15 มิ.ย. 2020 เวลา 09:30 • ธุรกิจ
ตลาดหุ้นไทยวันนี้ลงแรงกว่า -40 จุด สะท้อนการระบาดรอบใหม่
จากข่าวการระบาดรอบใหม่ของไวรัสโควิด-19 ตลาดหุ้นไทยและในเอเชียวันนี้ต่างปรับตัวลงกันอย่างแรง เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยที่วันนี้ปรับตัวลงแรง มาดูกันว่าการลงมารอบนี้ควรซื้อที่ตรงไหนดี
ตลาดหุ้นไทยเวลา 15.30 น. ของวันที่ 15 มิถุนายน 2563
จากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในหลายประเทศยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้มีรายงานตัวเลขในสหรัฐฯ บราซิล รัสเซีย แม้ไม่ทำสถิติสูงสุดใหม่แต่ยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ อินเดียใกล้จุดสูงสุดเดิมที่ 12,375 คน/วัน ส่วนบางเมืองในสหรัฐฯ เช่น แคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา และเท็กซัส เร่งตัวขึ้นเกิน 2 พันคน/วันอีกครั้ง นอกจากนี้ จีนยังพบการติดเชื้อ 57 รายเมื่อ 13 มิ.ย. 63 แบ่งเป็นติดเชื้อในประเทศ 38 ราย และมี 36 รายที่อยู่ในปักกิ่ง ส่วนอีก 19 รายเดินทางมาจากต่างประเทศ
ข้อมูลทั้งหมดบ่งชี้ถึงโอกาสเกิดการแพร่ระบาดรอบ 2 ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกสัปดาห์ที่ผ่านมาทรุดตัวเฉลี่ย -4% โดยตลาดที่ร่วงหนักคือ สหรัฐฯ -6% ยุโรป -7% ส่วนเอเชีย -3%
แต่ถ้าพิจารณาจากกราฟผู้ติดเชื้อทั่วโลกที่ค่าความชันยังไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม มีการคาดการจาก บล.หยวนต้า ประเมินว่าสถานการณ์ COVID-19 ในปัจจุบันอาจทำให้สินทรัพย์เสี่ยงมีจังหวะพักฐานบ้าง แต่ไม่ถึงกับกดดันให้ทรุดตัวรุนแรง
เพราะฉะนั้น ในส่วนของไทยที่ควบคุมสถานการณ์ได้ดี SET INDEX ควรจะเคลื่อนไหวดีกว่าภูมิภาค อย่างไรก็ตาม เราประเมินความเป็นไปได้ไว้ 3 กรณี
   (1) ดีที่สุด ไม่มีการระบาดรอบ 2 ในไทย คาด SET INDEX เคลื่อนไหวดีกว่าภูมิภาค แกว่งในกรอบ 1,350-1,450 จุด หุ้นกลุ่มที่น่าสนใจ ค้าปลีก อาหาร ท่องเที่ยว แบงก์ รับอานิสงส์รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ
   (2) ปานกลาง มีการระบาดรอบ 2 ในไทย แต่ไม่ถึง 20 คนต่อวัน คาด SET INDEX เคลื่อนไหวใกล้เคียงภูมิภาค แกว่งในกรอบ 1,300-1,400 จุด หุ้นกลุ่มที่น่าสนใจ สื่อสาร โรงไฟฟ้า ค้าปลีก การแพทย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
   (3) แย่ที่สุด มีการระบาดรอบ 2 ในไทย และเกิน 20 คนต่อวัน คาด SET INDEX ทรุดลงมาเคลื่อนไหวในกรอบ 1,250-1,350 จุด
ปรับกลยุทธ์การลงทุนตามสถานการณ์ หุ้นกลุ่มที่น่าสนใจ สื่อสาร โรงไฟฟ้า ค้าปลีก กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่เกิดการแพรระบาดรอบ 2 ในไทย และภาครัฐฯมีแนวโน้มกระตุ้นการบริโภคและท่องเที่ยวในประเทศ ขณะที่ การกลับมาแพร่ระบาดของจีนเราคาดว่าไม่รุนแรงเพราะเคยจัดการได้แล้ว หุ้นกลุ่ม D&D เช่น CPALL/ ADVANC/ BEM/ BCH/ AMATA ผนวกกับกลุ่มที่เชื่อมโยงจีน NER/ IVL/ CBG/ TKN ถ้ามีการพักฐานเพราะความกังวลนี้ เรามองเป็นโอกาสซื้อ ส่วนถ้าจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกเริ่มลดลง กลุ่มพลังงาน (PTTEP/ PTTGC/ IVL) ท่องเที่ยว (MINT/ CENTEL) และแบงก์ (BBL/ SCB) จะกลับมาเด่นอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากประเทศไทยกำลังเปิดกิจกรรมเศรษฐกิจที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น หากมีการระบาดรอบ 2 ให้ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นลงต่ำกว่า 50% และเลือกลงทุนได้เฉพาะ สื่อสาร โรงไฟฟ้า ค้าปลีก กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เท่านั้น
โฆษณา