27 มิ.ย. 2020 เวลา 15:49
สมศักดิ์ เทพสุทิน
The Man For All Season (2)
ข่าวความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ โคลงเรือแป๊ะในทันทีที่สถานการณ์โควิดเริ่มซา ใครจะวิจารณ์ว่า นักการเมืองเริ่มกลับไปวิถีเดิม ( Old Normal) เปิดศึกชิงเก้าอี้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ก็ว่ากันไป แต่ความจริงเรื่องเหล่านี้เป็นปกติวิสัยของการเมืองในระบบรัฐสภา ซึ่งครั้งหนึ่ง “มีชัย ฤชุพันธ์” เคยอธิบายปรากฏการณ์เวลานักการเมืองแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีกันว่า เป็นเรื่องของการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง
งานเขียนชิ้นก่อนหน้านี้ได้พูดถึง “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ว่า เป็นคีย์แมนคนหนึ่ง ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ล่าสุดก็มีข่าวว่า “2 ส.” สมศักดิ์ - สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แตกกันแล้วกับ ส.- “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เป็นอันว่า ไม่มีแล้ว “กลุ่ม 3 มิตร”
แต่การเมืองก็อย่าเพิ่งไปทุบโต๊ะว่า เขาจะไม่เหยียบเงา ไม่เผาผีกันแล้ว เพราะหลักการเบื้องต้นที่ท่องๆกันมาคือ “การเมืองไม่มีมิตรแท้ ศัตรูถาวร”
สิ่งที่ยืนยันได้ก็คือ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” เป็น The Man For All Season ของจริง !
ศาสตร์และศิลป์ในทางการเมืองของสมศักดิ์ สะสมมาตลอดชีวิตบนเส้นทางการเมือง จากเด็กสุโขทัยที่ต้องล้างจานแลกกับข้าวกลางวันที่โรงเรียน โบกรถสิบล้อเข้ากรุงเทพมาเรียนต่อที่อำนวยศิลป์ สอบติดวิศวะ ลาดกระบัง ก่อนกลับไปบ้านเกิดลงสมัคร ส.ส.เมื่อปี 2526 และไม่เคยสอบตกเลย เป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง สร้างผลงานไว้นับไม่ถ้วน
นักการเมืองที่ยืนระยะมาได้นานขนาดนี้ ไม่อาจดูเบา แต่น่าศึกษา
สมัยเป็นเลขาฯ มนตรี พงษ์พานิช ที่กระทรวงคมนาคม มนตรีเคยถามสมศักดิ์ ว่า อยากเป็นรัฐมนตรีไหม สมศักดิ์ ปฏิเสธ เพราะคิดว่า คนที่จะเป็นรัฐมนตรีได้...ต้องแสดงฝีมือให้ผู้ใหญ่เห็น เข้าไปใกล้ชิดให้ได้รู้นิสัยใจคอ ให้เกิดความไว้วางใจว่า ทำงานได้ ที่สำคัญคือ ต้องมีเวลาให้ ๒๔ ชั่วโมง
สมศักดิ์ ยังต้องการเวลาให้มนตรีได้พิสูจน์
หลังเลือกตั้ง 35/1 มนตรีบอกสมศักดิ์ ถึงเวลาเป็นรัฐมนตรีได้แล้ว โดยให้เหตุผลว่า จะได้ช่วย บุญพันธ์ แขวัฒนะ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขณะนั้นด้วย
สมศักดิ์เป็นรัฐมนตรีช่วยสาธารณสุข ขณะอายุ 36 ปี
การเป็นรัฐมนตรีสมัยก่อนแทบจะเรียกว่า ไม่ค่อยได้คิดอะไรเลย ส่วนใหญ่จะมีแผน มีนโยบายที่วางกันไว้เป็นหลัก ข้าราชการกระทรวงจะทำการบ้านให้รัฐมนตรีมาพร้อมเสร็จสรรพ ทำกระดาษคำถาม-คำตอบ เป็นร้อยๆ ข้อ ให้รัฐมนตรีอ่าน ไว้ตอบนักข่าว
แต่สมศักดิ์ ถูกฝึกมาให้เป็นนักคิด โดยเฉพาะ คิดนอกกรอบ
ฉายา “รัฐมนตรี มิสเตอร์โพรเจกต์ ” ย่อมมีที่มา
โฆษณา