22 มิ.ย. 2020 เวลา 14:13 • การศึกษา
ทางลัดสู่ปริญญาตรี(Pre-degree และ โครงการสัมฤทธิบัตร) ตอนที่ 4
ตอนที่ 4
สวัสดีครับ ตอนที่แล้ว เราได้พูดคุยถึงรายละเอียดของโครงการสัมฤทธิ์บัตรของ มสธ.ไปแล้วนะครับ ว่ามีค่าใช้จ่ายแบบไหน สมัครได้ที่ไหนและ
มสธ. มีศูนย์วิทยพัฒนา มสธ. ที่จังหวัดไหนบ้าง
วันนี้ผมจะมาเปรียบเทียบให้เห็น ข้อแตกต่าง กัน ก่อนอื่นขอพูดก่อนว่าที่เปรียบเทียบเพื่อจะให้เห็นว่าแบบไหนเหมาะสมกับใคร เท่านั้นนะครับ
ไม่ได้เปรียบเทียบเพื่อ บอกว่าโครงการไหนดีกว่ากัน เพราะทั้งสอง
มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยที่ให้โอกาสทางการศึกษา แก่คนทั่วไป
และมีชื่อเสียงมานานแล้วทั้งคู่นะครับ
และมหาวิทยาลัยสองแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีลักษณะ
คือมหาลัยเปิดเหมือนกัน (ถ้าพูดภาษาชาวบ้านคือ ใครก็ได้สนใจ มีวุฒิ ม6.
เข้ามาเรียนได้หมด แต่เข้ามาจะจบออกไปไหมนี่เป็นอีกเรื่องนึง)
ทีนี้ ทั้งสองโครงการ ทั้ง Pre-deegree และโครงการสัมฤทธิบัตร เป็นโครงการที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเก็บหน่วยกิต ทั้งสองโครงการ แต่มีจุดต่างดังต่อไปนี้
1.เรื่องของคุณสมบัติของผู้สมัคร
- Pre-degree รับคนที่มีวุฒิ ม3 มาแล้วเท่านั้น มาลงเรียนแล้วสอบ
ผ่านเป็นใช้ได้
- โครงการสัมฤทธิบัตร รับใครเรียนก็ได้ ขอเรียนแล้วสอบผ่านเถอะ
 
2.เรื่องของการโอนหน่วยกิต
ทั้งสองที่เหมือนกันตรงที่ว่า จะโอนหน่วยกิตจากโครงการได้ ต้องเป็นนักศึกษาของมหาลัย นั้นแล้วเท่านั้น
 
3.ลักษณะการลงทะเบียนเรียน
ทั้งคู่มีวันสอบมาให้ในแต่ละรายวิชา ชัดเจน ว่าวันไหนเวลาไหน
Pre-degree คิดค่าเรียน และค่าสอบเป็นหน่วยกิต และเก็บค่าแรกเข้า พร้อมค่าบำรุงการศึกษา
ให้ความรู้สึกเป็นนักศึกษาย่อมๆ
โครงการสัมฤทธิบัตร เก็บค่าเรียนเป็นเหมาจ่ายเป็นรายวิชาๆไป
โดยราคารวมหนังสือแล้ว
4.ความหลากหลายของคณะ ในส่วนของภูมิภาค
Pre-degree มี 4 คณะเท่านั้น
-1.นิติศาสตร์ 2.บริหารธุรกิจ 3.รัฐศาสตร์ 4.สื่อสารมวลชน
สามารถเรียนวิชาไหนก็ได้ใน 4 คณะนี้แล้วทำเรื่องจบออกมาไม่ต้องเหมือน
ตอนที่สมัครเข้าไปได้ ได้รับเกรด เป็นรายวิชา
โครงการสัมฤทธิบัตร มีคุณจะเรียน วิชาไหนของคณะอะไรก็ได้ ได้รับเกียรติบัตรเป็นวิชาๆไป
สรุปเลยครับ ใครอยากเรียนแบบไหนเลือกเลยครับ แนะนำให้เลือกตามจังหวัดที่มี มหาลัยส่วนภูมิภาคตั้งอยู่จะดีกว่านะครับ มันง่ายในการ
ขอคำปรึกษา ติดต่อประสานงาน รวมถึงเวลามีการเปลี่ยนแปลงห้องและ
ตารางสอบด้วย หรือเพื่อคุณมีคำถามอยากถามอาจารย์ จะได้เก็บไว้ถามตอนอาจารย์มาสรุปให้ฟัง ก็สามารถทำได้ครับ
สองมหาลัยนี้มีข้อดีอย่างนึงคือ การที่คุณเรียนเก็บหน่วยกิตไว้คุณมีโอกาส
ได้ใช้แน่ๆ เพียงแค่สมัครเป็นนักศึกษาป.ตรี สองมหาลัยนี้ไม่ต้องสอบเข้า
หน่วยกิตที่คุณเรียนเก็บไว้มีโอกาสได้ใช้ 100 เปอร์เซ็น
เดี๋ยวตอนหน้า ผมจะพูดถึง วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต CMU School of Lifelong Education ของทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่นะครับ
ขอแสดงความนับถือ
มนุษย์ที่ขี้เกียจที่สุดในจักรวาลและสากลโลก
โฆษณา