16 ก.ค. 2020 เวลา 07:05 • หนังสือ
นวนิยาย แนว เรื่องสั้นปนบทความ
**โลกนี้ คือ ละคร**
Episode1 The time machine #1 การเริ่มต้น
https://www.magzter.com/article/Business/Legal-Era/Liberalization-Globalization
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น 3 ครั้ง
"คุณอี้ คะ มีคนมาขอพบ ค่ะ"
ผ้าห่มใยธรรมชาติสีขาวOmazzผืนใหญ่บนเตียงคิงไซส์สไตล์หลุยส์ ฟูกยางพาราOmazz ขยับ มือโผล่ จับ นาฬิกาปลุก มอง เสียงบ่นเบาๆกับตัวเอง
"ยังไม่ถึงเวลาตั้งปลุกนี่หว่า ใครวะ มาเรียก"
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น 3 ครั้ง อีกคำรบหนึ่ง
"คุณอี้ คะ ดิฉัน ให้แขก ไปนั่งรอที่ เฉลียงกาแฟยามเช้าของคุณค่ะ"
ชายปลายกลางคนหน้าตาคมสัน รูปร่างสันทัด นั่งโซฟาขนาดใหญ่omazz ปลายตีนเตียง เงยหน้ามองผนังกระจกชมวิวด้านปลายเท้า ที่แง้มม่านไว้ ประกายแสงสะท้อนแม่น้ำวาบเข้าตาเขาต้องรีบหลับตา หันไปมองด้านซ้าย ม่านที่เปิดไว้มากของกระจกชมวิว มองไปเห็นแม่น้ำและเรือสัญจรกันมาก จึงหันไปดูนาฬิกาอีกที 07.11 ตัวเลขบ่งบอกเวลา เขาคิดถึงเรื่องนัดประชุม ตอน 10.00
ก๊อก ก๊อก ก๊อกๆๆๆๆๆ เสียงเคาะประตูที่ช้าๆในตอนแรก รัวเร็วและถี่ขึ้น ดังขึ้นจากทางขวามือ เขาทราบแน่ว่าไม่ใช่ House keeper supervisor(HKS) ของเขาแน่ที่จะกล้าเคาะประตูแบบนี้ "มึง รีบๆตื่น มาคุยกับพ่อหน่อย กินกาแฟคนเดียว ไม่มันส์หว่ะ"
หลังเสียงเคาะประตู เขารู้แล้วว่าใคร จึงตะโกน ออกไป
"ไอ้ชาติชั่ว กูรู้แล้ว มึงรอไปก่อน กูปวดขี้ บอกแม่บ้านเตรียมอาหารเช้าให้กูกับมึงด้วย เสือกมาก่อนเวลา"
จากนั้นเขาพูดขึ้นมาดังๆว่า
"เปิดระบบเช้า"
สิ้นเสียงคำสั่ง ไฟฟ้าในห้องก็สว่างขึ้นพร้อมกับม่านที่เปิดแง้มไว้ ก็เปิดเองอัตโนมัติ เสียงน้ำตกลงในอ่างดังขึ้น จากห้องน้ำ เพลง The final countdown ร็อคเพลงโปรดของเขาเพื่อปลุกความกระฉับกระเฉงในตอนเช้าดังขึ้น เขาจึงลุกจากโซฟา เดิน เข้าประตูอัตโนมัติไปในห้องน้ำทันที
https://today.line.me/th/pc/article/คืนละแสน+5+อันดับห้องพักโรงแรมหรู+ราคาแพงที่สุดในกรุงเทพ-PjN5R7
ขณะที่ย่างเท้าไปบนพรมเปอร์เชียTehran ในห้องน้ำ แปรงสีฟันไฟฟ้า กับ เครื่องใส่ยาสีฟันอัตโนมัติ กำลังทำงาน น้ำอุ่นบ้วนปากกำลังรินลงแก้วเจียรนัยใบเขื่อง บนเคาน์เตอร์หินอ่อนอิตาลี Italy Green มี ชั้นวางอุปกรณ์วาววับข้างอ่างล่างหน้าสแตนเลสGAGGENAU ที่ผนังมองออกไปเห็นวิวเมืองและแม่น้ำ เขาเดินเลี้ยวไปบนพรมด้านซ้ายมือของห้องน้ำ ซึ่งผนังเป็นกระจกชมวิวทั้งหมด เพื่อเข้าห้องส้วมตามที่บอกเพื่อนไว้ ในห้องส้วมผนังกระจกติดม่าน ซึ่งถ้าเดินไปอีกด้านจะเป็นห้องอาบน้ำวิวภายนอก2ด้าน ในห้องส้วมจะเห็นโถสุขภัณฑ์Toto Neorest NX2 ที่ทำความสะอาดตัวเองอัตโนมัติ อุปกรณ์ TOTO แบรนด์สุขภัณฑ์อันดับ 1 จากญี่ปุ่น หลังเสร็จกิจเสียง ‘Tornado Flush’ของโถ ทำงาน ล้างสุขภัณฑ์ เขาจึงออกจากส้วมไปที่ เครื่องออกกำลังกายในห้องน้ำแบบเบาๆ เพื่อเรียกความสดชื่น ก่อนอาบน้ำ จากนั้นเขาจึงเดินไปอีกด้านหนึ่งของห้องน้ำ เพื่ออาบน้ำอุ่นผสมครีมอาบน้ำ ในอ่างจากุชชี่ ซึ่งมี ฝักบัวสแตนเลสRain shower ปรับระดับเลื่อนขึ้นลงได้อัตโนมัติ และ ฝักบัวแบบ Hand Shower ของ Kohler ที่มีทั้ง นอกอ่าง และ ในอ่าง เขาหยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดตัวที่ใต้เครื่องเป่าลมนอกอ่าง เสร็จแล้วจึงนุ่งชุดคลุมอาบน้ำสีน้ำเงินของCalvin Klein เดินผ่านส้วมไปห้องออกกำลังในห้องน้ำเพื่อออกไปยัง Dressing room ที่อยู่ติดกับห้องน้ำและห้องนอน แต่ยังไม่แต่งตัว เพื่อออกไปคุยกับเพื่อนของเขา
http://www.a-bellamy.com/รีวิว-wolf-wall-street-2013/
ในเวลา 08.00 เมื่อเดินออกจาก Dressing room ตรงไปที่เฉลียงหินอ่อนนั่งเล่นส่วนตัว ขนาด 200 ตร.ม. ยื่นออกนอกตัวตึกไปในแม่น้ำ หลังคาเฉลียงสามารถเก็บได้ ไฟฟ้า สองชั้น ชั้นแรกใส สามารถกันฝนและ ชั้นที่สองกันแดด ซึ่งแบ่งโซน โต๊ะดื่มขากาแฟ โต๊ะอาหาร ส่วนนั่งเล่นที่มีเปลญวณแบบนอนได้ และโซฟา เคาน์เตอร์จัดอาหารมองไปที่มุมนั่งเล่น ชาติกำลังจิบกาแฟ บนเปลญวณ มองแม่น้ำอยู่ มองไปทางมุมเคาน์เตอร์จัดอาหาร ก็เห็นHKS และลูกน้องอีกคนกำลังจัดอาหารบนโต๊ะอาหาร อยู่ เขาจึงเดินเข้าไปหาชาติ และ นั่งลงบนโซฟานั่งเล่น
https://www.wongnai.com/listings/restaurant-for-a-date
“ทำไมมึงตื่นเช้าวะ วันนี้”
อี้ถาม
“กูยังไม่ได้นอน กลับจากปาร์ตี้มึง กูก็ไปทำงานต่อ จนเสร็จ กูดีใจ ถึงรีบมาหามึงนี่ไงล่ะ“
ชาติตอบ
“เมื่อคืนกลับ กี่โมงวะ“
อี้ถามอีก
“ตี3 มึงร่วงตั้งแต่ตี1 แล้ว มึงเพลียและมึงดื่ม“
ชาติ ตอบคำถาม
“เออ กูเข้าใจ พ่อคนไม่ดื่ม ไม่ต้องมาย้ำ กูรู้แล้วว่าเป็นมึง มาหาตั้งแต่เคาะครั้งแรกแล้ว ไม่มีใครเถียงมึงหรอก แม้แต่การ์ดของกู มีคนเดียวแหละ ห้ามมึงไม่ให้เข้ามาไม่ได้หรอก แล้วมึงดีใจอะไรนักหนา ไม่หลับไม่นอน เนี่ย“ มหิทธาย้อนถามเพื่อนอีก
“แม่บ้าน ยกอาหารมาเสิร์ฟทางนี้เลย” อี้สั่งHKS
“ค่ะ คุณอี้” แม่บ้านรับคำสั่ง
ทีมงาน House keeper จัดอาหารเสร็จแล้วจึงเดินออกไป
“เรื่องที่ชวนมึง กูทำเสร็จแล้ว และคราวนี้ เราจะได้แก้ไขข้อผิดพลาดในอดีตกันจะชวนมึงไปห้องปฏิบัติงานกู”
ชาติกล่าวกับอี้
“กูมีประชุม ช่วงเช้าและบ่าย”
อี้ ตอบคำพูดของชาติ
“กูรู้แล้ว กูแวะถามเลขามึงแล้ว 16.00 กูจะมารับ มึงไปรอที่ท่าน้ำ เดี๋ยวกูเอาเรือมารับ สะดวกดี ห้องปฏิบัติงานกูก็ติดแม่น้ำ”
ต่างคนต่างจัดอาหารเช้าใส่ท้อง แล้วจึงพูดกันอีกครั้ง
“มึงไม่ต้องโทรหา ไม่ต้องอะไรกับกูทั้งนั้น เดี๋ยวกูกลับห้อง กูจะหลับ ตื่นมา กูโทรหาเอง มึงทำหน้าที่ของมึงไปก่อนเถอะไม่ต้องกังวล”
มหิทธนะ พยักหน้ารับคำขณะจิ้มแซนด์วิชกุ้งเข้าปาก ชาติอิ่มรวบช้อนดื่มน้ำแล้วตบกาแฟที่เหลือ ก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกเฉลียงไปห้องโถงด้านนอกแล้วกล่าวสั้นๆคำเดียว
"ตามนั้น"
เมื่อ มหิทธนะ อิ่ม ก็เดินชมวิว แล้วกลับมาจิบชาร้อนที่เหลือ จึงเดินกลับไปที่ Dressing room เพื่อแต่งตัวเข้าร่วมประชุม นโยบาย กับผู้วางนโยบายกลุ่มบริษัทในเครือของเขา
สูทและชุด ของ อาร์มานี่ รองเท้า Bally กระเป๋าเอกสารและใส่โน้ตบุ้ค Hermes หนังแบบสะพายหรือเป็นเป้ได้ ตอนนี้ เขาอยู่ที่ชั้น 39 ห้องประชุมชั้น 33 สำนักเลขาชั้น 36 ในโรงแรมของเขา
09.00 เขาลงลิฟท์ส่วนตัวไปที่ชั้น33 สำนักเลขา เพื่อรับฟังการรายงานข้อมูลต่างๆก่อนเข้าประชุมนโยบายกลุ่มของบริษัทของเขา เสร็จแล้วเขาจึงกลับขึ้นไปที่ชั้น 36 ซึ่งสำนักเลขา เตรียมการไว้ให้พร้อมแล้ว เขาจึงเข้าสู่ห้องประชุมเวลา 09.55 ซึ่งมีคนนั่งรอในที่ประชุมขนาด 40 คน รออยู่แล้วประปราย เวลา 10.00 CEOของสำนักเลขา เริ่มเปิดการประชุม ซึ่งมีมอนิเตอร์ขนาด 100 นิ้ว ติดอยู่ทั้ง 4 ด้าน ด้านละ 4 จอภาพ บนโต๊ะประชุมทุกที่นั่ง มีจอมอนิเตอร์ ขนาด 32 นิ้ว ที่นั่งละ 2 จอภาพ และมีพอร์ท HDMI สำหรับต่อกับLaptopส่วนตัวเพื่อแสดงผลไปที่จอภาพส่วนกลางได้ และมีจอทัชสกรีนพร้อมปากกา ขนาด 28 นิ้ว สำหรับ การเขียนบนบอร์ดรวม และมีพื้นที่สำหรับวางLaptop และเนื้อที่สำหรับขีดเขียนส่วนตัวได้
มหิทธนะ กีรติอนันต์ นักธุรกิจวัย 50 ต้นๆ ชื่อดังของประเทศ ทำธุรกิจหลายด้าน สร้างตัวมาด้วยตนเอง ผ่านงานรับจ้างและทำธุรกิจมาอย่างโชกโชน หลายประเภทตั้งแต่วัยรุ่น แต่งงานมีครอบครัวแล้ว รักและยกย่องในครอบครัว ไม่ให้มาเกี่ยวข้องธุรกิจที่ตนเองกระทำอยู่ เพื่อทุกคนจะได้สานฝันของตัวเอง
https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_3139564
10.00 การประชุมเริ่มขึ้น
“จาก กลุ่ม พัฒนาที่ดิน ที่ต้องการเงินทุนเพิ่มขึ้น ในการขยายประสิทธิภาพของการทำงานและการตลาด รวมทั้งการซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นด้วย ในรายงานคำขอทุนเพิ่มในการพัฒนาที่ดิน ที่แนบมากับ รายละเอียดของสินทรัพย์ที่จะทำการพัฒนา แนวทางการตลาด กับหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่า การตลาดด้านการพัฒนาที่ดินเพื่อสร้าง บ้านจัดสรร ของบริษัทกีรติอนันต์พัฒนา นั้น มีแต่รายการ Pre-sale ทั้งนั้นเลย จะมี Back-log แค่เพียง ไม่ถึง 5% ของการตลาดเอง นะครับ อีกทั้ง งบประมาณ ทางด้านการก่อสร้าง นั้น ก็ยังไม่มี บริษัทฯที่รับผิดชอบชัดเจนด้านนี้ มีเพียงแต่ว่า จะใช้งบเท่าไหร่ในการก่อสร้าง วิธีการตรวจสอบมาตรฐานก็ยังไม่มี ดูแล้วยังขาดอีกหลายสิ่งหลายอย่างนะครับ ช่วยให้คำอธิบายหน่อย“
มหิทธนะเปิดการประชุม
ชายวัยกลางคน สูงโปร่ง หน้าตาดี พูดต่อจากมหิทธนะ
“กระผม นายธราดล รุ่งเรืองการ CEO พร้อมด้วย CFO, Marketing Manager, Chief civil engineer ของ บริษัท กีรติอนันต์พัฒนา ขอชี้แจงตามที่ท่านประธานได้ไต่ถามมา ดังนี้”
“ว่าด้วยเรื่องของการตลาดกันก่อน“ (ธราดล ส่งไฟล์พรีเซ้นท์ด้านการตลาดจากLaptopของตน ขึ้นจอใหญ่ ในห้องประชุม)
“คำตอบข้อที่1สำหรับแนวทางการตลาดนั้น ทางคณะผู้บริหารของเรา ได้ทำการศึกษาการตลาดด้านนี้ ซึ่งในระดับ Low-end นี้ จะมีmarket share ถึง 50 % ของการพัฒนาที่ดินทั้งหมดในประเทศ ที่เราจะทำการ เข้าแข่งขัน เพื่อ ช่วงชิงส่วนนี้มาได้ ประมาณ 60 % ของ market share ที่มีอยู่ในประเทศ โดยวิธี ดังต่อไปนี้“ (ธราดล เขียน ทัชสกรีนหน้าจอของตัวเองเพื่อแสดงผลบนจอใหญ่ในห้องประชุม อีก 1 จอ แล้วแสดงผล Market share รวมทั้งหมด ออกไปที่จอรวมใหญ่ อีก 1 จอภาพด้วย)
“เราจะเห็นได้ว่า บิ๊กแบรนด์ ต่างๆ จะสนใจไปในตลาด High และ Middle end-user มากกว่า ตลาด Low end ซึ่งเราสามารถ เข้าไปชิงMarketshare อยู่ที่ 50 % ของตลาดHighและMiddle รวม ซึ่งคิดเป็นพียง 10 % ของตลาดรวมเท่านั้น ส่วนตลาด Low end จะเห็นได้ว่า บิ๊กแบรนด์ ไม่ค่อยสน ทั้งๆที่มีส่วนแบ่งตลาดรวมถึง 50% เพราะ อัตราดอกเบี้ย MRR นั้น กลุ่ม High และ Middle-end จะคิดว่ามันสูง จึงไม่ค่อยสนใจ จะควักเงินสดซื้อเท่านั้น“
“แต่ Low-end เขาต้องการมันเพื่ออยู่อาศัยกันมาก เขาคิดว่า อัตรา MRR เป็นธรรมแล้วเพราะเขาอยากได้ที่อยู่อาศัยมากกว่า“
“ในตลาดนี้ บิ๊กแบรนด์จะเห็นว่ามันยุ่งยากในวิธีการ จึงไม่ค่อยเข้ามาในตลาดนี้กันเท่าไหร่ อีกทั้งระดับ High และ Middle นั้น เขามีเรทอัตราดอกเบี้ยอื่นซึ่งต่ำกว่าอยู่แล้ว เช่น MLR หรือ MOR สามารถผลักไปเป็น การลงทุนและเงินเบิกเกินบัญชีได้“
“ดังนั้น บิ๊กแบรนด์ จะเข้าตลาดนี้กันน้อย จะมีเพียงพวก New comer และ กลุ่มที่ทำในตลาดนี้อยู่แล้ว อีกทั้งยังต้อง คำนึงถึง communal ชุมชน ใหม่ ที่กำลังจะเกิดซึ่งต้องมี public space ให้มีประโยชน์ร่วมกัน อีกทั้งยังต้องมี conserve การอนุรักษ์ต่างๆ เช่น บริหารตึกอาคารแบบยั่งยืนด้วยวิธีใด ต้องมีการลงทุนเรื่อง conserveสิ่งแวดล้อม, ลดการใช้พลังงาน ดูแล และ วิธีการ public space less maintenance“
“ซึ่งเรื่องที่เพิ่มมาเหล่านี้ เป็นเรื่องที่เราจะทำ แต่บิ๊กแบรนด์ไม่อยากทำ เพราะต้นทุนที่สูงขึ้นแต่มีกำไรน้อย พวก New comer และ กลุ่มที่ทำในตลาดนี้อยู่แล้ว ไม่อยากลงทุนในจุดนี้เพราะจะทำให้Cost สูง ราคาสินค้าก็ต้องสูงไปด้วย“
“คำตอบข้อที่ 2 และ 3 Back log นั้น ขอตอบรวมกันเลยนะครับ คือ ข้อ2 Pre-sale นั้น มีมาก แสดงถึง Demand ของตลาดสูง แต่ supply ต่ำ ซึ่งมาจากเครดิตของ end-user ที่มีผลต่อแบงค์ และ ราคาตลาดที่สูงเกินไปและ Communal กับ Conserve ยังไม่มี หรือ มีแต่ยังไม่ดีพอส่วน ที่ทางเราได้เก็บค่าจองต่ำนั้น ก็เพราะต้องการทราบว่า สินค้าที่เราจะออกตลาดนั้น เป็นที่ต้องการหรือไม่ ซึ่งผลตอบรับก็ดีมากอย่างที่รายงานให้ทุกท่านทราบอยู่แล้วโดยเราต้องรีบลงมือก่อนที่ผู้ประกอบการอื่นจะเลียนแบบ และถ้าแบงค์อนุมัติหลังจากจอง มันก็จะกลายเป็น Back log จำนวนมาก ซึ่ง จะเป็น 60% ของการขายเรา และเมื่อมีลูกค้าใหม่เข้ามา ก็จะสามารถทำให้สินค้าของเราหมดสต๊อกไปอย่างรวดเร็ว จึงต้องทำเรื่องมาขอที่ประชุมซื้อที่ดินใหม่ด้วยครับ“
“ข้อที่ 4 สำหรับบริษัทฯที่จะมารับผิดชอบ การสร้าง นั้น ทางเราได้ ขอให้เขาออก D L/C ไม่ใช่ Bank Guarantee หรือ L/G แค่นั้น อีกทั้งต้องผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ที่เราได้กำหนดไว้ พร้อมกับทำตามข้อตกลงซึ่งอิงไปทางความต้องการของเรา ขณะนี้ อยู่ในขั้นการคัดเลือกและการทำ D L/C ครับ ก่อนเซ็นสัญญา“
“สำหรับ ข้อที่ 5 วิธีการตรวจสอบมาตรฐาน นั้น เราได้ตั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนี้ ทั้งจากภาครัฐ เอกชน หน่วยงานการศึกษา ซึ่งพวกเขาจะมีทีมเข้ามาด้วย และประกอบกันเป็น Audit Committee ซึ่งยังอยู่ในขั้นการร่าง QC Assurance theme เพื่อเป็นแนวทางการประชุมและทำงานของ Audit Committee และยังอยู่ในระหว่างการ Recruitment ยังไม่ได้ไปถึงขั้น Selection ครับ”
“ทางผู้อื่น มีใครจะเสนอแนวความคิด หรือ ความเห็นเพิ่มเติมอย่างไรครับ” มหิทธนะ กล่าวขึ้นในที่ประชุม หลังจากที่เงียบกันไปประมาณ 1 นาที และมีการหันไปพูดคุยกันเบาๆ เกือบ 3 นาที
“ผมคิดว่า ต้องมีการประชุมอีกครั้ง และได้รับข้อมูลเพิ่มเติม ทุกข้อ ถึงจะตัดสินใจได้ ครับ”
อิศเรศ พันธ์สมบูรณ์ CEO ของสำนักเลขามหิทธา กรุ๊ป กล่าวขึ้น
“ผมขอข้อมูล ละเอียดกว่านี้ ครับ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก”
ลิขิตเทพ กำราบไพรี กรรมการนโยบายผู้ถือหุ้นรองจากมหิทธนะ ของมหิทธากรุ๊ป และผู้ถือหุ้นรองจาก มหิทธนะใน มหิทธาInvestment เอ่ยขี้นเป็นคนที่สอง
“ผมเห็นด้วย กับคุณอิศเรศ และ คุณ ลิขิตเทพ ครับ”
CEO ของ มหิทธา ฟู้ดส์ และ ผู้ถือหุ้นรองจากลิขิตเทพ ใน มหิทธาอินเวสต์เม้นท์ กล่าวเสริมขึ้นต่อจาก ลิขิตเทพ
“มีใครจะเสนออะไรเพิ่มเติมอีกไหมครับ”
มหิทธนะ กล่าวขึ้น หลังจากที่ประชุมเงียบกันไป 1 นาที
หลังจากเงียบกันไปราว2นาที มหิทธนะ จึงกล่าวขึ้นว่า
“ในการประชุมรอบบ่าย นั้น ทางสำนักเลขาฯ จัดการเรื่องการโหวตในที่ประชุมนี้ เป็น 2 เรื่อง เลยนะครับ คือ
1. อนุมัติตามคำขอ ของ บริษัทกีรติอนันต์พัฒนา โดยรอการประชุมเพิ่มเติมข้อมูล
2. ไม่อนุมัติ คำขอ ของ บริษัทกีรติอนันต์พัฒนา”
“เราจะพบกันอีกครั้ง ในเวลา 13.30 ส่วนตอนนี้ เวลา 11.30 เชิญร่วมสนทนาจิบเครื่องดื่ม กันเอง เพื่อ รอ รับประทานอาหารที่ สำนักงานเลขาฯ จัดขึ้นไว้ให้ ที่ห้อง Zeus partizan ชั้น 35 นะครับ ส่วนการประชุม ในช่วงเช้านี้ ขอปิดการประชุมแต่เพียงเท่านี้ครับ” มหิทธนะ กล่าวขึ้นทำลายความเงียบ หลังจากสั่งการสำนักเลขาฯไป และเสียงตบมือดังขึ้นจากองค์ประชุมทั้งหมด เกือบ 20 คน
มหิทธนะ กลับไปชั้น 39 อีกครั้งหนึ่ง และโทรสั่งให้สำนักเลขาฯ จัดอาหารตามไป พอไปถึงห้องโถงนั่งเล่นและชมวิว ชั้นส่วนตัว ชั้นที่39 เขาจึงสั่งการด้วยเสียง
"เปิดระบบ"
แล้วสั่งการต่อไปอีกว่า
"Soft music"
แสงจากหลอด LED หลากดีไซน์ตามมุมต่างๆ ก็สว่างขึ้น เพลงบรรเลงสากล ก็ แผ่ว ขึ้นมารอบทิศ มหิทธนะ ทรุดตัวนั่งเอนหลังกับ เก้าอี้พักผ่อนชั่วคราวส่วนตัว พริ้มตาลง เพื่อรวบรวมสมาธิ และผ่อนคลายการใช้ร่างกาย
11.55 ทีมแม่บ้าน ทะยอยเอาอาหารเข้ามา HKSเดินเอาน้ำส้มและน้ำเปล่า มาเสิร์ฟให้แก่มหิทธนะ แล้วถามว่า "คุณอี้ รับประทานอาหารตรงไหนดีคะ"
มหิทธนะ ตอบว่า
"ในห้องโถงนี้แหละ แล้วช่วยเรียก CEOของสำนักเลขามาพบ หลังจาก รับประทานอาหารใน Staff Canteen ด้วย เวลา 13.00"
13.00 กริ่งเรียกหน้าประตูลิฟท์ ดังขึ้น มหิทธนะมองเห็นจาก Security Monitor ส่วนตัว ของเขา ว่าเป็น อิศเรศ CEO ของสำนักเลขา จึง ออกคำสั่งด้วยเสียงไปว่า
"เปิดประตูโถง"
CEOสำนักเลขาฯจึงเดินเข้ามาในห้องโถงกล่าว
"สวัสดีครับ คุณมหิทธนะ"
มหิทธนะ จึงถามเขาว่า
"คุณเตรียมการรอบบ่ายมีอะไรติดขัดไหม"
CEO ของสำนักเลขา อยากรายงานอยู่แล้วจึงรีบตอบว่า
"ไม่มีปัญหาใดๆเลยครับ และ ผลจะออกมาดีที่สุดตามที่คุณต้องการครับ"
มหิทธนะ จึงกล่าวว่า
"ดีแล้ว คุณช่วยนัด ผู้ดูแลด้านกฎหมายของมหิทธากรุ๊ป คุณ เอกคุรุ บรรลุเดช มาพบผมที่สำนักงานคุณด้วย วันมะรืนนี้ ช่วงบ่ายถึงค่ำ"
"ครับ เดี๋ยวเมื่อนัดหมายเสร็จจะแจ้งทางคุณโดยตรง หรือ สำนักฯ ดีครับ" อิศเรศ CEO ของสำนักเลขา ตอบ
"แจ้งโดยตรง และ ให้เขาโทรหาผมด้วย หลังจากกำหนดนัดแล้ว"
มหิทธนะบอกแก่อิศเรศ
13.30 ในห้องประชุม
"เราไม่มีอะไรจะพูดกันมาก เพราะรับทราบมาในช่วงเช้ากันแล้ว ดังนั้น ก็จะเป็นการโหวต ว่าเลือก ข้อไหนกันนะครับ"
มหิทธนะกล่าวขึ้นทำลายความเงียบในห้องประชุม
"มีอยู่แค่ 2 ข้อ เอง พวกคุณเลือกโหวต เอาเอง นะครับ เริ่มโหวต เวลา 13.45 ครับ มีเวลาให้คุณคิดทบทวนกันอีกหน่อย"
สิ้นคำกล่าว ก็มีการหันหน้าไปคุยกัน ระหว่างผู้ประชุมเบาๆ ทำให้เกิดเสียงดังขึ้นพอประมาณ
13.44 มหิทธนะจึงกล่าวขึ้นแทรกแซงเสียงปรึกษาอีกครั้งหนึ่ง
"เมื่อผมสั่งโหวต คุณก็กด 1 หรือ 2 บนแป้นคีย์บอร์ดคุณเลยนะครับ"
ชั่วขณะหนึ่งเสียงปรึกษาเริ่มลดหายจนกลายเป็นความเงียบ
13.45 "โหวตได้ครับ"
เสียงมหิทธนะดังขึ้นมาสอดแทรกความเงียบ ทุกคนพากันกดปุ่มบนแป้นคีย์บอร์ดของตัวเอง
ตัวเลข หน้า จอภาพขนาด 100 นิ้วบ่งบอก ข้อที่1 : ข้อที่2 เป็น 18 : 0 นั่นก็หมายความว่า ทุกคนเห็นด้วยที่จะมีการเพิ่มเติมข้อมูลและประชุมกันใหม่
มหิทธนะ จึง เอ่ยขึ้นว่า
"ในฐานะที่ผมเป็นประธานในการประชุมนี้ ซึ่งผลโหวตออกมาเช่นนี้ ก็แสดงว่าทุกคนเห็นด้วย กับ กีรติอนันต์พัฒนา แต่ต้องการข้อมูลที่ละเอียดเพิ่มเติม
ดังนั้นจึงขอให้ทาง กีรติอนันต์พัฒนา กลับไปเตรียมข้อมูล และนัดหมายกับสำนักเลขาฯมหิทธากรุ๊ป ซึ่งจะแจ้งทุกคนให้ทราบวันและเวลาประชุมรอบใหม่ และแจกแจงข้อมูลที่ทาง กีรติอนันต์พัฒนา ส่งมาให้ศึกษากันก่อนด้วย
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องไม่เร่งรีบจนเกินไป เอาที่ทำได้ดีมีประสิทธิภาพ หรือ ไม่ทำอะไรเพิ่มเติมมากขึ้นเลย เรียกว่า ไม่บีบตัวเอง แต่ไม่ชักช้า เพราะเรื่องนี้ ต้องจบให้ไว พวกคุณจะได้ทำงานกันได้ไวขึ้น และผมขอเพิ่มเติม Feasibility study เพิ่มขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนในที่ประชุม ได้ศึกษากันและปรึกษาหารือกัน ก่อนเข้าประชุมโหวต รอบใหม่ จะเป็นการช่วยการประชุมให้ไวขึ้น ดังนั้นวางแผนแล้วนัดหมายมาที่ สำนักเลขาฯ นะครับ สำหรับวันนี้ ก็ขอปิดการประขุมเพียงแค่นี้"
14.00 มหิทธนะ ไปที่ชั้น 38 ซึ่งเป็นออฟฟิศส่วนตัวของเขา ที่มีเลขาส่วนตัว 2 คนทำงานอยู่ ชั้นที่ 37 ป็นฟิตเนส ส่วนตัวและสระว่ายน้ำ รวมทั้งห้องจัดปาร์ตี้ส่วนตัวของมหิทธนะเอง เขาเดินผ่านห้องโถง ห้องรับรอง และ ออฟฟิศส่วนตัวของเลขาทั้ง 2 ซึ่งเป็น ผู้ชาย1และผู้หญิง1 ไปยังออฟฟิศส่วนตัวขนาด 800 ตร.ม. ของเขา เขากดรีโมทที่เข็มขัดประตูเลื่อน แล้วเดินเข้าไป สั่งการด้วยเสียง
"เปิดระบบทำงาน"
มอนิเตอร์ 100 นิ้วที่ติดตามมุมต่างๆ ปรากฎขึ้น มีทั้งตารางการแสดงหุ้นทั่วโลก หุ้นทั่วประเทศและข่าวจากสำนักต่างประเทศต่างๆ เขาจึงสั่งการด้วยเสียงไปว่า
"ข่าวทั่วไปโลกcnn ข่าวเศรษฐกิจ Bloomberg"
พลันจอข่าวอื่น ดับไป เหลือไว้เพียงจอข่าว 2 จอ เขาจึงกล่าวต่อไป
"เสียงข่าวทั่วไป"
พร้อมกับทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานของเขา ที่ตั้งอยู่เกือบชิดมุม 2 ด้าน ของอาคาร ซึ่งเป็นกระจกนิรภัยบานใหญ่ทั้งหมด แล้วจับแฟ้มเสนอเซ็น ซึ่งมีไม่มาก เพราะเขาทำงานแต่เชิงนโยบาย ขึ้นมาพิจารณา หูก็ฟังข่าว และ เงยหน้ามองมอนิเตอร์เป็นระยะ เมื่อเห็นว่าน่าสนใจ เกือบครึ่งชั่วโมง เขาจึงสั่งว่า "ปิดเสียงข่าวทั่วไป เปิดเสียงข่าวเศรษฐกิจ"
จนเสร็จการเซ็นเมื่อเกือบ 15.00 เขาจึงเอนหลังเงียบไม่ทำอะไร
15.00 เขาเดินไปยัง เลนโบว์ลิ่งส่วนตัว เพราะเขาไม่ชอบการตีกอล์ฟ สั่งเปิดระบบโบว์ลิ่ง แต่ยังไม่ทันได้เริ่มต้น มอนิเตอร์ก็ขึ้นภาพสมชาติมา เขาจึงสั่งไปว่า
"รับสาย"
แล้วพูดว่า
"ตื่นไวนะมึงไอ้ชาติหมา กูกำลังจะออกกำลังซ้อมมือซะหน่อย"
"นี่กูกำลังจะเข้าไปขี้และอาบน้ำ เลยเตือนมึงก่อนไง ว่าให้ไปที่ท่าน้ำ เวลา 16.00 กูจะไปรับ แล้วให้แม่บ้านมึงเตรียมของกินและเครื่องดื่มในเรือไปให้ด้วย เอาที่สะดวกๆหน่อย กูจะได้กินอาหารกลางวันไปด้วย ไม่ต้องซื้อให้เปลือง กินของฟรีดีกว่า นะ ไอ้Little มหิงสา"
เสียงชาติตอบกลับมา และมหิทธนะตอบบ้าง
"เออ เดี๋ยวกูจะสั่งให้ มึงอย่าพลาดเวลาก็แล้วกันไอ้ชาติหมา แดกแต่ของฟรี พ่อมึงตาย"
"มึงจะพูดให้กูคิดถึงพ่อทำไมวะ แม่มึงน่ะสิ"
ชาติตอบแกมด่ากลับ
"แม่กูยังขับรถเหยียบ120 เป็นเรื่องธรรมดาอยู่ อีกนานโว๊ย"
มหิทธนะย้อน แล้วทั้งสองก็หัวเราะ
"ตามนั้น คุยกันบนเรือ"
สมชาติพูดแล้ววางสายหายไปจากหน้าจอ
"สงสัยมันปวดขี้จัด"
มหิทธนะบ่นพึมพำยิ้มๆ กับตัวเอง เขาจึงเรียกจอและสั่งสมหญิง HKS ตึกเกี่ยวกับสิ่งที่สมชาติต้องการ และเริ่มการโยนโบว์ลิ่ง ฟังข่าวเศรษฐกิจไปดู นานๆ ครั้ง ก็ชำเลืองยังจอหุ้นทั้งสอง
https://twitter.com/khanayacht
15.50 เขาลงลิฟท์ส่วนตัวไปชั้นล่างเพื่อไปท่าน้ำ เมื่อถึงท่าน้ำ สมหญิงเตรียมของรออยู่แล้ว มีเรือยอร์ชขนาดกลางลำหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาเทียบท่าของเขา มองแต่ไกล ก็รู้ว่า สมชาติ นั่นเอง พอถึงท่า สมชาติก็จัดการเรือจอดเรือผูกเรือด้วยตัวเองอย่างคล่องแคล่ว ตามอาชีพในอดีตของเขา เขาจึงบอกให้สมหญิงจัดของลงเรือ ขณะที่สมหญิงกำลังทักทายสมชาติ
"สวัสดีค่ะคุณ สะมะชาด"
"ครับสวัสดีครับ คุณหญิง สบายดีนะครับ"
"ค่ะ คุณล่ะค่ะ ช่วงนี้เป็นไง"
"ก็ดีครับ มีแต่คิดถึงคุณหญิงนี่แหละที่ไม่ค่อยสบายใจ"
"ค่ะขอบคุณค่ะ"
สมหญิงตอบแบบหน้าแดง ถึงแม้จะอายุเข้าวัยกลางคน แต่เค้าใบหน้าและรูปร่าง สมหญิงก็จัดว่าเป็นผู้หญิงที่สวย คนหนึ่งในอดีต
16.00 มหิทธนะลงไปในเรือ สมชาติ ปลด การเทียบท่า แล้วออกเรือไปตามแม่น้ำขึ้นไปทางทิศเหนือ
"เมื่อไหร่มึงจะเลิกหยอดแม่บ้าน และ เลขาฯกูวะ เอาจนซะผู้ชายจะกลายเป็นกระเทยอยู่ละ แล้วนี่เรือยอร์ชใครวะ" มหิทธนะถามชาติขึ้นก่อน
"กูจัดการได้ก่อนเถอะ จะเลิกหยอด ทุกคน ทั้งหมดมี 3 ลำ ที่กูเอามาใช้ มีเจ็ทโบ้ตลำใหญ่อีกลำ 3 ห้องนอนเหมาะสำหรับ 10 คน ลำนี้เจ็ทเหมือนกันมีห้องเดียวเล็กลงหน่อย เหมาะสำหรับ 2-3 คน ส่วนอีกลำเป็นเจ็ทไม่มีห้องนอน ลำเล็กเหมาะสำหรับ 4 คน นั่งตรวจการ ในลำน้ำเล็กและตื้น ซอกซอนไปในคลองเล็กกรุงเทพฯ เหมาะนัก เออ เดี๋ยวมึงมาขับแทนกูหน่อย กูจะได้พูดคุยกับมึง มึงก็ขับไปฟังกูไป"
สมชาติตอบยาวเหยียด
"เดี๋ยวๆๆ กู ขับไม่เป็นเรือเนี่ย และกูถามมึงว่าเรือใครมึงยังไม่ได้ตอบ ตอบแต่รายละเอียดอื่นสำหรับเซลล์แมนพรีเซ้นท์"
มหิทธนะย้อนชาติแข่งกับเสียงเรือ
"มึงมาจับพวงมาลัยก่อน เดี๋ยวกูแนะนำให้ ไม่ยากหรอก แป๊บเดียวก็เป็นแล้ว แล้วกูจะให้กฎของลำน้ำไปเรื่อยๆ พร้อมกับคุยกันเรื่องต่างๆ ของเรา"
พอสมชาติตอบมา มหิทธนะจึงเดินเข้าไปที่ส่วนบังคับเรือ จับพวงมาลัยแทนสมชาติ แล้ว เอ่ยขึ้น
"มึงยังไม่ได้บอก เรือใคร"
สมชาติย้อนตอบมหิทธนะ
"กูเบาเครื่องให้ไม่ไวเกินไปมึงจะได้ฝึกบังคับง่ายๆไปก่อนและพูดคุยไปด้วย เรือมึง นั่นแหละ"
มหิทธนะ ถึงกับสะอึก แต่ก็ยังขับเรือต่อไป เพราะเริ่มจะติดใจแล้ว แต่ปากก็ยังถามสมชาติว่า
"ยังไงวะ ไอ้ชาติหมา"
"คันโยกนี่ เป็นเกียร์และคันเร่งไปด้วย มันมี 2 เกียร์ แค่นั้น เดินหน้าและถอยหลัง มึงหัดๆตรงนี้ให้คล่องก่อน เดี๋ยวกูจะสอนเรื่องเกจ์เรื่องอื่นให้ ทั้ง 3 ลำ นี่ ของมึงหมดเลย"
สมชาติตอบแล้วมองหน้ามหิทธนะ
"หา มึงจะให้กูซื้อทั้ง 3 ลำ นี่เลยเหรอ" มหิทธนะถามสมชาติด้วยความสงสัย "ไม่ใช่ให้ มึงจะซื้อ กูซื้อให้ไปแล้ว"
ชาติต่อคำอีก
"ยังไงวะ กูไม่เข้าใจ ตอบมาไอ้ชาติหมา ถ้ากูไม่ซื้อ มึงจะทำยังไง"
มหิทธนะย้อนแล้วแกล้งอำเพื่อน
"ตอนมึงผ่านเรือแจวเรือพาย มึงชะลอหน่อยนะ มึงเห็นไหม คลื่นที่เกิดจากเรือ มันทำให้เรือเขาโคลงพร้อมจะพลิกคว่ำได้ขนาดไหน"
สมชาติบอกสอนให้มหิทธนะ เกี่ยวกับการปกป้องผู้อื่นจากการใช้เรือเร็ว
"ถ้ามึงไม่ซื้อ กูก็คืนเขา เสียค่าส่วนต่างเองสิวะ นี่คือ เดโม่ 3 ลำ เนี่ย กูเอามาลอง"
ชาติตอบคำถาม
"กูก็ไม่เข้าใจอยู่ดี"
มหิทธนะถามต่อแล้วหันไปมองสมชาติ ทำหน้าสงสัย
"มึงรอประชุมเถอะ เดี๋ยว คุณอิศเรศ ยื่นเรื่องประชุมพวกมึงเอง กูขอให้พี่Child เขียนแผนเกี่ยวกับเรื่องนี้และดำเนินการให้ ให้ไปตั้ง 1 เมมเบอร์ กับบลูหนึ่งลัง" สมชาติตอบยาว
"แต่หลักๆ คนในกรุ๊ปของมึงเนี่ย เห็นดีด้วย มีแต่มึงที่มารับรู้วันนี้เอง ของมันต้องใช้ องค์กรของมึงคนเยอะ การทำงานจะได้ไวขึ้น นี่กูคิดไว้ว่า การบินไทยก็น่าสน"
สมชาติร่ายมาอีกประโยคยาวๆ ติดกวนๆ
"แพงไหมวะ ค่าเรือเนี่ย ใช้ทั้งองค์กร ก็คงจะหลายลำ กูก็คิดว่าดูสะดวกดีนะ นี่มาถึงท่าน้ำนนท์แล้ว สิบกว่านาทีเอง" มหิทธนะ ถามย้อนอีกแต่เริ่มสนใจในเรือนี้แล้ว
"มันเรื่องของการเทียบท่าและการบำรุงรักษา ที่ต้องคิดให้หนักว่าจะทำยังไง ถึงจะออกมาดี แล้วส่วนอื่นจะตามมาดีด้วย"
ชาติตอบด้วยความจริงจัง
"กูถามมึงเรื่องเรือ 3 ลำ นี่ ราคาเท่าไหร่" มหิทธนะ ถามรุกเร้าชาติอีกครั้ง
"มึงคิดง่ายไป กูไม่ซื้อแค่ 3 ลำนี้หรอก" ชาติตอบพร้อมกับมองหน้ามหิทธนะ
"หา มึงสั่งซื้อกี่ลำ แบบไหนบ้างวะ รู้ความต้องการใช้งานขนาดไหนละยัง" มหิทธนะ อุทานแล้วถามต่อ
"กูซื้อบริษัทมันเลย ยอดขายมันไม่ไหวเอง ราคาตกมาก กูดูสถานที่และของในสต๊อกมัน แล้วก็ถามซื้อ เพราะมันก็ไม่มีช่างเรือเล็กวิเคราะห์ เก่งๆ ในมือ" ชาติตอบยาวอีก แล้วยังต่อประโยคอีกว่า
"แต่กูมีเพื่อนที่เคยทำงานกับกู ที่กูแนะโปรเจคท์ให้ เป็นเจ้าของอู่ต่อและซ่อมเรือยอร์ชอยู่ภูเก็ต เป็นอาจารย์สอนด้วยลูกทีมเพียบ ทำตลาดสบาย ความต้องการของ อีลิท มีอีกเยอะ แต่ ทุกเจ้าตอบโจทย์เขายังไม่ได้กัน The real One stop service โว๊ย มึงไม่ต้องคิดมาก หรอก ปล่อยไปตามกลไกของกรุ๊ปมึงเถอะ มึงห่วงแต่ว่า กูจะซื้อธุรกิจการบิน ได้เจ้าไหน ก็พอ"
ชาติตอบยาวและลงท้ายด้วยลีลายียวน
"ตอนนี้ กูย้ายมาอยู่คอนโดตรงข้ามตึกมึงคนละฝั่งแม่น้ำ ห้องมันใหญ่ มีหลายห้องในตัว กูทำงานหลายอย่างได้สะดวก และที่สำคัญ มันมีที่จอดเรือสำหรับ 3 ลำนี้ พร้อมให้มึงกับกูใช้"
ชาติต่อความอีกประโยคหนึ่งทิ้งท้าย
"สิ่งเหล่านี้ คือ เตรียมการรองรับ สิ่งที่เรากำลังไปดู ที่กูทำไว้กัน มึงกับกูจะได้แก้ไขปัญหากันเนิ่นๆ เมื่อมีสิ่งนี้ มา เดี๋ยวเปลี่ยนกูขับ ใกล้ถึงท่าแล้ว มึงคอยดูตอนกูเทียบท่า ขากลับมึงจะได้ขับเทียบท่ามึงได้สะดวก"
มหิทธนะ มองหน้าเพื่อนแล้วปล่อยให้เข้ามาควบคุมเรือต่อจากเขา แล้วคิดถึงเรื่องนี้ ว่า ชาติไม่ได้อะไร จากการดีลนี้เลย เพราะ กรุ๊ปของเขาจะจัดการเองหมด ชาติเพียงแต่ต้องการใช้เรือร่วมกับเขาเท่านั้น โดยที่เขาถามความเห็นของคนที่ทำงานกับเขาเป็นจำนวนมาก ว่าจำเป็นต้องใช้ไหม มาแล้ว ถ้าดีลไม่จบ เขาต้องเป็นฝ่ายเสียเอง มหิทธนะ คิดไปอีกว่า เพื่อนคนนี้ ความคิดเห็นและการกระทำไม่ค่อยเหมือนชาวบ้าน นัก แต่ ก็แฝงไปด้วยหลักการของเขาเองผสมกับความรู้บนโลก ตั้งแต่ รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เขาก็เป็นของเขาอย่างนี้ตลอด อีกทั้งเขาก็พูดเสมอว่า เขาไม่ทำในสิ่งที่ฮิต แต่เขาทำในสิ่งที่ควรเป็น อัตรามันจะยั่งยืนกว่า แต่ในความเป็นจริง ไม่มีใครให้การยอมรับและความร่วมมือกับแนวความคิดนี้ แต่ ตอนนี้ ถึงเวลาละยังที่เขาควรจะคิดและทำในสิ่งที่ สมชาติกระทำ แม้ สมชาติจะไม่ค่อยเจอกับเขาบ่อยนัก ในยี่สิบกว่าปีให้หลังมานี้ แต่ก็ยังติดต่อกัน
    ถูกใจก็เที่ยวไป
    สุดยอดเลยครับ มาติดตามนะครับ^^