Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
มีอะไรจะเล่า-บล็อก
•
ติดตาม
16 มิ.ย. 2020 เวลา 07:12 • ปรัชญา
- 5 คำพูดของรูมิ ที่จะช่วยเปลี่ยนวิธีคิดของเราได้ -
รูมิ คือใคร....... เชื่อว่า พอได้อ่านชื่อหัวข้อแล้วคงมีสงสัยกันบ้างใช่ไหมคะ
ชื่อเต็มๆ ของเขา คือ เมาลานา ญะลาลุดดิน รูมี
(Maulana Jalaluddin Rumi)
ท่านเป็นนักกวี และนักวิชาการชาวเปอร์เชียผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของมนุษยชาติ
ในช่วงศตวรรษที่ 13
หลังจากที่เราได้อ่านคำพูดของท่านแล้ว ยอมรับเลยค่ะ
ว่าเป็นคำพูดที่สะท้อนความคิดเราดีมาก
อีกทั้งยังสร้างแรงบัลดาลใจ และปลุกความหวังในชีวิตขึ้นมาด้วย
บทความนี้เป็นบทความภาษาอังกฤษที่ดีอีกบทความหนึ่ง ของ Omar Itani
แล้วเราก็อยากจะนำบางส่วนของบทความมาแปลให้เพื่อนๆ
ได้รับพลังบวกให้กับชีวิต เหมือนที่เราได้รับเช่นกัน :D
1. “Yesterday I was clever so I wanted to change the world.
Today I am wise so I am changing myself.”
" เมื่อวานนี้ฉันฉลาด ดังนั้น ฉันอยากจะเปลี่ยนโลก แต่วันนี้ฉันมีปัญญา
ดังนั้นฉันจะเปลี่ยนตัวเอง "
1
ในหนึ่งเส้นทางของชีวิต ในช่วงวัยที่แตกต่าง วิธีคิดเราอาจจะเปลี่ยนไป
เมื่อก่อนเราอาจมองหาวิธีที่จะเปลี่ยนโลกด้วยความคิดเจ๋งๆ ของเรา
แต่เมื่อเราโตขึ้น เราก็จะเข้าใจได้ว่า ความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงโลก (คนอื่น)
ช่างเป็นความคิดที่โง่เขลาเสียเหลือเกิน
หากมองโลกความเป็นจริงด้วยปัญญา เราก็จะค้นพบว่า.....
สังคมของเราอยู่กันด้วยความเหมือนและแตกต่าง
เราไม่มีสิทธิที่จะไปบอกให้ใครต่อใครเปลี่ยนตัวตนเพื่อให้เข้ากับเราได้
แทนที่เราจะไปเปลี่ยนคนอื่น เปลี่ยนตัวเองมันไม่ง่ายกว่าหรอ เปลี่ยนเพื่อให้ตัวเองอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุขยังไงล่ะ
2. “The quieter you become the more you are able to hear.”
" ยิ่งคุณเงียบมากเท่าไร คุณก็จะได้ยินมากขึ้นเท่านั้น "
สำหรับเราแล้ว เราชอบคำพูดนี้ของรูมิที่สุด เพราะมันตรงกับสิ่งที่เราเคยเผชิญกับชีวิตมาก่อน
ยิ่งตอนนี้เรา กลับมาตั้งใจทำงานเขียนที่ถ่ายทอดเรื่องราวปัญหาในชีวิต
ของหลายๆ คน มาเป็นตัวอักษรและบรรยายเสียงให้ได้ฟังกัน
เราต้องฝึกตัวเองให้เงียบ มีสมาธิ จดจ่อกับเรื่องราวของคนตรงหน้า
เพื่อที่จะได้รวบรวมเนื้อหามาให้ได้มากที่สุด
เพราะยิ่งเราเงียบมากเท่าไร เราก็จะได้ยินเขาพูดมากเท่านั้น
อีกทั้งใจเราที่สงบ ทำให้เห็นสีหน้า ท่าทาง การเคลื่อนไหวต่างๆ
ก็ทำให้เราจดจำได้ดีขึ้นด้วย และที่สำคัญ
มันทำให้เรามองเห็นถึงปัญหาที่แท้จริงของคนนั้น
และสามารถที่จะช่วยให้เขาแกะปมนั้นได้ด้วยตัวของเขาเอง
ซึ่งเราคิดว่า คำพูดนี้ มันสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้
กับทุกสถานการณ์ในชีวิต เพราะฉะนั้น เพื่อนๆ ที่อ่านแล้ว
อย่าลืมนำไปใช้กันด้วยนะคะ :)
3. “The art of knowing is knowing what to ignore…
Ignore those that make you fearful and sad,
that degrade you back towards disease and death.”
" ศิลปะแห่งการเรียนรู้ คือ การที่เรารู้ในสิ่งที่เราควรจะเพิกเฉย....
เพิกเฉยต่อสิ่งที่ทำให้กลัวและเสียใจ ซึ่งมันนำเรา
ไปสู่โรคและความตายได้ "
ความกลัวและความเสียใจ ไม่ใช่สิ่งไม่ดี
แต่หากเรารู้ว่า การกระทำใดหรือบุคคลใดที่จะนำสิ่งนี้มาให้เรา
เราก็ควรจะหลีกหนีให้ไกลที่สุดไม่ใช่หรอ
เพราะมันไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรต่อชีวิตเลย
ที่ต้องทนกับความรู้สึกที่ไม่ดีเหล่านี้
ดังนั้น จงเพิกเฉยต่อสิ่งที่ทำให้เราไม่มีความสุขจะดีกว่านะ
4. “It’s your road, and yours alone, others may walk it with you,
but no one can walk it for you.”
" ถ้านี่ คือ ถนนของคุณเพียงคนเดียว คนอื่นอาจจะเดินไปกับคุณได้
แต่ไม่มีใครหรอกที่เขาจะเดินเพื่อคุณ "
ถนน ก็เปรียบเหมือนเส้นทางชีวิตที่คุณกำลังก้าวเดินไปข้างหน้า
จริงอยู่ว่า ในชีวิตจะมีคนมากมายที่คอยช่วยเหลือ คอยให้กำลังใจ
จับมือเราเดินไปบนถนนสายนี้
แต่เชื่อเถอะ ไม่มีใครหรอกที่จะยอมสร้างถนนเพื่อให้คุณเดิน
มีแต่คุณนั่นแหละที่จะส้รางมันได้ด้วยตัวคุณเอง
5. “Your task is not to seek for love,
but merely to seek and find all the barriers
within yourself that you have built against it.”
" หน้าที่ของคุณ ไม่ใช่การแสวงหา ความรัก
แต่คือ การแสวงและค้นหาอุปสรรคทั้งหมดในตัวเองที่คุณสร้างมันขึ้น
เพื่อต่อต้านตัวเองยังไงล่ะ"
ความรัก คือ สิ่งสวยงาม เราทุกคนต่างก็ได้ยินกันมาแบบนี้
แต่เราควรรักตัวเองให้เป็นก่อน ก่อนที่จะไปพยายามรักใครสักคน
บางคนกลัวที่เริ่มต้นกับใครสักคน เพราะอายกับสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่
"ฉันอ้วน" "ฉันดำ" "เขาหน้าตาดีเกินไป เขาจะมองคนอย่างเราหรอ"
ข้ออ้างต่างๆ ที่เกิดขึ้นในหัว ล้วนแต่เป็นอุปสรรคที่ตัวเราสร้างขึ้น
เพื่อทำลายความมั่นใจในตัวเองทั้งนั้น
นั่นไม่ใช่การถ่อมตัว แต่มันคือ กับดักความกลัวที่เราไปลดคุณค่าตัวเองลง
และมันคือการที่ไม่ได้ให้ความรักกับตัวเองเลย
ขนาดตัวเรายังไม่เห็นคุณค่าในตัวเองที่เป็นอยู่ เรายังไม่ยอมรับตัวเองเลย
แล้วใครล่ะ ที่จะมองเห็นความงดงามภายในที่แท้จริง ถ้าไม่ใช่ตัวเราเอง
การยอมรับในตัวเอง โอบกอดและรู้จักให้อภัยตัวเองบ้าง
นั่นคือสิ่งที่จะช่วยให้ตัวเราผ่านพ้นกับอุปสรรคต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาได้
และมันก็เป็นความรักที่แท้จริงด้วย ที่หลายๆ คนตามหา
แต่ไม่รู้เลยว่า มันอยู่ใกล้มากขนาดไหน
เราหวังว่า 5 คำพูดของรูมิในบทความนี้ จะช่วยสร้างพลังบวก
ให้กับเพื่อนๆ ในการดำเนินชีวิตกันต่อไป
หากเราตั้งใจอ่านด้วยสติ พร้อมด้วยปัญญา เราทุกคนจะรู้ว่า
การมีความสุขในชีวิตมันไม่ได้ยาก และแรงบัลดาลใจมันสร้างกันได้
และไม่ว่าชีวิตกำลังพบเจออุปสรรคมากมายขนาดไหน
ก็อย่าลืมที่จะกอดและให้อภัยตัวเอง ยอมรับตัวเองบ้าง
อย่าโทษตัวเองนักเลย เพราะไม่มีใครบนโลกใบนี้
ที่ช่วยให้เราหลุดพ้นกับความรู้สึกผิดได้ดีเท่าตัวเองแล้ว
เราหันกลับมารัก ยิ้ม และชื่นชมตัวเองกันเยอะๆ ดีกว่าค่ะ
" เราน่ะ เก่งที่สุดเล้ยยยยยยยย "
สวัสดี
#เนิร์ดแว่น
2 บันทึก
4
2
5
2
4
2
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย