มีบัญชีอยู่แล้ว?
"ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลง ยามขึ้นอย่าเพิ่งหลง ยามลงจงอย่าท้อ" ข้อความสั้น ๆ แต่มีความหมายลึกซึ้ง
ชีวิตของผู้ชายชื่อ โฆเซ่ เอ็นริเก้ เรื่องความหลงไม่มีในตัว แต่พอถึงจุดที่ชีวิตถึงขั้นตกพรวดราวตกจากหน้าผาสูงชัน สิ่งเดียวที่เขายึดมั่นคือ "ความเชื่อ"
...
ตอนฤดูกาล 2006/07 โฆเซ่ เอ็นริเก้ ในวัย 20 ปีโชว์ฟอร์มเด่นกับ บียาร์เรอัล หลายทีมดังจาก พรีเมียร์ลีก ต่างสนใจคว้าไปร่วมทีม สุดท้ายเป็น นิวคาสเซิล ที่เบียด แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ได้ลายเซ็น เอ็นริเก้ ไปครอบครอง
ผลงานตลอด 4 ปีในถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค จัดว่า เอ็นริเก้ คือตัวหลักของ นิวคาสเซิล มาโดยตลอด แม้จะทำได้แค่หนึ่งประตูตลอด 119 นัด แต่อย่างว่า จุดเด่นของเขาไม่ใช่เรื่องนี้
คุณสมบัติที่มีอยู่ในตัว เอ็นริเก้ คือ เติมเกมรุกดี บังบอลเก่ง มีความเร็ว ครองบอลใช้ได้ ขยันมีแรงวิ่ง
เดือนสิงหาคม ปี 2011 ลิเวอร์พูล ไม่ล้มเลิกความตั้งใจ ยังหลงใหลในฝีเท้า และยอมมอบเงิน 7 ล้านปอนด์ เพื่อได้มาซึ่ง แบ็กซ้าย ที่ทีมกำลังขาด หลังไม่อาจทู่ซี้ใช้ พอล คอนเชสกี้ ได้อีกต่อไป
ความจริง เอ็นริเก้ ไม่ได้อยากออกจาก นิวคาสเซิล สักเท่าไหร่ เขารักสโมสรกับแฟนบอลที่่นั่น และตอนที่ทีมตกชั้น ก็ยังอยู่ช่วยต่อ โดยไม่แคร์ว่าจะลงเล่นในลีกระดับต่ำกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม หนึ่งคำพูดของพี่ชาย ทำให้เขาตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของชีวิต และมันก็เปลี่ยนชีวิตเขาให้พุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม "ผมต้องบอกก่อนว่า มันยากสำหรับผมนะที่จะออกจากที่นั่น(นิวคาสเซิล) แม้มันจะเป็นทีมอย่าง ลิเวอร์พูล ก็เถอะ"
"พี่ชายของผมบอกว่า -โฆเซ่ นายกำลังจะได้ไปอยู่กับทีมที่ได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก 5 สมัยเลยนะ-"
"แต่ผมก็พูดกลับไปว่า -ตอนนี้ผมมีความสุขกับที่นี่ และถ้าสโมสรเปลี่ยนแนวความคิดในด้านการเสริมทัพ และอะไรประมาณนั้นแล้วล่ะก็ ผมก็เชื่อว่าผมยังสามารถสร้างประวัติศาสตร์กับที่นี่ได้- ซึ่งจากนั้นพี่ชายก็ตอบมาว่า -เมื่อนายมีโอกาสจะได้ไปอยู่กับทีมอย่าง ลิเวอร์พูล แล้วเนี่ย จงไปซะ-"
นั่นคือจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ทำให้ เอ็นริเก้ ได้เข้ามาสวมชุดสีแดงเพลิงและยึดตำแหน่งแบ็กซ้ายให้ ลิเวอร์พูล ทันทีโดยไม่ต้องปรับตัวอะไร
หากจำกันได้ เอ็นริเก้ เคยสวมบทบาทเป็นผู้รักษาประตูจำเป็น หลังจาก โฆเซ่ เรน่า โดนใบแดงถูกไล่ออกจากสนาม และตอนนั้น ลิเวอร์พูล ก็เปลี่ยนตัวครบไปแล้ว 3 คน ซึ่งเกมนั้นเป็นการเจอกับ นิวคาสเซิล ทีมเก่าของเขาเอง
ฟอร์มของ เอ็นริเก้ เป็นไปอย่างคงเส้นคงวา อาจมีหลุดบ้างบางนัดแต่ก็ไม่ถึงกับแย่จนออกทะเล จน เดอะ ค็อป ยอมรับว่านับตั้งแต่ ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ ออกไป ก็มีเขานี่แหละที่ทำให้อุ่นใจ
ทว่า เอ็นริเก้ มีช่วงพีคที่สุดกับ ลิเวอร์พูล แค่ 2 ฤดูกาลเท่านั้น นับตั้งแต่ซีซั่น 2013/14 เขาแทบไม่มีบทบาทต่อทีมเลย เพราะเวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการรักษาอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า
อย่างไรก็ดี แม้จะไม่ได้ลงสนาม แต่ เอ็นริเก้ ก็มักสร้างความบันเทิงได้เสมอ การที่เขาเป็นคนเฮฮาจึงมักจัดกิจกรรมตีปิงปอง กับเพื่อนๆ เป็นประจำ โดยมี อัลแบร์โต้ โมเรโน่, ฆาเบียร์ มานกีโญ่ 2 เพื่อนร่วมชาติที่มักจับกลุ่มหวดลูกพลาสติกกันบ่อยๆ นอกจากนี้ หากปัจจุบัน ลิเวอร์พูล มี เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เป็นเซียนเกมแล้วล่ะก็ ในสมัยนั้นคนที่เป็นเต้ยเรื่องเกมของทีม ก็ต้องเป็น เอ็นริเก้ นี่แหละ เขาเป็นเทพเกม FIFA ตัวจริง!
น่าเสียดายที่เวลาระหว่าง เอ็นริเก้ กับ ลิเวอร์พูล มีน้อยไป แม้จะได้อยู่กับทีมจนหมดสัญญา 5 ปี แต่ 3 ฤดูกาลสุดท้ายลงเล่นรวมกันแค่ 21 เกม จากนั้น เอ็นริเก้ ก็เป็นนักเตะไร้ต้นสังกัด แต่เขาก็ว่างงานแค่ 4 เดือน จน เรอัล ซาราโกซ่า สโมสรในบ้านเกิด จับเซ็นสัญญาเป็นเวลา 2 ปี
ที่ ซาราโกซ่า เอ็นริเก้ มีโอกาสลงสนามมากขึ้น ฤดูกาล 2016/17 เขาลงเล่นได้ถึง 27 เกม ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลงสนามมากสุดในรอบ 3 ปีหลังสุด แต่ใครจะรู้ว่า ทุกนัดที่เขาลงสนามต้องแลกมาด้วยการใช้ยาเพื่อระงับความเจ็บปวด
สำหรับคนที่เคยเจ็บหนักที่หัวเข่า รู้ดีว่าจะให้กลับไปเป็นหายปกติเหมือนเดิมก็คงยาก จนในที่สุด เอ็นริเก้ ฝืนตัวเองต่อไปไม่ไหว ยอมบอกลาอาชีพนักเตะด้วยวัยแค่ 31 ปี
"ผมไม่สามารถเล่นได้หากไม่ใช้ยา ผมไม่สามารถแม้แต่ลงซ้อม มันเป็นเรื่องยากมากๆ บ่อยครั้งที่ผมรู้สึกเวียนหัวระหว่างซ้อม เพราะใช้ยามากเกินไป และหลังจบแทบทุกเกม หัวเข่าของผมก็จะบวมเหมือนลูกบอล ผมแทบเดินไม่ได้ไปอีก 3 วัน"
หลังแขวนสตั๊ด เอ็นริเก้ ใช้ชีวิตแบบเงียบ ๆ กับ เอมี่ ไฆเน่ แฟนสาว จนช่วงกลางปี 2018 ปัญหาเรื่องสุขภาพเข้ามาเล่นงานอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่อาการบาดเจ็บแบบที่เขาเคยเจอ คราวนี้มันหนักหนากว่าที่ผ่านมา และเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถต่อสู้กับมันไหว
เอ็นริเก้ ปวดศีรษะอย่างหนัก มีอาการเบลอ การมองเห็นแปลกไปจากเดิม เขาจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจเพื่อเสาะหาสาเหตุ และเมื่อผลออกมาจึงพบว่ามีเนื้องอกอยู่บริเวณหลังดวงตา ซึ่งโดยทั่วไปเนื้องอกชนิดนี้จะเกิดขึ้นในกระโหลกศีรษะและกระดูกสันหลัง มีน้อยมากที่จะพบตรงบริเวณหลังลูกตา
การผ่าตัดเพื่อต่อชีวิตของ เอ็นริเก้ ใช้เวลานานกว่า 9 ชั่วโมง จนทุกอย่างผ่านไปด้วยดี และพอ เอ็นริเก้ ได้สติขึ้นมา เขาก็โพสต์ภาพตัวเองลงอินสตาแกรม โดยมีแฟนสาวอยู่เคียงข้างคอยให้กำลังใจ
"ผมต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกข่าวมากนัก มันเป็นช่วงเวลา 2-3 สัปดาห์ที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตผม เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว ผมรู้ว่าตัวเองมีเนื้องอกในสมอง และต้องผ่าตัดเพื่อเอามันออก ตอนนี้ผมกำลังพักฟื้นร่างกาย และต้องขอบคุณทุกคนอย่างมาก ชีวิตมันมีค่าอย่างยิ่ง"
หลายต่อหลายคน ไม่ว่าแฟนบอล หรือสโมสร ลิเวอร์พูล เอง ก็ส่งกำลังใจให้เขาผ่านพ้นจากช่วงเวลาอันโหดร้าย
"ทุกคนที่สโมสร ลิเวอร์พูล ขอแสดงความห่วงใยกับ โฆเซ่ เอ็นริเก้ หลังจากนักเตะเปิดเผยว่า เขาเข้ารับการผ่าตัดเอาเนื้องอกในสมองออก คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย, โฆเซ่" ข้อความจาก ลิเวอร์พูล ที่ส่งถึง เอ็นริเก้ และอีกมากมายจากแฟนบอลที่หลั่งไหลส่งกำลังใจให้แก่ โฆเซ่ เอ็นริเก้
นับตั้งแต่นั้น มุมมองต่อโลกใบนี้ของ เอ็นริเก้ ก็เปลี่ยนไป เขามองเห็นเรื่องในด้านบวกมากขึ้น รับรู้ได้ถึงกำลังใจล้นหลามที่เข้ามา ระหว่างตอนที่ตัวเองอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากของชีวิต
"ตอนที่พวกเขาแจ้งข่าวให้ทราบมันเป็นอะไรที่น่ากลัวที่สุด หลังจากนั้นคุณมองเห็นคุณค่าของทุกๆ อย่างมากยิ่งขึ้น ชีวิตของผมเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ผมประหลาดใจกับตัวเองที่ผมมองเห็นเรื่องในด้านบวกมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าผมต้องเจอกับช่วงเวลาที่เลวร้ายเช่นกัน แต่รอบๆ ตัวผมรายล้อมไปด้วยผู้คนมากมายที่รักผม"
เอ็นริเก้ ส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับผู้คนที่ติดตามบนโลกโซเชียล เขาตั้งใจโพสต์รูปโชว์รอยแผลที่ได้จากการผ่าตัด ซึ่งมองผิวเผิน อาจดูไม่น่ามองเท่าไหร่ แต่สำหรับเขา มันคือสิ่งที่คอยเตือนใจว่าการที่เอาชนะมาได้ คือคุณต้องสู้กับมัน
"สวัสดี ทุกคน ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณกับทุก ๆ ข้อความที่ส่งให้กำใจ มันมหัศจรรย์มาก"
"ผมต้องการส่งต่อภาพบางภาพที่ผมเข้ารับการรักษาเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว"
"ผมต้องการส่งข้อความให้กับทุกคนที่เจอเรื่องร้าย ๆ ที่เข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องสุขภาพหรือเรื่องอื่น ๆ "
"มันไม่เกี่ยวหรอกว่าปัญหานั้นมันจะหนักแค่ไหน แต่มันขึ้นอยู่กับคุณว่าคุณจะสู้และเอาชนะมันได้อย่างไร"
"สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสิ่งที่คุณทำ และผมก็ประหลาดใจตัวเองเหมือนกันว่าผมผ่านมันมาได้อย่างไร"
"อย่าเพิ่งหมดความเชื่อหากคุณไม่ลงมือทำ ไม่ต้องสนว่ามันจะหนักแค่ไหน เราทำมันได้อยู่แล้ว"
"ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกกำลังใจ"
ถึงตอนนี้ เอ็นริเก้ ยังต้องเข้ารับการ MRI ทุกๆ 6 เดือน ซึ่งผลที่ออกมาก็เป็นไปในเชิงบวก ไม่มีก้อนเนื้องอกขึ้นมาใหม่ ชีวิตของเขาเป็นไปอย่างปกติ เรียบง่าย และเป็นคนเฮฮาเหมือนเดิม
แน่นอน สิ่งที่เกิดขึ้นหลังผ่านโลกที่ยากลำบาก เกิดจากหัวจิตหัวใจอันแข็งแกร่งที่ไม่ยอมแพ้ เพราะถือคติว่า
ไม่ว่าใครที่เจออุปสรรค เจอความผิดหวังมากี่ร้อยครั้ง หรือล้มมาแล้วไม่รู้กี่พันหน เพียงแค่คุณได้อ่านประโยคข้างล่างนี้
"ไม่เกี่ยวหรอกว่าปัญหานั้นจะหนักแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับคุณว่าคุณจะสู้และเอาชนะมันได้อย่างไร"
"อย่าเพิ่งหมดความเชื่อหากคุณไม่ลงมือทำ ไม่ต้องสนว่ามันจะหนักแค่ไหน เราทำมันได้อยู่แล้ว"
มันใช้ได้จริงๆ นะ...
#JoseEnrique #Liverpool #hossalonso #BootRoom
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      "โปแลนด์" ร้องขอ "อาวุธนิวเคลียร์" จาก "สหรัฐ" ล่าสุด!! ทางการโปแลนด์เปิดเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมโครงการแบ่งปันอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากรัสเซีย
      SUN Vending เปิดช่องทางชำระค่าสินค้าใหม่ ด้วย Max Me Wallet คุณพิศณุ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ, คุณคเณศร์ อรรถไพศาลกุล รองผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) และ คุณพร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ Managing Director, คุณน้ำผึ้ง เกิดปฐม Director of Business Development Division ผู้บริหารบริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด ร่วมกันถ่ายภาพเปิดช่องทางชำระค่าสินค้าที่ตู้ SUN Vending ด้วย Max Me Wallet
      เกาหลีเหนือออกมาประณามสหรัฐฯ ที่ส่งทหารเข้ามาซ้อมรบกับเกาหลีใต้ และจากนั้นก็ยิงขีปนาวุธเพิ่มอีก 2ลูกทันที !
      ศุภลักษณ์ อัมพุช เวลาผมนึกถึง quote นี้ขึ้นมา มีคนไทยไม่กี่คนที่ผมคิดว่าเป็นคนจำพวกนี้ Ceo ผมที่ SCB ก็เป็นคนหนึ่งในนั้น อีกคนที่เห็นประโยคนี้ทีไรจะอดนึกถึงไม่ได้ ก็คือพี่แอ๊ว ศุภลักษณ์ อัมพุช แห่ง the mall group นั่นเอง
      ดูทั้งหมด