26 ก.ค. 2020 เวลา 23:43 • ข่าว
ทฤษฎีสมคบคิด ทำเป็นขบวนการ .. ! ☠️
👉 1.เปลี่ยนตัวผู้ต้องหา : .....!
เหตุการณ์ เกิดขึ้นประมาณ ตี 5 รถเฟอร์รารี่สีบรอนซ์เทา วิ่งด้วยความเร็วสูงพุ่ง ชนรถของดาบวิเชียร อย่างแรง บริเวณซอยสุขุมวิท 47 ร่างของดาบวิเชียร และรถจักรยานยนต์ ถูกลากไกลออกมา 200 เมตร เสียชีวิตที่ซอยสุขุมวิท 49 จากนั้นเฟอร์รารี่ ขับหลบหนี
พบรอยคราบน้ำมันเครื่องยนต์ ไหลเป็นทางยาว ตั้งแต่ปากซอยสุขุมวิท 53 ไปจนถึงบ้านหลังหนึ่งในซอยนั้น เป็นตึกสูง 6 ชั้น เนื้อที่กว่า 3 ไร่ มีกำแพงสูง 3 เมตร ประตูทางเข้าบ้านเป็นประตูเหล็ก
ตำรวจล้อมบ้าน. รอหมายค้นแล้วจึงเข้าไปตรวจค้นภายในบ้าน พบ รถเฟอร์รารี่ไม่มีป้ายทะเบียน มีร่องรอยการชนยับเยิน กระจกหน้ารถแตกเป็นวงกว้าง ถุงลมนิรภัยกางออก และมีเครื่องหมายนายดาบติดอยู่ที่กระจก (มีภาพรถเฟอร์รารี่ และลักษณะการชน)
เวลาต่อมา สารวัตรป้องกันปราบปราม ( สวป.) สน.ทองหล่อ ในขณะนั้น พาตัว นายสุเวศ หอมอุบล อายุ 45 ปี พ่อบ้าน(คนงาน) เข้ามอบตัว ที่ สน.ทองหล่อ
นายสุเวศ. ให้การอ้างว่า เป็นคนขับรถเฟอร์รารี่ พุ่งชนรถ จยย. ดาบวิเชียร ด้วยตัวเอง แต่ระหว่างการสอบสวน นายสุเวศ เล่าเหตุการณ์ไม่ได้ ให้การวกวน บอกรายละเอียดไม่ได้ ร่างกายไม่มีร่องรอยบาดแผลไม่มีรอยขีดข่วน ถูกสอบสวนจนกระทั่งยอมรับว่า “มารับผิดแทนนาย”สำนึกในบุญคุณ จึงสมอ้างเป็นคนขับ
สวป.ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัย มีคำสั่งย้ายไปช่วยราชการ ต่อมากรรมการสอบสวนมีคำสั่งให้ออกจากราชการชั่วคราว จนกระทั่งเรื่องเงียบ 5 ปีต่อมา ขยับเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สน.ท่าเรือ ส่วนพ่อบ้าน “อยู่วิทยา” ถูกแจ้งข้อหาส่งฟ้องศาลคดีให้การเท็จ (ไม่ทราบว่า ถูกลงโทษหรือยัง)
👉 2. ค้าสำนวน ซื้อเวลาอายุความ .....!
การสอบสวน เมื่อพบว่า นายวรยุทธ อยู่วิทยา เป็นคนขับรถตัวจริง ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา 5 ข้อหา
- ขับรถขณะมึนเมาสุรา (ไม่ฟ้อง)
- ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ( ขาดอายุความ 3 ก.ย. 2556 )
- ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ( ขาดอายุความ 3 ก.ย. 2556 )
- ขับรถชนแล้วไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและไม่แจ้งเจ้าพนักงาน ( ขาดอายุความ 3 ก.ย. 2560 )
- ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ตำรวจใช้เวลาสอบสวนคดีนี้ ประมาณ 6 เดือน แต่มีความสั่งฟ้องแค่ 3 ข้อหา ไม่ฟ้อง 2 ข้อหา คือ 👇
ขับรถขณะมึนเมาสุรา เพราะอ้างว่าขณะขับรถไม่ได้เมาสุรา และที่ตำรวจตรวจพบแอลกอฮอล์ เนื่องจากเมื่อกลับมาถึงบ้านเกิดความเครียด นำเหล้าพ่อมาดื่มจนเมา เมาหลังจากขับรถชนตำรวจตาย
ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพราะมีหลักฐานยืนยัน ทั้ง ๆที่ มีหลักฐานจากผู้เชี่ยวชาญ. หลักฐานจากสภาพความเสียหายรถยนต์. และภาพจากกล้องวงจรปิด เมื่อคำนวณจากเวลาในภาพ เช่น เวลาภาพบันทึกรถยนต์เฟอร์รารี่ จับภาพได้เวลา 05.34.17 น. วิ่งในเลนขวาสุดชิดเกาะกลางถนน ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ คำนวณเวลาจากจุดวิ่งผ่านเสาไฟ จนกระทั่งภาพรถผ่านไปพ้นจากมุมกล้อง คำนวณความเร็วได้ที่ 177 กิโลเมตร/ชม. แต่อาจมีความคลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 17 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ตำรวจส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการ แค่ 3 ข้อหา แต่ในเดือน พ.ค.2556 อัยการให้ตำรวจสอบสวนเพิ่มเติม และเพิ่มเติมข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด รวมเป็น 4 ข้อหา. แต่ข้อหาขับรถเร็ว และข้อหา ไม่หยุดช่วยเหลือ มีอายุความเพียง 1 ปี นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ อัยการ จึงมีเวลา เพียง 4 เดือน ส่งฟ้องข้อหานี้ แต่เมื่อไม่สามารถติดตามตัวนายวรยุทธ มาฟ้องได้ทัน เพราะอ้างว่าอยู่ต่างประเทศ ทำให้ข้อหานี้ขาดอายุความ 3 ก.ย. 2556
ความล่าช้าของการทำสำนวน ใช้เวลาถึง 6 เดือน ส่งผลให้ข้อหา ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดขาดอายุความ ทำให้ตำรวจ 7 นาย ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2559
อีก 3 ปีต่อมา 29 ก.ค. 2562 ป.ป.ช. มีมติชี้มูล ตำรวจ มีความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ลงโทษกักยาม ภาคทัณฑ์ ทั้ง ๆที่ การปลอยคดีขาดอายุความ อาจส่อให้เห็นเจตนาประวิงเวลาและช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเหรือไม่ เข้าข่ายปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ม.157
.....
👉 เลื่อนฟ้อง ขาดอายุความ. ......!
การขอเลื่อนคดีของนายวรยุทธ เลื่อนคดีทั้งหมด 7 ครั้ง
😡 ครั้งที่ 1 . 25 เม.ย.2559 หลังจากเกิดเหตุ 4 ปี ให้เหตุผลว่าอยู่ต่างประเทศ
😡 ครั้งที่ 2 . 25 พ.ค.2559 ขอเลื่อนเนื่องจากร้องขอความเป็นธรรมพยาน ประเด็นการขับรถเร็วไปที่คณะกรรมาธิการกฎหมายกระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สนช.
😡 ครั้งที่ 3 . 24 มิ.ย.2559 อ้างว่าอยู่ระหว่างกระบวนการร้องขอความเป็นธรรมคณะกรรมาธิการฯ สนช.
😡 ครั้งที่ 4 . 28 ต.ค.2559 ขอเลื่อนอีก อ้างเหตุผลเดิมอยู่ระหว่างกระบวนการร้องขอความเป็นธรรมคณะกรรมาธิการฯ สนช.
😡 ครั้งที่ 5 . 30 พ.ย.2559 ขอเลื่อน อ้างติดภารกิจที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
😡 ครั้งที่ 6 . 30 มี.ค.2560 ขอเลื่อนคดี อ้างว่าติดภารกิจอยู่ที่ประเทศอังกฤษ
😡 ครั้งที่ 7. 27 เม.ย.2560 นายวรยุทธขอเลื่อนคดีออกไปอีก อ้างเหตุเร่งด่วนไปจัดการธุรกิจต่างประเทศ.
ระหว่างการขอเลื่อนเข้าพบอัยการ ทำให้ข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย หมดอายุความอีก 1 ข้อหา ในปี 2556 จึงเหลือข้อหา เพียง 2 ข้อหาในปี 2560 คือ ขับรถชนแล้วไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและไม่แจ้งเจ้าพนักงาน และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
...................
👉 ออกหมายจับ .......!
.
27 เม.ย.2560 อัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ เห็นว่า ทนายความขอเลื่อนคดีด้วยลักษณะเดียวกัน อย่างต่อเนื่องหลายครั้ง มีเจตนาประวิงคดี และหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี อัยการสูงสุดในขณะนั้น มีคำสั่งไม่ให้ผู้ต้องหาเลื่อนคดีอีก จึงขออนุมัติออกหมายจับ และให้นำตัวยื่นฟ้องศาลทันที เพราะสำนวนการสอบสวนเตรียมไว้หมดแล้ว ก่อนข้อหาที่ 4 จะหมดอายุความ วันที่ 3 ก.ย.2560 หรือ ภายใน 5 ปีจากวันเกิดเหตุ
หมายจับ นายวรยุทธ อยู่วิทยา ทำให้ตำรวจต้องตามตัว มาส่งฟ้องให้ทันภายในอายุความ ที่เหลือเพียง 1 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีอายุความ 15 ปี คือ หมดอายุความวันที่ 3 ก.ย. 2570
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดไว้ ว่า หากสั่งฟ้องผู้ต้องหาต้องจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งให้ได้ตัวมาดำเนินคดี และหากอยู่ต่างประเทศก็จะต้องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เมื่อศาลออกหมายจับแล้วจะต้องติดตามจับให้ได้ก่อนคดีขาดอายุความ
.........
😡. . สร้างหลักฐานใหม่ ... !
.
จุดเปลี่ยนคดี ย้อนกลับไปที่ ข้อร้องเรียนขอความเป็นธรรมคดี ของทนายความ ต่อคณะกรรมาธิการกฎหมายกระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สนช. รายงานข้อเท็จจริงและผลการสอบสวนของ กมธ.ชุดนี้ มีผลอย่างไร ต่อข้อหาที่เหลืออยู่เพียงข้อหาเดียว คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ทำให้มีการสอบสวนใหม่ ทั้ง ๆที่ อัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ ขออนุมัติออกมายจับ เตรียมสำนวนการสอบสวนไว้พร้อมแล้ว และให้นำตัวยื่นฟ้องศาลทันที
แต่ต่อมา ทนายความ บอส ยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ทำให้อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูง ในฐานะรักษาการรองอัยการสูงสุด นำมาพิจารณาลงความเห็น สั่งไม่ฟ้อง
ในสำนวนการพิจารณา กลับมีพยานเพิ่มขึ้น มา 2 คน ให้การวันที่ 4 ธ.ค.2562 (ให้การย้อนหลังถึง 7 ปี )
อ้างว่า “ขับรถตามหลังจาก รถจยย.ของ ดาบวิเชียร ซึ่งขี่รถด้วยความเร็ว 60 กม/ชม. พยานให้การว่า “ บอส” ขับรถยนต์ด้วยความเร็ว 50-60 กม./ชม” เท่านั้น ( ประเด็นนี้ ขัดแย้ง กับ ความเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ = 177 กม./ชม. , และสภาพความเสียหาย รถยนต์เฟอร์รารี่ :นิติวิทยาศาสตร์)
แต่สำนวนการสอบสวนใหม่ของอัยการ กลับอ้างว่า ไปสอดคล้องกับความเห็นผู้เชี่ยวชาญ อีกคนจากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลและกระบวนการ มจพ. เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2560 หรือ อีก 5 ปีหลังจากเกิดเหตุ
คำให้การพยานใหม่ 2 คน ทำให้อัยการเชื่อว่า “บอส”ขับรถในเลน
ชิดเกาะกลางถนน ด้วยความเร็วเพียง 80 กม./ชม
ส่วน”ดาบวิเชียร” ขี่รถ จยย.ในช่องทางด้านซ้าย จากนั้นเปลี่ยนช่องทางไปที่ช่องทางขวาชิดเกาะกลางถนน ทำให้พยาน 1 คน ที่ขับรถกระบะ ในเลนกลาง อยู่ด้านหลัง ต้องหักหลบพวงมาลัยไปทางซ้าย
รถจยย. ดาบวิเชียร เมื่อวิ่งไปทางเลนด้านขวาสุดชิดเกาะกลางถนน และในระยะกระชั้นชิดทำให้รถเฟอร์รารี่ของ “บอส” พุ่งเข้าชนท้าย จึงเป็นเหตุสุดวิสัย มิใช่เกิดจากความประมาท
แต่ข้อเท็จจริง อีกประเด็น คือ รถยนต์เฟอร์รารี่ ลากศพและรถจยย. ดาบวิเชียร จากจุดเกิดเหตุ สุขุมวิท 47 - สุขุมวิท 49 ไปไกล 200 เมตร โดยไม่มีรายงานเรื่องการหยุดรถ หรือไม่
ทิ้งศพ และ รถจยย.ดาบวิเชียร ไว้ที่สุขุมวิท 49 ในสภาพที่รถยนต์เฟอร์รารี่ พังเสียหาย แต่ขับต่อไป ทิ้งร่องรอยคราบน้ำมันเครื่อง เป็นทางยาว.เป็นหลักฐานประจานความผิด
📑 ท้ายสำนวนคดี ระบุไว้ว่า เนื่องจาก ครอบครัว “ดาบวิเชียร”ได้ค่าชดเชยความเสียหายและรับสินไหมทดแทนแล้ว และไม่ประสงค์จะดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญาต่อไป
🦎 จึงสั่งไม่ฟ้อง .. " 🦎 บอส " วรยุทธ อยู่วิทยา
#ThaiPBS
#ความจริงไม่ตาย
#SayNoToRedbull
#บอสอยู่วิทยา
#คุกมีไว้ขังคนจน
โฆษณา