21 ก.ค. 2020 เวลา 01:56 • สุขภาพ
ขอคั่นเรื่องสั่นที่กำลังนั่งปั่นก่อนนะครับ
อยากแชร์ประสบการณ์สุขภาพของตัวเองนะครับ เริ่มต้นเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว เกิดอาการหูอื้อด้านซ้าย และมีการบ้านหมุน อาเจียน มีเสียงหวีดดังก็เลยเลือกซื้่อยาทาเอง แต่ผ่านไปหนึ่งเดือน อาการก็ไม่หายเลยตัดสินใจไปหาหมอที่โรงพยาบาล เนื่องจากตัวผมเองไม่ได้ทำงานประจำ ก็เลยเข้ารักษาในระบบประกันสุขภาพของรัฐ
การเข้าพบหมอครั้งแรก ต้องเข้าตรวจกับหมอโรคทั่วไปก่อน เพื่อให้หมอวินิจฉัยส่งตัวหรือทำนัดหมายเฉพาะทางให้ ในครั้งแรกหมอก็ได้สอบถามเรื่องการตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งก็ยอมรับว่าหลังจากออกจากงานประจำ ก็ไม่เคยได้ตรวจสุขภาพประจำปีอีกเลย คุณหมอเลยนัดหมายตรวจสุขภาพ ตรวจเลือด ตรวจปัสสวะ คลื่นหัวใจ ผลออกมาคือ ผลตรวจร่างกายที่แย่ ค่าความดัน ค่าไขมัน ค่าคอเลสตอรอล ค่าไต อยู่ในเกณฑที่เริ่มอันตรายทั้งหมด ซึ่งหมออธิบายว่ามันเกี่ยวข้องกับการรักษาหู เพราะความดันสูงก็ส่งผลให้เกิดแรงดันในหูได้ ทำให้เกิดอาการหูอื้อ หมอเลยทำนัดเฉพาะทางให้สองที่ คือ หู คอ จมูก และอายุรกรรม
การพบหมออายุรกรรมเพื่อปรึกษาเรื่องค่าไต กับคลื่นหัวใจที่เริ่มผิดปกติ รวมถึงความดันสูง
หมอท่านนี้อธิบายให้ฟังว่าด้วยอายุปัจจุบันของผม น้ำหนักตัว ค่าเกณฑ์ต่างๆ ถือว่ายังไม่ผิดปกติร้ายแรง
เพียงแต่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การกินอาหาร การออกกำลังกาย หมอเลยขู่ว่า ถ้าไม่อยากกินยาตลอดชีวิต อีกสามเดือนข้างหน้าเรามาเจอกัน มีการบ้านให้ทำคือ
1. ควบคุมอาหาร
2. ลดน้ำหนักจาก 92 ให้ได้ 85
3. บันทึกความดัน ทั้งเช้าและเย็น
ซึ่งผลจากการทำมาสองเดือน น้ำหนักตัวลดลงมาที่ 84 แล้ว ความดันก็อยู่ในระดับปกติ
เดี๋ยวหลังพบหมอผมจะมาอัพเดตอีกครั้งครับ
ส่วนการพบหมอ หู คอ จมูก
เนื่องจากอาการผมสองเดือนแล้วที่หูอื้อ หมอก็เลยให้เข้าทดสอบการได้ยิน
พบว่ามีความผิดปกติจริงคือ การได้ยินจากหูด้านซ้ายผิดปกติ แต่เส้นประสาทหูยังปกติ
ซึ่งน่าจะเกิดจากหูชั้นกลางไม่เปิดระบายแรงดัน
หมอจึงใช้กล้องส่องเข้าไปในโพรงจมูกเพื่อดูความผิดปกติ
พบว่าโพรงจมูกผมบวมแดงมาก และเกิดรอยนูนขึ้นปิด ทำให้ไม่สามารถแรงดันได้
การรักษาคือ การใช้งานพ่นเพื่อรักษาภูมิแพ้ ล้างจมูก
ผ่านไปสองเดือน อาการหูอื้อยังไม่หาย และเริ่มลามไปหูขวา หมอเลยตัดสินใจตัดชิ้นเนื้อในโพรงจมูก
ไปตรวจ พบว่าชิ้นเนื้อปกติ แต่ตอนตัดชิ้นเนื้อในโพรงจมูกนี่ แม้จะทายาชา แต่ก็เจ็บมาก
ใช้เวลารักษาที่โรงพยายาบาลแรกประมาณสี่เดือน คุณหมอคิดว่าคงต้องเจาะช่องในหูเพื่อระบายแล้ว
เพราะรักษาด้วยอาการภูมิแพ้แล้ว ไม่ลดลงเลยยังบวมอยู่ จึงส่งตัวไปยังโรงพยาบาลตติยภูมิ
จากประสบการณ์การส่งตัวรักษาของพ่อ เป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากๆ แต่ปัจจุบันค่อนข้างสะดวก ส่งตัวออนไลน์
เข้าระบบได้เลย ผมแค่ถือเอกสารใบเดียวไปติดต่อที่โรงพยาบาลใหม่ ก็พบข้อมูล
หลังจากหมอท่านใหม่ได้อ่านประวัติการตรวจรักษาของผม ก็เริ่มตรวจหู ส่องกล้อง และตรวจคอ
ซึ่งหมอได้ให้ความเห็นต่างจากทีแรกว่า ช่องคอผมบวมแดง มีอากาศกรดไหลย้อนรุนแรงมาก
หมอถามว่าไม่รู้สึกเจ็บ ไอ หรือแสบคอเหรอ ซึ่งอาการที่ว่ามา ผมไม่มีเลยรู้สึกปกติ แต่พฤติกรรมนั้น
ยอมรับว่าใช่ ที่หมอถามว่ากินอาหารเสร็จแล้วนอนใช่ไหม อันนี้จริง เป็นพฤติกรรมที่ต้องเปลี่ยน
หมอคิดว่าที่โพรงจมูก คอ หู ผมบวม น่าจะเกิดมาจากอาการกรดไหลย้อน
จึงเพิ่มยาเพื่อรักษาอาการดังกล่าว รวมกับภูมิแพ้ด้วย ส่วนการรักษาหูอื้อนั่น หมอเจาะรูในหูเพื่อดูดน้ำในหูที่คั่งอยู่ อยากบอกว่าตอนทำโคตรทรมาณ เสียงหวีดจากท่อดูด ดูดเสร็จต้องนั่งนิ่งๆสักพัก เพราะเกิดอาการบ้านหมุน แต่แลกมาด้วยอาการหูเคลียร์ ได้ยินทุกอย่างชัดเจน ตอนนี้ก็กำลังรักษาอาการกรดไหลย้อนอยู่ หวังว่าหูจะไม่กลับมาอื้ออีก
หวังว่าเรื่องที่เขียนจะเป็นอุทาหรณ์ให้หลายคน ใส่ใจสุขภาพ หมั่นตรวจสุขภาพประจำปีของตนเองนะครับ อย่าปล่อยให้เกิดโรคจนต้องตามแก้ ตามรักษาแบบนี้
ขอบคุณครับ
โฆษณา