16 มิ.ย. 2020 เวลา 13:00 • ธุรกิจ
GDP จีนติดลบ! อะไรจะเกิดขึ้น?
GDP ไตรมาสแรกของจีนออกมาแล้วโตติดลบ 6.8% แย่กว่านักวิเคราะห์คาดไว้ ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลออกมา
ปัจจุบันประเทศจีนถือว่าใกล้จะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจในโลกแล้ว แต่จะเป็นมหาอำนาจเบอร์ 1 แทนสหรัฐได้หรือไม่ยังไม่มีใครคาดการได้
ประเทศจีนมีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว มีพลวัตรสูง และเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ (economic powerhouse) ของภูมิภาคและของโลก นับตั้งแต่ปี 2553 จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองลงมาจากสหรัฐฯ และมีเงินทุนสำรองมากที่สุดในโลก
ประเทศจีนมีอัตราการเจริญ เติบโต GDP ในแต่ละปีนั้นไม่ต่ำกว่า 6% ต่อปี โดยอยู่ที่
7.7% (ปี 2555) 6.7% (ปี 2559)
7.7% (ปี 2556) 6.9% (ปี 2560)
7.4% (ปี 2557) 6.6% (ปี 2561)
6.9% (ปี 2558) 6.1% (ปี 2562)
แต่ล่าสุดสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน ได้รายงานตัวเลขการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรก ถดถอยลดลง -6.8% เมื่อเทียบกับปี 2019 ที่ผ่านมา และถดถอยมากกว่านักวิเคราะห์คาดไว้ที่ -6.5% ยังเป็นการหดตัวทางเศรษฐกิจรายไตรมาสครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1992 นับตั้งแต่มีการเก็บสถิติในประเทศจีน
ภาพจาก Shutterstock
สาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้กระทบในหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจจีน ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิตที่ห่วงโซ่การผลิตหยุดชะงักไป รวมไปถึงการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะตัวเลขค้าปลีกของจีนลดลงมากถึง 19% ขณะที่ภาคการผลิตนั้นลดลง 8.4%
การถดถอยทางเศรษฐกิจจีนครั้งนี้ ทำให้คาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนออกมาชุดใหญ่ หลังจากไม่กี่วันที่ผ่านมาธนาคารกลางจีนได้ออกนโยบายทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น ประกาศลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ หรือ RRR การลดดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลางลงอีก 0.2% เป็นต้น
คาดการณ์ GDP ของจีนในปีนี้นั้นทางด้าน ING คาดว่าเศรษฐกิจจีนปีนี้จะยังเติบโต 4% ขณะที่ ABN Amro มองว่าเติบที่ 3%
เศรษฐกิจจีนหลังจากการปิดเมืองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 นั้นความท้าทายหลังจากนี้คือการนำภาคธุรกิจกลับมาดำเนินธุรกิจให้ได้ไวที่สุด ซึ่งเป็นความท้าทายของรัฐบาลจีนอย่างมาก ขณะที่ทั่วโลกกำลังประสบปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19
สำหรับมุมมองจากสภาหอการค้าอเมริกันในจีน ผลสำรวจเกือบๆ 25% คาดว่าธุรกิจจะกลับมาเป็นปกติในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ ขณะที่อีก 22% นั้นมองว่าเศรษฐกิจจีนกลับเข้ามาสู่สภาวะปกติแล้ว ส่วน 40% มีมุมมองจะยังคงการลงทุนในจีนเท่าเดิมก่อนหน้าการระบาดของ COVID-19 และไม่มีการปรับลดคนงานด้วย
โฆษณา