับลึกหรือหลับแบบไม่ฝัน เป็นช่วงที่สมองรีเซ็ตตัวเองและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย หากเราสามารถพักผ่อนจนสมองเราอยู่ในช่วงคลื่นนี้ได้จะเป็นสิ่งที่ดีมาก
เนื่องจากสมองของเราทำงานด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อุปกรณ์ใดก็ตามที่ส่งสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา อย่างเช่น โทรศัพท์มือถือ เราก็ควรที่จะนำให้ห่างจากสมองของเรา เพราะมันจะทำให้คลื่นสมองของเราถูกรบกวนและอาจทำงานผิดปกติได้
ดังนั้นขณะที่ใช้โทรศัพท์มือถือเราก็ควรใช้ให้ห่างจากสมองเขาเรา และขณะที่นอนหลับก็ไม่ควรนำโทรศัพท์มาไว้ใกล้ตัวเราด้วยเช่นกัน
สมองเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก ฉะนั้นเราควรดูแลรักษามันอย่างดี เพื่อที่เราจะได้ใช้มันอย่างเต็มประสิทธิภาพ หมั่นฝึกสมาธิหรือเติมความรู้ลงไปบ่อย ๆ และนำเครื่องมือสื่อสารไว้ให้ห่างจากสมองของเราด้วย
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านนะครับ
ขอให้ทุกท่านดูแลสมองและใช้มันสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ นะครับ
บทความเพื่อชีวิต
24ถูกใจ
22แชร์
5.3Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      จาก “S22” สู่ “S23″ หนึ่งปีของการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่ “Samsung” มาถูกทางแล้ว นับตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว (2565) การมาของ Galaxy S22 Ultra ถือว่าสั่นสะเทือนวงการสมาร์ทโฟนเรือธงอย่างรุนแรง เพราะหากจำได้ ตอนนั้นแบรนด์เพื่อนพ้องแถวหน้าทั้ง Apple และ Huawei ต่างขนเทคโนโลยีกล้องออกมาข่มขวัญจนแทบจะไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครมาต่อกรกับสองยักษ์ใหญ่นั้นได้
      กองทุนแนะนำ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2566 มีกองทุนอะไรบ้าง? เรามาดูกันเลยครับ 🎈กองทุนกลุ่ม “มั่ง มี ศรี สุข” (KTMUNG, MEE, SRI, SUK) : https://www.ktam.co.th/mutual-fund-detail.aspx?IdF=282
      รัฐบาลจีนเดือดออกมาประณามสหรัฐฯ และแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง หลังจากที่สหรัฐฯ ตัดสินใจยิงบอลลูนจีนทิ้ง
      ด่วน! สหรัฐฯ ยิงบอลลูนยักษ์ของจีนที่วอชิงตันอ้างว่าสอดแนมอเมริกาตก! กระทรวงกลาโหมสหรัฐยืนยันว่าเครื่องบินขับไล่ของตนได้นำบอลลูนลงมาเหนือน่านน้ำของสหรัฐฯ
      ดูทั้งหมด