Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
squreroom
•
ติดตาม
24 ก.ค. 2020 เวลา 07:13 • การศึกษา
บอบบี้ ฟิชเชอร์ เซียนหมากรุกชื่อก้องโลก ตอนที่ 2
หลังจากเริ่มมีชื่อเสียงด้านการเล่นหมากรุก บ๊อบบี้ ก็ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนในวัย 16 ปี เพื่อทุ่มเทให้กับการเล่นหมากรุกอย่างเต็มที่ และก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองที่เขาได้รับคำเชิญจากสหภาพโซเวียต ซึ่งถือเป็นประเทศที่เป็นราชาด้านหมากรุก
ในปี 1958 บ๊อบบี้ ได้รับคำเชิญโดยตรงจาก นีกีตา ครุชชอฟ ผู้นำสหภาพโซเวียตในขณะนั้น ให้มาเข้าร่วมการแข่งขัน World Youth and Student Festival โดยสาเหตุที่ บ๊อบบี้ ได้รับคำเชิญก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องอื่นไปได้ นอกจากการที่ช่วงเวลาดังกล่าว "สงครามเย็น" ระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตกำลังคุกรุ่น ทั้งสองประเทศแข่งขันในทุกๆ ด้าน ไม่เว้นแม้แต่เรื่องหมากรุก และก็เป็นสหภาพโซเวียตที่ยิ่งใหญ่กว่ามาโดยตลอด ดังนั้นเมื่อมีข่าวว่ามียอดฝีมือรุ่นเยาว์จากสหรัฐอเมริกาปรากฏตัว ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่อยากจะเห็นฝีมือการเล่นด้วยตาตัวเอง
เมื่อมาถึงกรุงมอสโก บ๊อบบี้ ถูกพาตัวไปยัง Central Chess Club และถูกจับประลองฝีมือกับยอดฝีมือรุ่นเยาว์ของสหภาพโซเวียต 2-3 คน ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหา บ๊อบบี้ จัดการทุกคนที่ขวางหน้าได้ง่ายดายราวปอกกล้วยเข้าปาก ... แต่นี่ไม่ใช่เป้าหมายของเขา บ๊อบบี้ มาถึงที่นี่เพื่อต้องการประมือกับ มิคาอิล บอทวินนิก แชมป์โลกหมากรุกของสหภาพโซเวียต แต่สุดท้ายคำร้องขอของเขาก็ถูกปฏิเสธ บ๊อบบี้ จำใจต้องเดินทางกลับสหรัฐอเมริกาด้วยความผิดหวัง
"ผมเบื่อหน่ายกับพวกหมูรัสเซียพวกนี้ ผมไม่ชอบการที่เขาปฏิบัติกับผมเลยแม้แต่น้อย" บ๊อบบี้ แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องราวดังกล่าวอย่างเกรี้ยวกราดตามสไตล์
เมื่อกลับมาถึงสหรัฐอเมริกา บ๊อบบี้ ก็ยังคงใช้ชีวิตหมกมุ่นกับเกมหมากรุกเหมือนเช่นปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือหลังจากนั้นไม่นาน เรจิน่า ผู้เป็นแม่ก็ได้ย้ายออกไปโดยไม่ทราบเหตุผล ส่วน โจแอน ที่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้วก็ย้ายออกไปเช่นกัน ดังนั้นจากเดิมที่เคยอยู่กัน 3 คนแม่ลูก ตอนนี้ บ๊อบบี้ ต้องอาศัยอยู่ด้วยตัวคนเดียวแล้ว แต่ก็ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจเท่าไร
"ผมมีความสุขมากกว่าด้วยซ้ำที่ไม่มีเธออยู่ด้วย เราไม่ได้มองหน้ากันมานานแล้ว ผมอยากกำจัดเธอออกไป" บ๊อบบี้ กล่าว
ฝีมือหมากรุกของ บ๊อบบี้ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับสภาพจิตใจที่ดิ่งลงเหว ซึ่งส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากความโดดเดี่ยวที่สมาชิกครอบครัวเพียงไม่กี่คนที่มีได้จากเขาไปแล้ว ทำให้หลังจากนั้นมีหลายครั้งที่ บ๊อบบี้ ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ ด้วยคำพูดที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าระบบความคิดตรรกะของเขาผิดเพี้ยนไปหมดแล้ว
"มีคนยิวมากเกินไปแล้วในเกมหมากรุก พวกนั้นทำให้ศักดิ์ศรีของเกมนี้ต่ำลง ที่สำคัญพวกนั้นยังแต่งตัวได้ห่วยสิ้นดี ผมไม่ชอบเลย" บ๊อบบี้ กล่าวในนิตยสาร Harper
สาเหตุที่ บ๊อบบี้ เกลียดชาวยิว ทั้งๆ ที่เขาเองก็เป็นคนเชื้อสายยิวนั้นมีสาเหตุอยู่ ...
"เขาบอกกับฉันว่าตอนเด็กๆ แม่ของเขามักจะพาเพื่อนชาวยิวมาที่บ้านเสมอ และพวกเขาก็คุยกันอย่างไม่รู้จักจบ มันรบกวนการเล่นหมากรุกของเขาโดยตรง"
"สาเหตุที่เขาแสดงทัศนคติแปลกๆ ออกมาเพราะอยากให้คนสนใจเขา ถ้าใครสักคนไม่สามารถบอกสิ่งที่อยู่ในจิตใจให้คนอื่นเห็นได้ เขาจะฉายภาพนั้นออกมาให้ทุกคนได้เห็น" หญิงสาวไม่เผยชื่อคนหนึ่งที่เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ บ๊อบบี้ กล่าวกับ The Guradian
นอกจากเหยียดเชื้อชาติแล้ว บ๊อบบี้ ยังแสดงทัศนคติเหยียดเพศออกมาแบบตรงๆ อีกด้วยในบทสัมภาษณ์เดียวกัน
"เมื่อผู้หญิงเข้ามาในคลับหมากรุก ก็ได้เปลี่ยนที่แห่งนั้นให้กลายเป็นเหมือนโรงพยาบาลบ้า"
"พวกเธอทุกคนอ่อนแอและโง่เมื่อเทียบกับผู้ชาย พวกเธอไม่ควรเล่นหมากรุก ไม่มีผู้หญิงคนไหนในโลกชนะผมได้ต่อให้ผมเล่นโดยไม่ใช้อัศวินด้วยซ้ำไป"
กลับกันในเส้นทางการเป็นนักหมากรุก บ๊อบบี้ ยังคงก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง โดยในระหว่างปี 1957-1967 เขาคว้าแชมป์ในประเทศสหรัฐอเมริการวมกันได้มากถึง 8 รายการ และหลังจากนั้นในปี 1970 เขาก็เอาชนะ ทิกราน เปโตรเซียน อีกหนึ่งยอดฝีมือจากสหภาพโซเวียตในการแข่งขัน World Championship of Lightning Chess ณ ประเทศยูโกสลาเวีย ได้สำเร็จ
และนั่นทำให้ปีต่อมา มิคาอิล บอทวินนิก ที่เคยปฏิเสธจะเจอกับ บ๊อบบี้ ฟิชเชอร์ ตกลงที่จะเจอกับเขา พร้อมประกาศกร้าวด้วยความมั่นใจด้วยว่าเขาจะโค่น บ๊อบบี้ ได้สำเร็จแน่นอน ทว่าที่สุดแล้ว มิคาอิล กลับเป็นเหยื่ออีกรายให้เขาเชือด โดย บ๊อบบี้ เอาชนะไปอย่างขาดลอย 6-0 เกม นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของสหภาพโซเวียตต่อสหรัฐอเมริกานับตั้งแต่ปี 1876
"บ๊อบบี้ ไม่มีข้อผิดพลาดในการเล่นเลย และเขาเพิ่งอายุ 19 นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่ง" อเล็กซานเดอร์ โคทอฟ ปรมาจารย์หมากรุกให้ความเห็น
ชัยชนะเหนือ มิคาอิล บอทวินนิก ของ บ๊อบบี้ ถือเป็นการสั่นคลอนขั้วอำนาจหมากรุกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคสงครามเย็นที่ทั้งสองประเทศจะยอมกันไม่ได้อย่างเด็ดขาด ดังนั้นเพื่อตัดสินความเป็นหนึ่ง การแข่งขันหมากรุกครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติจึงได้ถือกำเนิดขึ้น
ติดตามตอนที่ 3 ในบทความต่อไปนะคะ
อ้างอิง: mainstand
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย