25 ก.ค. 2020 เวลา 03:42 • การศึกษา
บอบบี้ ฟิชเชอร์ เซียนหมากรุกชื่อก้องโลก ตอนที่ 3
Photo: mainstand
การแข่งขันหมากรุกครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติเกิดขึ้นในเดือน กรกฎาคม ปี 1972 ณ เมือง เรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ โดยเหตุผลที่เลือกประเทศเล็กๆ ประเทศนี้เป็นสถานที่แห่งการดวล ก็เพราะไอซ์แลนด์เป็นประเทศหมู่เกาะที่อยู่ห่างไกล ไม่มีบทบาทในทางการเมืองโลก ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายไหน มันจึงเปรียบเสมือน "สนามกลาง" ที่ขั้วอำนาจฝั่งเสรีนิยมประชาธิปไตยจะโคจรมาพบกับฝั่งสังคมนิยมคอมมิวนิสต์
คู่ต่อสู้ของ บ๊อบบี้ มีชื่อว่า บอริส สปัสสกี แชมป์โลกหมากรุกคนปัจจุบัน ณ เวลานั้น และถือเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของสหภาพโซเวียต ที่ถึงแม้ บ๊อบบี้ จะมหัศจรรย์ขนาดไหน แต่ทางฝ่ายโซเวียตเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า เขาต้องสยบต่อฝีมือแสนร้ายกาจของ สปัสสกี อย่างแน่นอน
ศึกครั้งนี้มีตำแหน่งแชมป์โลกเป็นเดิมพัน นอกจากนั้นผู้ชนะยังจะได้รับเงินรางวัล 2.5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ ไปนอนกอดอีกด้วย ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินที่มากที่สุดนับตั้งแต่วงการหมากรุกอาชีพได้ก่อตั้งขึ้น
แต่ยังไม่ทันที่การแข่งขันจะเริ่ม บ๊อบบี้ ก็ป่วนฝ่ายจัดการแข่งขันเสียยับเยินแล้ว ด้วยสภาพจิตใจในตอนนั้นส่งผลให้ บ๊อบบี้ เป็นคนขี้ระแวงเป็นอย่างมาก เขามีข้อเรียกร้องมากมาย และถ้าทางฝ่ายจัดการแข่งขันไม่ยอมทำตาม เขาก็พร้อมจะถอนตัวทันที ตัวอย่างเช่น บ๊อบบี้ ต้องการให้เอาเก้าอี้ผู้ชมแถวหน้าออกไป รวมถึงขอให้มีคนชิมอาหารและเครื่องดื่มให้กับเขาก่อน เพราะเขากลัวโดนวางยาพิษ
หลังจากจัดการเรื่องวุ่นวายต่างๆ จนทำให้ บ๊อบบี้ รู้สึกพอใจได้สำเร็จแล้ว การแข่งขันเกมแรกก็เริ่มขึ้นท่ามกลางความสนใจของผู้คนทั่วโลก เพราะอย่างที่บอกนี่ไม่ใช่แค่เกมหมากรุก แต่มันคือสงครามระหว่างขั้วมหาอำนาจของโลก ในสหรัฐอเมริกาถึงขั้นที่มีการถ่ายทอดสดทุกวินาทีของการแข่งขันลงบนจอขนาดยักษ์ ณ ไทม์สแควร์ มหานครนิวยอร์กเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามในเกมแรก บ๊อบบี้ กลับพลาดเดินบิชชอปเข้าไปในกับดักที่ สปัสสกี วางไว้ ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้แพ้ แต่ดูเหมือน บ๊อบบี้ จะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ของตัวเอง เขาบอกว่ากล้องถ่ายทอดสดส่งเสียงรบกวนตลอดเวลา ทำให้เขาไม่มีสมาธิ เขาต้องการย้ายลานประลองจากฮอลล์กลางไปยังห้องรับรองเล็กๆ ในอาคารเดียวกัน
ไม่มีใครได้ยินเสียงรบกวนเหมือนที่ บ๊อบบี้ กล่าวอ้างเลย ดังนั้นในตอนแรกข้อเสนอของเขาจึงถูกเพิกเฉย ... แต่คุณก็รู้ว่านี่ใคร บ๊อบบี้ ฟิชเชอร์ มาพร้อมลูกบ้าอยู่แล้ว เขาไม่สนใจว่านี่คือสงครามเย็นหรืออะไรทั้งนั้น เมื่อไม่ได้ตามที่ร้องขอ เขาจึงทำการประท้วงไม่ยอมมาเล่นเกมที่ 2 ส่งผลให้ถูกปรับแพ้ฟาวล์ไป
เมื่อฝ่ายจัดการแข่งขันเห็นท่าไม่ดี คิดว่า บ๊อบบี้ คงเอาจริงแน่ สุดท้ายจึงต้องยอมทำตามข้อเรียกร้องของเขา ย้ายโต๊ะแข่งขันไปที่ห้องรับรองดังกล่าว
"มันคือเกมจิตวิทยาของคุณหรือเปล่า" นักข่าวคนหนึ่งยิงคำถาม หลังจากเรื่องทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้ว
"จิตวิทยาเป็นเรื่องไร้สาระ ผมสนใจแค่การเดินหมากที่ถูกต้องเท่านั้น"
บ๊อบบี้ พูดถูก เขาไม่สนใจเรื่องจิตวิทยาจริงๆ และก็ได้แสดงให้เห็นทันที นับตั้งแต่เกม 3 เป็นต้นไปเขาก็พ่ายแพ้ต่อ สปัสสกี อีกเพียงเกมเดียวเท่านั้น ส่วนที่เหลือ บ๊อบบี้ กวาดชัยได้เรียบ เมื่อสถานการณ์กลับตาลปัตร คราวนี้กลายเป็นฝั่งสหภาพโซเวียตที่เริ่มระแวงบ้างว่าจะมี CIA มาแอบวางยาในน้ำส้มของ สปัสสกี หวังให้สมองของเขาทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ถึงขั้นที่การแข่งขันต้องหยุดไปครู่หนึ่ง เพื่อนำน้ำส้มแก้วดังกล่าวไปตรวจสอบ แต่ก็ไม่เจออะไร
เมื่อการประชันปัญญาเดินทางมาถึงเกมที่ 21 สปัสสกี ก็ขอยกธงขาวยอมแพ้ บ๊อบบี้คือผู้ชนะ และกลายเป็นแชมป์โลกหมากรุก สำหรับสหภาพโซเวียต นี่คือครั้งแรกในรอบ 24 ปีที่ตำแหน่งแชมป์โลกหลุดลอยไปจากมือของพวกเขา แต่ที่สำคัญที่สุด ... นี่คือการประกาศชัยชนะครั้งสำคัญในสงครามเย็นของฝ่ายประชาธิปไตยต่อฝ่ายคอมมิวนิสต์
"บ๊อบบี้ ฟิชเชอร์ แสดงให้โลกเห็นว่าหมากรุกในระดับสูงของเขาคือการต่อสู้กันแบบเอาเป็นเอาตาย เป็นความดุเดือดในรูปแบบศิลปะที่มนุษย์ได้สร้างสรรค์ขึ้น" ฮาโรลด์ โชนเบิร์ก นักหมากรุกอาชีพกล่าวถึงการแข่งขันครั้งดังกล่าวไว้ในหนังสือ Grandmasters of Chess
การแข่งขันระหว่าง บ๊อบบี้ กับ สปัสสกี กินเวลายาวนานกว่า 2 เดือน โดยในระหว่างนั้นมีการถ่ายทอดสดตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อ บ๊อบบี้ ชนะ เขาจึงกลายเป็นบุคคลมีชื่อเสียงระดับประเทศในชั่วข้ามคืน ไม่ต่างอะไรจากศิลปินซูเปอร์สตาร์ ถึงขั้นที่ว่าประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน เรียกเขาเข้าไปพบถึงทำเนียบขาวเลยทีเดียว
สำหรับคนอื่น ชัยชนะครั้งดังกล่าวคงเป็นเหมือนประตูแห่งการเริ่มต้นที่เปิดต้อนรับความสำเร็จใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต แต่อย่าลืมว่านี่คือ บ๊อบบี้ ฟิชเชอร์ อัจฉริยะหมากรุกผู้ที่หัวใจแตกสลายไปนานแล้ว ทุกอย่างจึงส่งผลตรงกันข้าม ชัยชนะได้ผลักเขาลงสู่ก้นบึ้งชีวิตอันมืดมิดที่เขาไม่อาจปีนกลับขึ้นมาได้อีกเลย
ติดตามตอนต่อไปคะ
อ้างอิง: mainstand
โฆษณา