มีบัญชีอยู่แล้ว?
ทำไมสิงคโปร์ไม่มีอัตราดอกเบี้ยนโยบาย?
ในหลายประเทศการใช้นโยบายตึงตัวย่อมหมายถึงการเพิ่มต้นทุนการกู้ยืม แต่ไม่ใช่กับประเทศสิงคโปร์เมื่อการใช้นโยบายเชิงผ่อนคลาย ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้น
เพราะสิงคโปร์ใช้อัตราแลกเปลี่ยน ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ย ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนเป็นนโยบายการเงินหลักของสิงคโปร์
ทำไมถึงเลือกใช้อัตราแลกเปลี่ยน
เพราะสิงคโปร์เป็นประเทศเศรษฐกิจเปิดขนาดเล็ก (ประชากรประมาณ 5.6 ล้านคน) ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจจะพึ่งพาการค้าอย่างมาก อัตราแลกเปลี่ยนส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อมากกว่าที่ประเทศอื่นเป็น ดังนั้นการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนแทนอัตราดอกเบี้ย
จึงมีประสิทธิภาพต่อการรักษาเสถียรภาพของราคาสินค้ามากกว่า
ซึ่งนี่ก็เป็นเป้าหมายหลักของธนาคารกลางสิงคโปร์
2
อัตราแลกเปลี่ยนค่อนข้างง่ายต่อการควบคุมผ่านตลาดโดยตรงผ่านการแทรกแซง (ธนาคารกลางซื้อและขายเงินสกุลสิงคโปร์ดอลลาร์) และมีเสถียรภาพ
พร้อมความสัมพันธ์ที่คาดการณ์ได้กับเสถียรภาพของราคา
2
แล้วธนาคารกลางสิงคโปร์ทำอย่างไร?
ค่าเงินสิงคโปร์ดอลลาร์ถูกบริหารอัตราแลกเปลี่ยนผ่านตะกร้าค่าเงินประเทศคู่ค้าที่
สำคัญซึ่งไม่ได้เปิดเผย (Australia & New Zealand Banking Group Ltd.
ประมาณไว้ว่าสัดส่วนหลัก คือ ดอลลาร์สหรัฐฯ, ริงกิต, หยวน, ยูโร และเยน)
แต่ก็ไม่ได้กำหนดตัวเลขอย่างชัดเจนเพื่อใช้เป็นเป้าหมาย
2
อัตราแลกเปลี่ยนในแบบ trade-weighted เปิดให้เคลื่อนไหวในช่วงที่กำหนด ส่งผลให้ธนาคารกลางสิงคโปร์มี 3 ตัวแปร ที่เอาไว้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยน : อัตราการแข็งค่าของอัตราแลกเปลี่ยน รู้จักกันในชื่อความชัน (slope), กรอบอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดตามนโยบาย, ระดับค่ากลางในกรอบที่กำหนด
ใช้วิธีไหนในการปรับ?
ความชันปรับด้วยสามองค์ประกอบที่สำคัญ ประกอบไปด้วย
เปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยนหรือเปลี่ยนความชันของกรอบอัตราแลกเปลี่ยน เมื่อปรับให้อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่า ก็เหมือนกับใช้นโยบายตึงตัวเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งเมื่อ
ค่าเงินแข็งค่า ราคาสินค้านำเข้าก็ลดลงช่วยลดอัตราเงินเฟ้อ ในอีกด้านหนึ่งการแข็งค่าก็ลดความต้องการส่งออกจึงไปลดการนำเข้า ราคาสินค้านำเข้าจึงลดลงไปอีก
แล้วจึงทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงไปด้วย นอกจากนี้อัตราแลกเปลี่ยนยังเป็นปัจจัยที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยอีกด้วย ซึ่งจะมีอธิบายในหัวข้อต่อจากนี้
กรอบการเคลื่อนไหวที่กำหนดตามนโยบายเป็นสิ่งที่ปรับเปลี่ยนน้อยที่สุด ซึ่งไม่ได้เปิดเผย ทาง Bloomberg ประมาณความกว้างดังกล่าวไว้ที่ 4% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ฮ่องกงซึ่งมีความกว้างที่ 1.3% และมักมีการปรับความกว้างเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความผันผวนหรือการปรับเปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยน
สำหรับระดับค่ากลางมีการปรับเปลี่ยนในรูปแบบค่าเงิน คือ ค่ากลางที่ถูกปรับขึ้นหมายถึงการใช้นโยบายการเงินตึงตัวขึ้น หรือในอีกแง่ ก็คือ ค่าเงินแข็งขึ้น
วิธีการปรับอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารกลางสิงคโปร์ (1)
วิธีการปรับอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารกลางสิงคโปร์ (2)
การอ่อนค่าเป็นทางเลือกหรือไม่?
การปรับลดค่ากลางของกรอบอัตราแลกเปลี่ยนของช่วงที่กำหนดตามนโยบาย
เปรียบเสมือนการอ่อนค่าของอัตราแลกเปลี่ยนของฝั่งสิงคโปร์ดอลลาร์
อย่างเมื่อครั้งที่ธนาคารกลางสิงคโปร์ทำหลังเกิดวิกฤตปี 2008 เพื่อรับมือภาวะ
ถดถอย อย่างไรก็ตาม ปรัชญาหลักของธนาคารกลาง คือ การรักษาอำนาจการซื้อ
และมูลค่าของเงินออม ถ้าหากอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงแข็งค่าเกินไป รัฐบาลเลือกที่จะลดค่าจ้างมากกว่าภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากการทำค่าเงินให้อ่อนลง
ทำไมอัตราดอกเบี้ยถึงลดลงทั้งที่ใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัว
ถ้าใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัว อัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าเงินจะแข็งค่า อัตราเงินเฟ้อจะลดลงเช่นเดียวกับอัตราดอกเบี้ย เพราะนักลงทุนมีความต้องการผลตอบแทนในการถือครองเงินสกุลดอลลาร์สิงคโปร์เทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หรือสกุลเงินอื่นน้อยลง หรือมองอีกมุมจะเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยถูกกำหนดจากอัตราดอกเบี้ยจากภายนอกประเทศหรือความคาดหวังของนักลงทุนต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ ภายใต้ทฤษฎีที่รู้จักกันในชื่อ Interest-rate parity
สำหรับเรื่องนี้ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ตามลิ้งค์นี้ครับ
1
เช่น อัตราดอกเบี้ยการทำ swap อายุ 1 ปี ของสิงคโปร์ (เป็นต้นทุนทางการเงินของกู้ยืมเงินสิงคโปร์สำหรับสถาบันการเงินต่างชาติ) ต่ำกว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ 0.85% เปรียบเสมือนอัตราดอกเบี้ยของสิงคโปร์ต่ำกว่าสหรัฐฯ อยู่ 0.85% ดังนั้นตาม
หลักการแล้ว คาดการณ์ได้ว่าค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทืยบกับดอลลาร์สหรัฐฯ 0.85% ในหนึ่งปีจากนี้ เพื่อชดเชยผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยที่
ต่ำกว่า (ชดเชยความมั่งคั่งที่ลดลงผ่านกำลังซื้อที่สูงขึ้น)
1
นโยบายการเงินแบบนี้มีข้อเสียหรือไม่?
นโยบายนี้ทำให้สูญเสียการควบคุมอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอัตราดอกเบี้ยของประเทศสิงคโปร์มีแนวโน้มเดียวกับอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ (เป็นไปตามทฤษฎี The Impossible Trinity ซึ่งมีอธิบายด้านล่าง) เมื่อใดที่ธนาคารกลางสิงคโปร์ผ่อนคลายนโยบายค่าเงิน
เพื่อกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยหรือต้นทุนทางการเงินจะปรับตัวขึ้น
ความเสี่ยงจากการบริโภคก็ลดลง
1
ธนาคารกลางสิงคโปร์มองว่าอัตราดอกเบี้ยมีประสิทธิภาพต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจน้อยกว่าอัตราแลกเปลี่ยน แต่นโยบายทางการเงินด้านอัตราเงินเฟ้ออาจส่งผลน้อยกว่าเมื่อใช้กับปัจจัยในประเทศ เช่น ราคาอสังหาฯ เพื่อตอบโจทย์นี้ สิงคโปร์หันมาใช้มาตรการการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจและรักษาความมั่นคงของระบบการเงินของประเทศ ซึ่งรวมไปถึงการควบคุมสินเชื่ออสังหาฯ และภาษีซื้อขายอสังหาฯ ที่สูงขึ้น
เพื่อชะลอความร้อนแรงของตลาดอสังหาฯ
2
ธนาคารกลางสิงคโปร์ประชุมกันบ่อยแค่ไหน?
ปกติแล้วจะประกาศการตัดสินด้านนโยบาย 2 ครั้งต่อปี ประมาณช่วงกลางเดือนเมษายนและตุลาคม แต่ก็เคยมีการประกาศนอกตาราง ตัวอย่างการปรับนโยบายการเงินที่เพิ่งผ่านมา ก็เมื่อเดือนตุลาคม 2018 ธนาคารกลางสิงคโปร์ ปรับ slope ค่าเงินขึ้น เป็นครั้งที่ 2 ของปี มองอีกด้าน คือ การปรับค่าเงินให้แข็งเพื่อตอบโต้อัตราเงินเฟ้อ
1
กรอบอัตราแลกเปลี่ยนและค่าของกรอบอัตราแลกเปลี่ยน
การเลือกใช้นโยบายด้านค่าเงินของสิงคโปร์ เชื่อมโยงกับทฤษฎี
The Impossible Trinity ที่บอกว่าประเทศใดก็ตามไม่สามารถเลือกใช้ปัจจัยทาง
เศรษฐกิจที่สำคัญ 3 อย่างได้ทั้งหมด ซึ่งประกอบไปด้วย
1. อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (fixed exchange rate)
2. กระแสเงินทุนไหลเข้าออกประเทศอย่างเสรี
3. นโยบายการเงินที่เป็นอิสระ
ในที่นี้จะเห็นได้ว่าธนาคารกลางสิงคโปร์เลือกใช้ข้อ 1 และ 2 ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยจึงไม่เป็นอิสระมีแนวโน้มเดียวกับอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ประเทศสหรัฐฯ เลือกข้อ 2 และ 3 ขณะที่ประเทศจีนเลือกข้อ 1 และ 3
1
The Impossible Trinity
ตัวอย่างความผิดพลาดในอดีตที่เคยเกิดขึ้นเมื่อประเทศนั้นเลือกทั้ง 3 ข้อ คือ ประเทศไทยยุคปี 40 ซึ่งส่งผลให้เราต้องใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศเพื่อคงอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่เงินทุนก็ไหลออกอย่างไม่หยุด (ตอนนั้นถึงจะจำกัดการเข้าออกก็คงไม่ทันแล้ว) อีกทั้งยังใช้นโยบายการเงินกระตุ้นการไหลเข้าของเงินทุนก่อนหน้านั้นอีกด้วย (อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าประเทศอื่น)
สำหรับบทเรียนปี 40 อ่านเพิ่มเติมได้เลยครับ
    ปริวัฒน์ ซาผู
    ยิบเลยครับขอบคุณครับ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      "โปแลนด์" ร้องขอ "อาวุธนิวเคลียร์" จาก "สหรัฐ" ล่าสุด!! ทางการโปแลนด์เปิดเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมโครงการแบ่งปันอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากรัสเซีย
      CIA Triad หลักการพื้นฐานด้าน Security ที่ควรต้องรู้ ในการทำงานทุกอย่างนั้นย่อมต้องมีการกำหนดนโนบาย ทิศทางหรือแนวทางให้มีความชัดเจน เพื่อใช้เป็นคู่มือในการยึดถือปฏิบัติ มีเส้นทางที่จะเดินไปได้อย่างถูกต้อง ไม่หลงประเด็น ตอบโจทย์กับธุรกิจที่เราดำเนินอยู่
      ศุภลักษณ์ อัมพุช เวลาผมนึกถึง quote นี้ขึ้นมา มีคนไทยไม่กี่คนที่ผมคิดว่าเป็นคนจำพวกนี้ Ceo ผมที่ SCB ก็เป็นคนหนึ่งในนั้น อีกคนที่เห็นประโยคนี้ทีไรจะอดนึกถึงไม่ได้ ก็คือพี่แอ๊ว ศุภลักษณ์ อัมพุช แห่ง the mall group นั่นเอง
      ด่วน!! เช้านี้"เกาหลีเหนือ" ยิงขีปนาวุธ 2 ลูก คาบสมุทรเกาหลีร้อนอีกรอบ!! ล่าสุด!! เกาหลีเหนือ ได้ยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 2 ลูกเข้าไปในชายฝั่งทะเลตะวันออก โดยหนึ่งในนั้นได้รับการอธิบายว่ามี "วิถีที่ไม่ปกติ"
      ดูทั้งหมด