"มันเป็นเรื่องยากจริงๆ ในการกลับมาทำผลงานให้ดีอีกครั้ง เพราะหลายคนต่างตั้งความหวังไว้กับคุณ คนที่ไม่เข้าใจฟุตบอลต่างคาดหวังว่าคุณจะกลับมาโชว์ฟอร์มดีเหมือนเดิมได้ง่ายๆ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกลับไปทำผลงานดีในทันทีหลังจากต้องเจ็บไปถึง 16 เดือน มันเป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน ผมอยากกลับไปท็อปฟอร์มอีกครั้ง แต่ผมก็เปลี่ยนรูปแบบการเล่นนิดหน่อย ผมไม่ได้เข้าปะทะแบบหนักหน่วงเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว"
จากคนเล่น กลายเป็นคนดู ความแตกต่างมันช่างราวฟ้ากับเหว
มิดฟิลด์รูปหล่อกล่าวต่อว่า "ระหว่างที่ร้างสนามไป 16 เดือน ช่วงเดือนแรกถือว่าไม่เท่าไร เพราะมันเหมือนได้พักหลังลงเล่นฟุตบอลต่อเนื่องร่วม 3 ปี แต่หลังจากนั้น มันทำให้คุณแทบบ้าเลย มันยากจริงๆ ที่เห็นคนอื่นลงสนาม ส่วนเราทำได้เพียงแค่นั่งชม"
นักฟุตบอลหลายๆ คนที่พักรักษาอาการบาดเจ็บ อาจจะใช้ช่วงเวลาดังกล่าวไปพักผ่อนหรือออกงานสังคม ทว่า ชาริล ไม่ใช่อย่างนั้น เขาหักดิบด้วยการกลับไปยังบ้านเกิด
"โชคดีที่ผมมีครอบครัวอยู่เคียงข้าง มันเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขานะ เพราะบางครั้งผมก็อารมณ์ไม่ดี ผมอยากอยู่คนเดียว ผมอยากอยู่เฉยๆ แบบไม่ต้องทำอะไร มันยิ่งยากเมื่อได้เห็นเพื่อนๆ ของคุณลงสนาม ผมเลยตัดสินใจไปพักฟื้นใน สวิตเซอร์แลนด์ เป็นเวลา 8 เดือน"
"เพราะในช่วงนั้นมีแต่คนโทรศัพท์มาเชิญผมไปร่วมรายการต่างๆ ให้ไปงานอีเวนต์ต่างๆ 20 สายต่อวันได้ แต่ผมอยากโฟกัสกับการฟื้นฟูสภาพร่างกายให้มากที่สุด บางทีมันอาจจะเป็นการตัดสินใจผิดก็ได้ ทว่าผมต้องหาความสมดุลระหว่างเรื่องพวกนี้ให้ได้เท่านั้นเอง"
ทุกวันนี้ ชาริล กลับมาลงสนามได้เป็นปกติ เขาเพิ่งจะย้ายจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปร่วมทัพ การท่าเรือ ในฤดูกาล 2020 นี้เอง