18 ก.ค. 2020 เวลา 14:31 • ท่องเที่ยว
One day trip เดินเดี่ยวเที่ยวรอบกรุง Ep.1 บทความที่ 4
มาถึงที่หมายสุดท้ายกันแล้วนะคะ หลังจากเดินผึ่งแดดให้ตัวเกรียมเป็นข้าวเกรียบว่าวมาครึ่งวันเต็ม ๆ แดดก็ยังคงแรงดีไม่มีตก แต่อิฉันนี้จะสุกแล้วค่าาาา 🌞😁
เอาล่ะค่ะ ที่หมายสุดท้ายของเราวันนี้คือ....!!!
🎍>>>วัดราชนัดดารามวรวิหาร<<<🎍
ที่ตั้ง : ถนน มหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานครฯ
พระอุโบสถ
ประวัติความเป็นมาของวัดราชนัดดารามวรวิหาร
วัดราชนัดดารามวรวิหาร เป็นพระอารามชั้นตรี ชนิด วรวิหาร
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงสร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติให้แก่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าหญิงโสมนัสวัฒนาวดี ซึ่งในกาลต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเป็นพระอัครมเหสีองค์แรกของรัชกาลที่ 4 ทรงพระนามว่า สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัส วัฒนาวดีบรมราชเทวี
และทรงได้พระราชทานนามวัดแห่งนี้ว่า “ วัดราชนัดดาราม “ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2386
วันนี้เราเดินเข้าทางประตูทางด้านกำแพงของป้อมพระกาฬนะคะ เดิมข้ามถนนมาจะเจอซุ้มประตูทางเข้า ซึ่งเป็นประตูเดียวกับทางเข้าชุมชนรักษาศีล 5 ( แหล่งจำหน่ายวัตถุมงคล และวัตถุรอเอาไปประกอบพิธีมงคลตามความเชื่อ มีทั้งพระพุทธรูป พระเครื่อง รูปบูชาของศาสนาอื่น ๆ )
ประตูทางเข้าฝั่งตรงข้ามเป็นกำแพงของป้อมพระกาฬ
ทางเข้าชุมชนรักษาศีล 5
ร้านวัตถุมงคล
เมื่อเดินผ่านชุมชนรักษาศีล5 เข้ามาแล้วเดินตรงไป ประมาณ 10 เมตร เห็นจะได้ เจอแยกให้เลี้ยวขวา จะเห็นประตูไม้สีแดงเล็ก ๆ อยู่ด้านขวามือ นั่นคือประตูทางเข้าค่ะ หลังผ่านประตูเข้ามา มีร้านกาแฟเล็ก ๆ อยู่ด้านซ้าย หากใครกระหายน้ำ หรือต้องการสั่งเครื่องดื่มอื่น ๆ ทางร้ายก็มีจำหน่ายนะคะ ราคาก็ตามเรทสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไปค่ะ เราไม่ได้แวะซื้ออะไรเพราะเตรียมน้ำมาเองหลายขวด แบกเป้หลังแอ้นเลยค่ะ แหะ ๆ
สถานที่แรกที่เรามองเห็นหลังจากเดินผ่านประตูเข้ามาคือ พระอุโบสถ
โลหะปราสาท
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ก็จริงแต่ยังไม่แล้วเสร็จ ในตอนนั้นยังมีแค่เพียงโครงเหล็กและศิลาแลงเท่านั้น ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้โปรดเกล้าให้มีการปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ โดยสังเกตได้จากมีการสร้างบันไดเวียนขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุด ส่วนชั้นล่างยังคงรูปแบบเดิมเอาไว้ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้โปรดให้สร้างต่อจนแล้วเสร็จ แต่ก็เกือบจะทำลายแบบแผนเดิมจากสมัยรัชกาลที่ 3 ไป
ต่อมาในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ให้มีการซ่อมแซมและให้พยามคงรูปแบบเดิมของสมัยรัชดาลที่ 3 เอาไว้ให้มากที่สุด
โลหะปราสาท
โลหะปราสาท
ดูจากภายนอกยังสวยขนาดนี้ เราจะพลาดการเข้าไปชมภายในได้อย่างไร มาถึงที่ก็ต้องไปให้ถึงยอดสิถึงจะถูก
สถาปัตยกรรมของโลหะปราสาท
เป็นลักษณะศิลปสถาปัตยกรรมแบบไทย เป็นปราสาท 3 ชั้น มียอด 37 ยอด หมายถึง พระโพธิปักขิยธรรม (ธรรมเป็นไปในทางปัญญาเครื่องตรัสรู้) 37 ประการใจกลางอาคารจะมีบันไดเวียน มีท่อนซุงขนาดใหญ่ยึดเป็นแม่บันได มีทั้งหมด 7 ชั้น
บริเวณทางเข้าด้านในเป็นลักษณะประตูโค้ง
ชั้นที่ 1 นิทรรศการตำนานโลหะปราสาท
เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับตำนานและประวัติศาสตร์ความเป็นมาของโลหะปราสาทตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แถมยังเก้าอี้นั่งสมาธิไว้สำหรับผู้ที่ต้องการมานั่งสมาธิปฏิบัติธรรมอีกด้วย
บริเวณสำหรับนั่งสมาธิ
เดินขึ้นบันได้เวียนไปชั้นต่อไปกันค่ะ
เมื่อก่อนเคยคิดว่าอยากทำบันไดเวียนไว้ที่บ้าน แต่...เปลี่ยนใจแล้วล่ะ 😅
ชั้นที่ 2 ระเบียงปริยัติธรรม
ในชั้นนี้จะใช้เป็นสถานที่สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยจะเห็นตู้หนังสือธรรมะไว้คอยบริการ รวมถึงยังมีป้ายพุทธภาษิต สุภาษิตธรรม ติดเอาไว้ตามผนัง
มีมุมให้นั่งอ่านหนังสือ และมีตู้หนังสืออยู่ใกล้ ๆ
บริเวณภายนอกของชั้น 2
ชั้นที่ 3 เดินจงกรม
บริเวณชั้นนี้ได้รับการออกแบบไว้เป็นสถานที่สำหรับเดินจงกรม ทั้งสำหรับพระภิกษุ สามเณร และบุคคลทั่วไปได้ใช้เป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติ
ทางเดินอันเงียบสงบ
ชั้นที่ 4 นั่งสมาธิ
ชั้นนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นสถานที่เงียบสงบเอาไว้สำหรับปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ สำหรับทั้งพระภิกษุ สามเณร และบุคคลทั่วไป
มีคำแนะนำ และวิธีการทำสมาธิอย่างถูกวิธีสำหรับมือใหม่หัดนั่งด้วยค่ะ
ชั้นที่ 5 จุดชมยอดปราสาท
ชั้นนี้เป็นจุดชมความสวยงามของยอดโลหะปราสาทที่สามารถเห็นแบบใกล้ ๆ
ภาพจะเอียง ๆ เพราะเริ่มเมาบันไดเวียนซะแล้ว
มีการจัดแสดงนิทรรศการอธิบายความรู้ลักษณะและสภาวะจิตของพระอริยบุคคล 4 จำพวก ได้แก่ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์
ยอดโลหะปราสาทที่มองจากชั้น 5
ชั้นที่ 6 ชมทัศนียภาพ 360 องศา
เป็นจุดชมวิวเกาะรัตนโกสินทร์ จะมองเห็นวิว ภูเขาทอง วัดอรุณราชวราราม วัดสุทัศนเทพวราราม พระบรมมหาราชวัง
แหงนจนปวดเอ็นคอ
มองไปเกือบรอบ ๆ
ชั้นที่ 7 สักการะพระบรมสารีริกธาตุ
ชั้นนี้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ประชาชนทั่วไปและผู้ที่มีจิตศรัทธาสามารถสักการะได้
แต่...อยากจะขอเตือนนะคะว่า บันไดทางขึ้น-ลงในชั้นนี้ แคบและค่อนข้างชันมาก โปรดใช้ความระมัดระวัง ไม่งั้นหัวอาจจะทิ่มได้ อีกเรื่องบริเวณที่ให้นั่งสักการะแคบมากกก ขึ้นไปได้ทีละคนเท่านั้นนะคะ เพื่อความปลอดภัย
บันไดทางขึ้น-ลงบริเวณสักการะพระบรมสารีริกธาตุ
ชันจริงไม่จกตา โปรดระมัดระวังนะคะ
จากตรงนี้มองออกไปเป็นอะไรที่วิวสวยมาก ถึงแม้ขาจะแอบสั่นก็เถอะ
มองจากมุมนี้จะเห็นเจดีย์ภูเขาทองชัดมาก
ครบทั้ง 7 ชั้นแล้ว เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันนะคะ คงเพราะแดดร้อนมากด้วย น้ำที่เตรียมไปหมดเกลี้ยงเลยค่ะ
เดินลงมาตรงนี้ น่าจะเป็นในส่วนของกุฏิพระ แต่ตอนนี้กำลังปรับปรุงซ่อมแซมอยู่ ยังไม่แล้วเสร็จดีค่ะ
โลหะปราสาทมองจากมุมล่าง
มุมเงยก็สวย
มุมล่างก็งาม
ชมวัดเสร็จแล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับ ขากลับเราก็ใช้การเดินเช่นเดิม เดินเล่นไปเรื่อย ๆ จนถึง พลับพลามหาเจษฎาบดินทร ซึ่งเป็นพลับพลาสำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง อยู่บริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาส ใกล้กับวัดเทพธิดา แต่ช่วงที่เราไปเขาปิดปรับปรุงและซ่อมแซมเลยไม่ได้ถ่ายรูปไว้นะคะ เพราะจะดูไม่ค่อยสวยงาม
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ปิดทริป One day trip เดินเดี่ยวเที่ยวรอบกรุงกันที่นี่เลยแล้วกัน คือเหนื่อยมากเวอร์ X 10 ไม่หักเลยค่ะ แต่ก็ถือว่าคุ้มกับการเดิน และเดินครึ่งวัน ได้ภาพสวย ๆ ได้ชมสถานที่งดงาม คุ้มค่าเกินล้าน ถึงแม้แดด🌞จะหมื่นล้านก็เถอะ 😅
สิ่งที่ได้อีกอย่างจากทริปนี้คือ ครั้งต่อไปต้องเตรียม หมวก ร่ม ปลอกแขน ครีมกันแดดพอกหนา ๆ แบบยางรถสิบล้อ พัดลมมือถือ น้ำดื่มเยอะ ๆ และ Counterpain
สำหรับทริปนี้ สวัสดีและบ๊ายบาย กลับไปนอนยกขาห้อยหัว และนวดน่องก่อนค่าาาา 😘😘
@Violet_p
โฆษณา