18 มิ.ย. 2020 เวลา 02:58 • ท่องเที่ยว
#เขียนไขแชร์โล
ย้อนรำลึกความหลังโรงภาพยนต์ขนาดใหญ่ที่จุผู้ชมได้ร่วมพันคน
เนื่องจากผู้เขียนบทความได้ทำรายงานเกี่ยวกับเรื่อง modern Features ส่งอาจารย์ในรายวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมสมัยนีโอคลาสสิค โดยอาจารย์ผู้สอนให้วิเคราะห์งานสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นในอดีตแต่มีลักษณะทางกายภาพร่วมสมัยมาจนถึงปัจจุบัน
ผู้เขียนบทความจึงเลือกโรงภาพยนต์ปารีส (สะพานขาว)ในการทำรายงานครั้งนี้ และอยากนำความรู้ที่ได้ศึกษามาส่งต่อให้กับผู้ที่สนใจอยากทราบประวัติความเป็นมาของโรงภาพยนต์ที่ครั้งหนึ่งเคยเฟื่องฟูและรุ่งเรืองที่สุดในประเทศให้ได้ทราบกันค่ะ
เขียนไขเล่าเรื่อง
โรงภาพยนต์ปารีส
ประวัติความเป็นมาของโรงภาพยนต์ไทยนั้นมีการเชื่อมโยงกับหนังกลางแปลงเมื่อครั้นอดีต เพราะเมื่อการฉายหนังเร่ได้รับความนิยมจึงมีนักธุรกิจสร้างโรงฉายตามมาในที่สุดและโรงภาพยนต์ปารีสก็เป็นหนึ่งในความนิยมในสมัยนั้น จนเมื่อความนิยมถึงจุดอิ่มตัวไม่กี่ปีให้หลังบริเวณถนนหลานหลวงตรงเชิงสะพานขาวหรือพื้นที่ตั้งของโรงภาพยนต์ปารีสในปัจจุบันจึงถูกปรับปรุงเป็นตลาดกลางสะพานขาวขึ้นชื่อเรื่องแหล่งค้าผลไม้ราคาแสนถูกไปเสียแทน
จากข้อมูลวิกิพีเดียได้แบ่งยุคโรงภาพยนตร์ในประเทศไทยออกเป็น 3 ยุค โดยโรงภาพยนต์ปารีสถูกจำแนกอยู่ในยุคที่ 2 ราวพุทธศักราช 2491-2528 กิจการภาพยนต์เฟื่องฟูเป็นอย่างมาก นักธุรกิจจึงนิยมสร้างโรงฉายขนาดใหญ่ จุที่นั่งได้ 800-1500 คน เป็นโรงเดี่ยวหรือที่เรียกกันว่า Stand alone และมีหลายพื้นที่ที่มีโรงภาพยนต์หลายโรงตั้งอยู่ใกล้กัน
1
โรงภาพยนต์ปารีสได้รับการออกแบบโดยอาจารย์สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา โดยสมัยนั้นมักจะฉายแต่ภาพยนต์ฝรั่งเกรดดีมีคุณภาพให้ได้ชมกัน เช่น The Godfather, Earthquake ตอนนั้นคนไทยตื่นเต้นมากที่จะได้ดูภาพยนต์เรื่อง โลกแตก (Earthquake) เพราะมีระบบเสียงแบบใหม่ เซนเซอร์ราวน์ที่ติดตั้งซัพวูเฟอร์เป็นพิเศษ ตอนเกิดแผ่นดินไหวในเนื้อเรื่องซัพวูเฟอร์ก็จะดังขึ้นทำให้เรารู้สึกเหมือนเกิดแผ่นดินไหวในโรงภาพยนต์จริงๆ
ล้านเล่า
ล้านเล่า
จากเรื่องเล่าของผู้ที่เคยเข้าชมโรงภาพยนต์ปารีสได้ถูกกล่าวไว้ว่า ที่โรงภาพยนต์ปารีสแถวบริเวณสะพานขาวเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วก่อนที่โรงภาพยนต์แห่งนี้จะปิดตัวลงในอีกราวๆ 3 ปีต่อมา เป็นเพราะมีกลิ่นอับจนผู้ชมรู้สึกขัดใจเรื่องของความสะอาด หรือแม้กระทั่งเครื่องเสียงและระบบการฉายที่ทันสมัยไม่เทียบเท่ากับโรงภาพยนต์มัตติเพล็กซ์ยุคใหม่ๆ ทว่าสิ่งที่ยังคงจำได้จนถึงวันนี้จากการเดินเข้าไปในโรงภาพยนต์ก็คือความรู้สึกได้ถึงความหรูหราเมื่อครั้งในอดีตอันมาจากความโอ่อ่าของสถานที่ ความงดงามคลาสสิคของสถาปัตยกรรมที่ส่วนใหญ่ทำมาจากไม้ของโรงภาพยนต์ที่จุผู้ชมได้ร่วมพันคน
หากพูดถึงลักษณะทางสถาปัตยกรรม ภายในตัวอาคารของโรงภาพยนต์ปารีสจะใช้เสาแปดเหลี่ยมแต่งหัวเสาบานออกดูแปลกตาขัดกับรูปลักษณ์ภายนอก รวมไปถึงการใช้สีชมพูในการตกแต่งฝ้าและผนัง ตัดความโดดเด่นให้ชัดขึ้นด้วยวงกลมสีเหลืองขนาดใหญ่ ส่งผลให้ตึกทรงโมเดิร์นคลาสสิคร่วมสมัยดูมีลูกเล่นที่ไม่ราบเรียบอีกต่อไป
ล้านเล่า
ล้านเล่า
โดยบริเวณชั้น 1 ก่อนทางขึ้นบันไดจะเป็นห้องขายตั๋วส่วนทางเข้าไปภายในโรงภาพยนต์ต้องเดินขึ้นบันไดผ่านไปยังชั้น 2 ซึ่งจะประดับตกแต่งด้วยไม้ทั้งหมดคาดว่ามีไว้สำหรับรับรองแขก จากนั้นต้องขึ้นบันไดไปสู่ชั้นที่ 3 จึงจะเป็นทางเข้าสู่โรงภาพยนต์ โดยมีช่องทางเดินผ่าตรงกลาง สองฝั่งทางเดินมีลักษณะคล้ายแสตนเชียร์ในสนามฟุตบอลที่ลดหลั่นลงไปยังจอภาพยนต์ขนาดใหญ่ประมาณ 30 เมตร ภายในโรงภาพยนต์ยกฝ้าสูงโปร่งและมีขนาดที่กว้างขวาง เก้าอี้โรงหนังวางแบบโค้งเรดาร์เข้าหาจอฉาย เบาะนั่งแต่ละแถวจะมีความลาดชันค่อนข้างมาก แถวหลังอยู่เกือบติดเพดานด้านบน ส่วนแถวหน้าจอหากนับจากเพดานด้านบนลงมาข้างล่างจะมีความสูงเป็นอย่างมาก
ลักษณะภายนอก รูปแบบของตัวอาคารเป็นแบบ Stand alone ที่มาพร้อมกับตึกแถวล้อมรอบเป็นวงกลมอย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีการจัดวางผังที่สวยงามคู่กันกับโรงภาพยนต์แอมบาสเดอร์และมีถนนหลานหลวงคั่นกลางอย่างลงตัว
ล้านเล่า
โรงภาพยนต์ปารีสมีตัวอาคารเป็นตึกสูง 3 ชั้น รูปแบบของตัวอาคารปิดทึบแทบทั้งหมดเนื่องจากฟังก์ชั่นการใช้งานไม่มีความจำเป็นต้องรับแสงมากมายนัก จึงมีการออกแบบให้มีช่องแสงเป็นทรงกลมที่มีความเรียบง่ายแต่โดดเด่นสะดุดตา มีการจัดวางที่สอดรับไปตามสัดส่วนของตัวอาคาร หลังคาทรง flat slab เรียบจึงให้ความรู้สึกมั่นคงและแข็งแกร่งแต่ในทางกลับกันก็ให้ความรู้สึกอ่อนช้อยและนุ่นนวลด้วยรูปทรงโค้งเว้าของตัวอาคารและช่องแสงที่เป็นรูปแบบทรงกลม ทั้งนี้ผู้ออกแบบยังมีการเลือกตัดเฉดสีตัวอาคารที่เป็นสีขาวครีมด้วยสีน้ำตาลอ่อนเพื่อเพิ่มความแปลกตาให้กับผู้พบเห็นอีกด้วย
ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายจริงๆที่โรงภาพยนต์แห่งนี้ต้องปิดตัวลงจนไม่ได้ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการออกแบบสู่เยาวชนรุ่นหลัง ทั้งที่แนวคิดทางการออกแบบของสถาปนิกนั้นน่าสนใจเป็นอย่างมาก
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมนะคะ ขอบคุณค่ะ
ที่ตั้ง : ถนนหลานหลวง เชิงสะพานขาว ประเทศไทย
ล้านเล่า
โฆษณา