28 ก.ค. 2020 เวลา 09:00 • ประวัติศาสตร์
จอมกษัตริย์แห่งเปอร์เซีย! ’พระเจ้าไซรัสมหาราช’ ยอดนักรบผู้ออกกฎหมายสิทธิมนุษยชนฉบับแรกของโลก
ร่วมเป็นผู้สนับสนุนให้เรามีกำลังผลิตงานต่อไปได้ทาง บัญชีกสิกรไทย
0698966939
บริษัท สโป๊คดาร์ค จำกัด
พระเจ้าไซรัสที่ 2 หรือพระเจ้าไซรัสมหาราช คือปฐมกษัตริย์แห่งจักรวรรดิอาคีเมนิดของเปอร์เซีย ขึ้นครองบัลลังก์ในปี 556 – 530 ก่อนคริสตกาล พระองค์ได้ขยายดินแดนแถบตะวันออกจากการทำสงครามขยายดินแดนมาอย่างยาวนาน และนี่คือเกร็ดสาระน่ารู้ของมหาราชแห่งเปอร์เซียที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน
1. พระราชบิดาของพระเจ้าไซรัสที่ 2 ก็คือ กษัตริย์แคมไบซิสที่ 1 ส่วนพระราชมารดาก็คือมานเดน บุตรีแห่งกษัตริย์แคว้นเมเดียที่อยู่ทางตอนเหนือของอิหร่าน โดยพระเจ้าไซรัสมหาราชได้ทำสงครามรวบรวมชนเผ่าต่าง ๆ ในอิหร่านให้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว
2. อัสทียาเกส กษัตริย์เห่งอาณาจักรเมเดีย พระอัยกาของพระเจ้าไซรัส เคยนิมิตฝันถึงลางร้ายว่า พระเจ้าไซรัสเกิดมาเพื่อโค่นล้มพระองค์ ด้วยเหตุนี้ อัสทียาเกสจึงสั่งให้ฮาร์ปากัสและที่ปรึกษาทางทหารของเขาสังหารทารกน้อยไซรัสเสียเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม แต่ด้วยความเมตตาของฮาร์ปากัส เขาจึงได้ไว้ชีวิตทารกน้อยไซรัสและให้คนเลี้ยงแกะไปเลี้ยงจนเติบใหญ่ หลังจากที่อัสทียาเกสทราบเรื่อง เขาก็ตัดสินใจไว้ชีวิตไซรัส เพราะมองเห็นความสามารถในตัวหลานชาย และส่งตัวเขากลับไปให้พ่อแม่ที่แท้จริงดูแลต่อไป
WIKIPEDIA CC WRIGHT, JOHN HENRY, 1852-1908
3. หลังขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากกษัตริย์แคมไบซิสที่ 1 กษัตริยอัสทียาเกสได้ประกาศสงครามกับหลานชาย และส่งกำลังทหารเข้ามารุกรานดินแดนของกษัตริย์ไซรัส โดยมีฮาร์ปากัสเป็นแม่ทัพ แต่สุดท้ายกองทัพของกษัตริย์ไซรัสก็เป็นผู้ชนะ หลังจากพิชิตอาณาจักรเมเดียได้ กษัตริย์ไซรัสได้ไว้ชีวิตกษัตริย์อัสทียาเกสและแต่งงานกับธิดาของพระองค์อย่างอมิทิสเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี
1
4. หลังจากการล่มสลายของอาณาจักรเมเดีย โครเอซัส กษัตริย์และไลเดียที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเอเชียไมเนอร์ได้เปิดฉากรุกรานดินแดนที่กษัตริย์ไซรัสจนเกิดเป็นสงครามที่รุนแรงและนองเลือดขึ้นมา แต่สุดท้ายกศัตริย์โคเอซัสก็ต้องถอนกำลังกลับไปยังดินแดนของตนหลังพ่ายแพ้ให้กับกษัตริย์ไซรัสที่รุกคืบเข้ามาในดินแดนของอาณาจักรไลเดีย โดยภายหลังกษัตริย์ไซรัสได้ยึดเมืองหลวงของอาณาจักรไลเดียอย่างซาร์ดิสได้เป็นผลสำเร็จ เป็นอันว่ากษัตริย์ไซรัสพิชิตอาณาจักรไลเดียทั้งหมดได้สำเร็จใน 546 ปีก่อนคริสตกาล
1
WIKIPEDIA PD
5. เมื่อชาวบาลิโลนไม่พอใจในการปกครองของกษัตริย์นาโบนิดัสของตน กษัตริย์ไซรัสจึงหาเหตุรุกรานดินแดนอู่อารยธรรมแห่งตะวันออกกลางทันที พระเจ้าไซรัสได้เอาชนะกองทัพของบาบิโลนอย่างเด็ดขาดใน 539 ปีก่อนคริสตกาล และสามารถยึดดินแดนอู่อารยธรรมแห่งนี้โดยไม่มีใครคิดต่อต้าน จักรวรรดิอาคีเมนิดของกษัตริย์ไซรัสเริ่มมีดินแดนกว้างขวางมากขึ้นเรื่อย ๆ
6. กษัตริย์ไซรัสมหาราช ได้ขยายดินแดนของจักรวรรดิอาคีเมนิดจนมีอาณาเขตกว้างไกลจากเอเชียไมเนอร์ไปถึงเอเชียกลาง ทำให้จักรวรรดิอาคีเมนิดเป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้นโดยที่ไม่มีจักรวรรดิใดเคยทำได้มาก่อน
WIKIPEDIA PD
7. ใครที่เคยดูภาพยนตร์เรื่อง 300 ก็น่าจะรู้จักกับกษัตริย์ชาวเปอร์เซียที่มีชื่อว่าเซอร์ซีส เป็นอย่างดี ลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่ากษัตริย์เซอร์ซีสแห่งเปอร์เซียมีศักดิ์เป็นหลานของกษัตริย์ไซรัส โดยกษัตริย์ไซรัสมีมเหสีสององค์ได้แก่ อมิทิส ธิดาของอัสทียาเกสกษัตริย์แห่งอาณาจักรเมเดีย และ คาสแซนเดน สตรีจากชนชั้นสูงของจักรวรรดิอาคีเมนิด โดยเฉพาะคาสแซนเดนที่กษัตริย์ไซรัสให้ความรักเป็นอย่างมากหลังจากที่เธอเสียชีวิต ก็ได้สั่งให้จัดงานศพไว้อาลัยอย่างยิ่งใหญ่ กษัตริย์ไซรัสและคาสแซนเดนมีบุตรธิดาด้วยกัน 4 องค์ โดยหนึ่งในนั้นก็คือกษัตริย์แคมไบซิสที่ 2 ที่ได้ครองบัลลังก์ต่อจากพระเจ้าไซรัสมหาราชผู้เป็นบิดาและทำการขยายดินแดนจักรวรรดิอาคีเมนิดเพิ่มเดิม โดยกษัตริย์แคมไบซิสที่ 2 มีบุตรชายกับพระมเหสีอทอสซา นามว่า เซอร์เซสที่ 1 ที่ภายหลังได้เป็นกษัตริย์แห่งจักรวรรดิอาคีเมนิดและนำกองทัพเปอร์เซียรุกรานชาวกรีกจนเกิดยุทธการที่เทอร์โมไพลีอย่างที่เราได้เห็นในภาพยนตร์นั่นเอง
8. กษัตริย์ไซรัสมหาราชไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้พิชิตที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นนักปกครองที่มีความสามารถในการปกครองเหล่าบรรดาผู้คนจากอาณาจักรต่าง ๆ ที่มีความเชื่อทางศาสนาแตกต่างกันให้เป็นปึกแผ่น ในสมัยที่กษัตริย์ไซรัสยึดบาลิโลนได้ ชาวบาบิโลนได้เรียกพระองค์ว่า ‘ผู้ปลดปล่อย’ โดยกษัตริย์ไซรัสมหาราชได้สั่งกำชับให้ทหารของพระองค์ห้ามทำลายวิหารของชาวบาบิโลน และสั่งให้ช่วยบูรณะรูปปั้นเทพเจ้าของชาวบาบิโลนอีกด้วย ส่วนชาวยิวก็ยกย่องกษัตริย์ไซรัสในฐานะกษัตริย์ที่สง่างามและมีความชอบธรรม นอกจากนี้ กษัตริย์ไซรัสยังได้ประกาศปลดปล่อยความเป็นทาส และชูความเท่าเทียมกันของมนุษย์ โดยพระองค์ได้ตราจารึกทรงกระบอกที่ถูกเรียกว่า ‘กระบอกพระเจ้าไซรัส’ (Cyrus Cylinder) ซึ่งกล่าวได้ว่านี่คือประกาศสิทธิมนุษยชนฉบับแรก ๆ ของโลกอีกด้วย
1
WIKIPEDIA PD
9. กษัตริย์ไซรัสมหาราชได้จัดตั้งเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิอาคีเมนิดทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ 1.ปาซาร์กาเด 2.บาบีโลน 3.ซูซา 4.เอคบาทานา โดยให้อิสระในการปกครองภายในภูมิภาคนั้นด้วยขุนนางท้องถิ่น นอกจากนี้กษัตริย์ไซรัสยังได้จัดตั้งผู้ว่าราชการในแต่ละเมือง และจัดตั้งเจ้าหน้าที่สำหรับการจัดเก็บภาษีและตัดสินคดีความ พร้อมกันนี้ กษัตริย์ไซรัสยังได้สั่งให้สร้างทางหลวงเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและการสื่อสารที่รวดเร็วภายในจักรวรรดิอีกด้วย
10. กษัตริย์ไซรัสมหาราช ถือวาเป็นนักปกครองในอุดมคติ ที่มีทั้งความกล้าหาญ ความอดทนและความใจกว้าง ยืนยันได้จากจักรวรรดิอาคีเมนิดที่ยังแผ่ขยายอำนาจต่อไป ถึงแม้ว่ากษัตริย์ไซรัสมหาราชจะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว นอกจากนี้กษัตริย์ไซรัสมหาราชยังถูกนำมาเปรียบเทียบกับอเล็กซานเดอร์มหาราช ผู้ที่ภายหลังได้ทำลายจักรวรรดิอาคีเมนิดของกษัตริย์ไซรัสลงได้ โดยนักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ยังมองว่ากษัตริย์ไซรัสมหาราชนั้นประสบความสำเร็จมากกว่าโดยภาพรวม กล่าวคือ อเล็กซานเดอร์มหาราชอาจจะพิชิตดินแดนได้มากกว่าที่กษัตริย์ไซรัสมหาราชได้ทำ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในแง่ชีวิตส่วนตัวและการปกครอง เพราะหลังจากอเล็กซานเดอร์สิ้นพระชนม์ จักรวรรดิที่อเล็กซานเดอร์ได้สร้างขึ้นก็ล่มสลายเพราะสงครามกลางเมือง
ร่วมเป็นผู้สนับสนุนให้เรามีกำลังผลิตงานต่อไปได้ทาง บัญชีกสิกรไทย
0698966939
บริษัท สโป๊คดาร์ค จำกัด
Tomb of Cyrus in Pasargadae, Iran, a UNESCO World Heritage Site (2015) (WIKIPEDIA CC TRUTH SEEKER)
โฆษณา