8 ก.ค. 2020 เวลา 18:04 • การศึกษา
ทางลัดสู่ปริญญาตรี(Pre-degree และ โครงการสัมฤทธิบัตร) ตอนที่ 6
สวัสดีครับ คราวที่แล้วเราได้พูดคุยเกี่ยวกับ ข้อแตกต่างของโครงการ Pre-degree ,โครงการสัมฤทธิบัตร ในการเทียบโอนหน่วยกิต และ เรื่องรายละเอียดของ วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต ในส่วนของวิชาเรียนร่วม(เด็กม.ปลายเก็บหน่วยกิตล่วงหน้า) ของทาง
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไปแล้วนะครับ
ตอนนี้เราจะมาพูดถึง คนที่เรียนปริญญาตรีจบเร็วกว่าปกติ ด้วยโครงการ
Pre-degree ก่อนนะครับ ส่วนมากที่เป็นข่าว คือ ส่วนของคณะนิติศาสตร์
เริ่มที่ คุณศตพัฒน์ แขกเพ็ง หรือคุณตวง นะครับ คุณตวงได้เข้าเรียนโครงการ
Pre-degree คณะนิติศาสตร์ ขณะที่กำลังเรียน ม.4 เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
คุณศตพัฒน์ได้สะสมหน่วยกิตในโครงการ Pre-degree ไปถึง 120 หน่วยกิต
และเทียบโอนมาเรียนในระดับชั้นป.ตรี เพื่อเรียนที่เหลือ ใช้เวลาเพียง 1ภาคการศึกษา
ก็ได้สำเร็จการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ ตั้งแต่อายุ 18 ปีเท่านั้น
สุดยอดไปเลยครับ
เท่านั้นยังไม่พอคุณศตพัฒน์ ยังจบเนติบัณฑิตสภา ตอนอายุ 20 ปีเท่านั้น โดยได้อันดับ 3 จากผู้เข้าสอบทั้งประเทศและ เมื่อคุณศตพัฒน์ อายุ 25 ปี
ได้เข้าสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา รุ่น 73 สามารถสอบติดผู้ช่วยผู้พิพากษา ในรุ่น 73 และมีคะแนนสูงเป็นอันดับ 1 จากจำนวนผู้สอบผ่านทั้งหมด 171 คน
เก่งสุดๆไปเลยครับ ถ้าอยากอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ผมแนะนำ ตามข่าวนี้ครับ
อีกคนหนึ่ง ที่ผมจะยกตัวอย่าง ก็คือ คุณ สิรพิชญ์ สินมา หรือคุณ พิ้งค์
จบปริญญาตรี ปริญญาตรีนิติศาสตร์ด้วยอายุเพียง 18 โดยผ่านการเรียนระบบ
Pre-deegree ของคณะนิติศาสตร์ จบเนติบัณฑิตสภาสมัยที่ 60 เมื่ออายุ 19 ปีเท่านั้น
และยังจบปริญญาโท 2 ใบ จากสาขากฏหมายเปรียบเทียบระหว่าง
ประเทศ University of San Diego และจาก California Western School of Law
ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่ออายุ 22 ปี และได้มาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง
และยังสามารถสอบผ่าน อัยการผู้ช่วย และสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาได้
พร้อมกันทั้ง 2 สนาม โดยได้บรรจุเป็นผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ด้วยอายุเพียง 27 ปีเท่านั้น
เก่งสุดๆไปเลยครับ ถ้าอยากอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ผมแนะนำ ตามข่าวนี้ครับ
จะเห็นได้ว่า ทั้งสองท่านที่ผมยกตัวอย่างมา ทั้งสองท่านนี้ ผ่านการเรียนโครงการ Pre-degree เก็บหน่วยกิตมาตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อเทียบโอนตอนเป็น
นักศึกษารามคำแหง และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเร็วกว่าอายุ 20 ทั้งสิ้น
เมื่อจบเร็วก็มีโอกาสตามความฝันเร็วกว่าคนอื่นไปในตัว จริงๆมีอีกหลายคน
แต่ผมขอยกตัวอย่างเพียงสองคน
แต่อย่าคิดว่ามันง่ายนะครับ ทั้งสองท่านเขาก็ใช้ความมานะ พยายาม และวางแผนมาเป็นอย่างดี ถึงได้เรียนโครงการ Pre-degree และศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ไปพร้อมกันได้ โดยเก็บหน่วยกิตไปได้ สูงมากถึงได้จบ ปริญญาตรีตั้งแต่อายุ 18 ปี
4
ส่วนตัวผมก็เรียนคณะนี้อยู่เหมือนกันแต่ ผมไม่ได้เรียนในโครงการ Pre-degree ผมใช้วิธี เรียนปริญญาใบที่ 2 เอา โดยเอาใบแรกเทียบโอนเข้าไป บอกตรงๆ เลยว่า
เทอมนึง ผมยังลงแค่ 3-4 วิชาเท่านั้นเอง สายเอื่อยเฉื่อย เลยก็ว่าได้ 555+
ยากนะครับ ข้อสอบหักธง ล้างบอรด์ มีให้เห็นออกจะบ่อย บางคลาส ผ่านคนเดียวที่เหลือ F ก็ยังมีนะครับ
สรุปเลยละกันครับ ถ้าหากท่านวางแผนดีๆ และมีวินัยในตนเอง Pre-degree
จะเป็นหนึ่งวิธีที่ท่านสามารถจบการศึกษาเร็วกว่าคนทั่วไปได้แน่นอนครับ อาจจะไม่ต้อง จบตอน18 เหมือนทั้งสองท่านที่ยกตัวอย่างมาก็ได้ครับ สมมุติจบสักอายุ 20 ปี คุณก็เร็วกว่าคนทั่วไปแล้ว จบก่อนก็มีโอกาสวางแผนก่อน
แต่มีข้อแม้ว่าสำคัญ ท่านต้องเจอความฝันของท่านเร็วด้วยนะครับ ถ้าหากมันไม่ใช่สิ่งที่ท่านชอบ จบเร็วไปก็ไม่มีความหมายอะไรครับ
"ทุกคนมีความฝัน แต่จะทำยังไง ให้มันไม่ใช่แค่ความฝัน"
ตอนหน้า มาดูตัวอย่างจากโครงการสัมฤทธิบัตรกันนะครับ
ขอแสดงความนับถือ
มนุษย์ที่ขี้เกียจที่สุดในจักรวาลและสากลโลก
โฆษณา