20 มิ.ย. 2020 เวลา 08:10 • ปรัชญา
บริหารคนด้วยวิถีสามก๊ก
ตอนเปิดโอกาสให้แสดงความสามารถ
เสน่ห์ผู้นำของโจโฉ
การสร้างเสน่ห์ของผู้นำมีหลากหลายวิธี
การเปิดโอกาสให้คนไม่มีโอกาสได้แสดงความสามารถ
ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการสร้างเสน่ห์ของผู้นำ
ที่สำคัญวิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย
ศึก18 หัวเมืองปราบทรราชย์ตั๋งโต๊ะ
ฮัวหยง แม่ทัพฝ่ายตั้งโต๊ะ เพิ่งชนะซุนเกี๋ยน เจ้าเมืองเตียงสา
ทำให้เขาฮึกเหิมอย่างมาก
สั่งเคลื่อนทัพมาหน้าค่ายของทัพพันธมิตร 18 หัวเมือง
อ้วนเสี้ยวผู้นำพันธมิตรส่งขุนพลมือดีไปรบกับฮัวหยง
ส่วนใหญ่ก็ถูกฮัวหยงส่งไปคุยกับยมบาลก่อนวัยอันควร
ห้วงเวลานั้นสถานการณ์ตึงเครียด
เพราะไม่มีเจ้าเมืองคนไหนจะส่งขุนพลออกศึก
จู่ๆก็มีเสียหนึ่งดังขึ้นมาว่า
"ตัวข้าขออาสาออกศึก"
อ้วนเสี้ยวได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจ
จึงถามชื่อแซ่ของผู้กล้า
กองซุนจ้านเจ้านายเล่าปี่จึงบอกว่า
"ชายผู้นี้คือกวนอู น้องชายนายอำเภอเล่าปี่
มีตำแหน่งเป็นทหารม้ามือเกาทัณฑ์"
พออ้วนเสี้ยวได้ฟังถึงกับหุบยิ้มสีหน้าออกอาการผิดหวังอย่างมาก
อ้วนสุดน้องอ้วนเสี้ยวถึงกับลุกขึ้นชี้หน้ากวนอู
หาว่ามาดูถูกนายทหารผู้ใหญ่ เสมือนว่าในที่นี้ไม่มีใครแล้วจึงส่งไพร่พลไปออกศึก
โจโฉซึ่งเป็นเสนาธิการทัพได้ยินเช่นนั้นกลัวเหตุจะบานปลายจึงพูดว่า
 
"เวลานี้อย่างมาพูดถึงยศตำแหน่งทำไม
ชายคนนี้อาสาออกศึกด้วยความกล้าก็น่าจะมีฝีมืออยู่บ้าง
รูปร่างก็สูงใหญ่ดูเป็นขุนพล
ฮัวหยงมันไม่รู้หรอกว่าเราส่งใครไป"
เมื่อโจโฉออกหน้าพี่น้องตระกูลอ้วนจึงไม่กล่าวอะไร
โจโฉหันมาทางกวนอูพร้อมรินสุราอวยพรให้หนึ่งจอก
แต่กวนอูกลับบอกว่า กำจัดศัตรูสำเร็จแล้วค่อยมารับสุราจากท่านย่อมไม่สาย
สามก๊กฉบับวณิพกของท่านยาขอบได้บรรยายถึงตอนนี้ว่า
"จอกสุราอันทรงเกียรติของท่านเรายังมิคู่ควรที่จะรับ
เพราะเรายังมิได้สร้างความชอบสิ่งใด
ต่อเมื่อได้กำจัดฮัวหยงสำเร็จแล้ว
ความชอบปรากฎแล้วค่อยรับสุราของท่านย่อมมิสาย"
จากนั้นกวนอูก็ควบม้าไปรบกับฮัวหยง
เพียงไม่นานก็มีเสียงเฮสนั่นค่าย
กวนอูหิ้วศีรษะฮัวหยงมามอบให้อ้วนเสี้ยว
แล้วค่อยรับจอกสุราของฮัวหยงมาดื่ม
ด้วยความดีใจของเตียวหุยที่เห็นกวนอูชนะ
จึงพูดด้วยเสียงอันดังในที่ประชุมว่า
พี่รองชนะแล้วอย่างนั้นเรายกทัพออกไปปราบโจรกันเถอะ
อ้วนสุดซึ่งเสียหน้าเพราะกวนอูอยู่แล้ว
พอได้ฟังเตียวหุยพูดก็โกรธมากให้ทหารลากตัวออกไปข้างนอก
ในข้อหาเป็นผู้น้อยบังอาจมาแสดงความเห็น
จนเรื่องราวเกือบจะบานปลาย
โจโฉจึงต้องไกล่เกลี่ยอีกครั้งหนึ่ง
อ้วนสุดกล่าวหากเห็นพวกทหารเลวพวกนี้ดีกว่าข้า
เช่นนั้นข้าก็ขอยกทัพกลับเมือง
สุดท้ายโจโฉจึงขให้กองซุนจ้านช่วยนำสามพี่น้องออกจากที่ประชุม
เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์บานปลาย
คุณผู้อ่านลองวิเคราะห์สองประเด็น
ประเด็นแรกคือโจโฉกับกองซุนจ้าน
โจโฉกับกวนอูไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
ที่สำคัญกวนอูเป็นลูกน้องในบัญชาของเล่าปี่ซึ่งขึ้นต่อกองซุนจ้าน
ไม่ใช่ลูกน้องของโจโฉและไม่เคยรู้จักกัน
แต่โจโฉกลับเปิดโอกาสให้กวนอู(ลูกน้องของคนอื่น) ได้แสดงความสามารถ
โดยที่กองซุนจ้านได้แต่สงบปากสงบคำ
ผู้นำแบบกองซุนจ้านจะมีลักษณะเด่นคือ
ไม่กล้าที่จะพูดหรือแสดงออกอะไรเพื่อลูกน้อง
ผู้นำแบบนี้มีเยอะในสังคม ขอแค่รักษาตนเองรอดก็พอแล้ว
ไม่ได้อยากเปิดโอกาสให้ลูกน้องแสดงความสามารถที่โดดเด่น
เพราะกลัวที่จะถูกเพ่งเล็งจากคนที่อยู่เหนือกว่า
หรือกลัวลูกน้องจะได้ดีเกินหน้า
คราวนี้มาดูอ้วนเสี้ยว
รายนี้เจ้ายศเจ้าศักดิ์ ดูคนที่ตำแหน่งไม่ได้ดูที่ความสามารถ
ถ้าเป็นคนมียศศักดิ์ก็จะยำเกรง หรือเกรงใจ
แต่ถ้ามีความสามารถแต่ปราศจากตำแหน่ง
ก็จะถูกมองด้วยสายตาที่เหยียดหยาม
ส่วนที่อาการหนักที่สุดคือ อ้วนสุด
เขาเป็นผู้นำที่ห่วยมาก
อ้วนเสี้ยวยังเป็นคนที่ให้เกียรติคนที่ตำแหน่ง
แม้มิใช่พวกเดียวกันแต่ถ้ามีตำแหน่งแห่งที่ชัดเจน
อ้วนเสี้ยวก็ยังปฎิบัติอย่างให้เกียรติ
ในขณะที่ผู้นำบัดซบอย่างอ้วนสุด
เขาไม่สนอะไรทั้งสิ้น
ไม่คิดจะเปิดโอกาสให้กับใคร
นอกจากพลพรรคหรือเด็กของตนเอง
ส่วนคนอื่นต่อให้มีความสามารถหรือมีตำแหน่ง
แต่ถ้าไม่ใช่พวกของอ้วนสุดก็หมดโอกาสเกิด
สำหรับโจโฉกลับเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามกับทั้งสาม
ขอเพียงมีความสามารถและไม่ใช่ศัตรูของโจโฉ
เขายินดีที่จะเปิดโอกาสหรือสนับสนุนให้แสดงความสามารถ
เพราะโจโฉชื่นชมคนเก่งมีความสามารถ
หากมีโอกาสโจโฉก็ใช้วิธีนี้ในการมัดใจผู้อื่น
คุณผู้อ่านลองนึกภาพว่าทหารรระดับเสนาธิการรินสุราให้จ่าอย่างให้เกียรติ
คุณคิดว่าจ่าจะรู้สึกอย่างไร
แล้วยังยอมออกหน้าให้จ่า
กล้าขัดแย้งกับเหล่านายพลเพื่อจ่าคนเดียว
บอกได้คำเดียวเลยว่ามันเป็นอะไรที่แสนจะประทับใจ
ผมเชื่อว่าถ้าใครทำแบบนี้กับคุณผู้อ่าน
มั่นใจเลยว่าคุณจะประทับใจในตัวเขามาก
นี่แหละครับคือเสน่ห์ในการมัดใจคนของโจโฉ
คิดถึงสามก๊กนึกถึงเปี่ยมศักดิ์
โฆษณา