4 ส.ค. 2020 เวลา 06:39 • ปรัชญา
NoSpaceBetween - The 21st Century World : Part 2
โลกแบบไหนกันที่เรากำลังมีชีวิตอยู่? ตอนที่ 2 สังคม วัฒนธรรม
โลกในคริสต์ศตวรรษที่ 21 ตอนที่ 2 สังคม วัฒนธรรม (ขอบคุณรูปภาพจาก Ryoji Iwata บน Unsplash)
หลังจากห่างหายการงานเขียนร่วม 3 สัปดาห์ เพื่อมองหางานประจำ นี่คงจะเป็นหนึ่งในช่วงที่สิ้นหวังที่สุดของสังคมไทยในการหางาน หลังจากที่พิจารณาอยู่นาน ผมตัดสินใจแล้วว่าจะใช้เวลาต่อจากนี้ เพื่อการศึกษาปรัชญา และพัฒนางานเขียนให้เข้มข้นมากขึ้นที่ผ่านมา สำหรับงานเขียนทั้ง 2 ซีรี่ย์ The 21st Century World ผมตั้งใจนำเสนอสภาพสังคมโดยรวม ในขณะที่ The Tiny Living Thing นำเรื่องราวที่ใกล้ชิดมนุษย์มากขึ้น แม้เนื้อหาอาจไม่สามารถนำเสนอได้ทุกประเด็น ในทุกแง่มุม แต่ผมพยายามอย่างยิ่งที่จะนำเสนอมุมมองใหม่ ๆ โดยเฉพาะแง่มุมที่เราอาจมองข้ามไป
จากตอนที่แล้ว ผมได้พูดถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่มีสาเหตุจากระบบเศรษฐกิจทุนนิยม แต่แนวคิดสังคมนิยม ยกระดับมาตรฐานชีวิตเซเปียนส์ (Sapiens) หรือมนุษย์ เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว และการเรียกร้องสิทธิของปัจเจกชน ในพื้นที่แห่งเติบโตตามอัตลักษณ์ที่แตกต่างในสังคมเดียวกัน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความสำคัญของปัจเจกชนที่เพิ่มขึ้น ลดทอนความสำคัญของชุมชน ภายใต้การทำงานของภารกิจของรัฐสมัยใหม่
จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โครงสร้างทางสังคมเอื้ออำนวยให้เซเปียนส์มีชีวิตอยู่ได้ในฐานะปัจเจกชน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทที่สำคัญในชีวิตประจำวันของเซเปียนส์ โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร และข้อมูลข่าวสาร ทำให้กระบวนการโลกาภิวัฒน์เข้มข้นขึ้น และรวดเร็วกว่าเมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมา
เซเปียนส์ทั่วทุกมุมโลกรับรู้วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของเซเปียนส์อีกซีกโลกนึง โดยที่เขาหรือเธอไม่จำเป็นจะต้องแสวงหา หรือมีความสนใจเรื่องราวเป็นพิเศษเลยด้วยซ้ำ ข้อมูลที่ปรากฏบนฟีดข่าว (News feed) กลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ไม่ต่างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้ตัว
ผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เราสัมผัสได้ ต้องใช้เวลา และซึมผ่านปัจจัยต่าง ๆ แต่ความรู้สึกร่วมกับเหตุการณ์เกิดขึ้นทันที โลกาภิวัฒน์ในการเชื่อมต่อข้อมูลไร้พรมแดน ทำให้เซเปียนส์มองเห็นได้ชัดเจนว่าดาวเคราะห์ดวงนี้เป็นระบบที่มีความสัมพันธ์อย่างเป็นเอกภาพ ในท้ายที่สุด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอีกซีกโลกจะส่งผลต่อเขาหรือเธอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น การออกกฎหมายภายใน เหตุการณ์ทางการเมือง ความผันผวนทางเศรษฐกิจ หรือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม
แม้พลเมืองในปัจจุบันถูกอ้างอิงไว้กับรัฐ และขอบเขตรัฐภูมิศาสตร์ แต่ได้มีความพยายามในการสลายพรมแดนทางภูมิศาสตร์ เช่น เสรีภาพในการเคลื่อนย้ายของบุคคลในกลุ่มประเทศตามความตกลงเชงเกน (Schengen Agreement) และการสร้างอัตลักษณ์ร่วมกันในประชากรสหภาพยุโรป จากรากเหง้าของวัฒนธรรมในยุโรปที่มีร่วมกันมานานหลายร้อยปี
สิ่งที่สร้างความรู้สึกร่วมกันของเซเปียนส์ในหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก หรือความรู้สึกแห่งพลเมืองโลก โดยที่ไม่มีใครรู้สึกต่อต้าน เราอาจจะไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ คือ การไหลผ่านของวัฒนธรรม ผ่านทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บนแพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มเซเปียนส์รุ่นใหม่ วัฒนธรรมภายนอกประเทศถูกนำเสนอในหลากหลายประเภท แม้ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในรูปของสื่อบันเทิง เช่น ภาพยนตร์ เพลง เกม และบางส่วนที่เป็นเรื่องราววิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่น อาหารการกิน แหล่งท่องเที่ยว ชีวิตประจำวัน งานอดิเรก สัตว์เลี้ยง รวมถึงธุรกิจการค้า สินค้า และบริการ
จากความสัมพันธ์ระหว่าง วัฒนธรรมหรือผู้สร้างสรรค์ผลงานกับผู้เสพ หรือหน่วยธุรกิจกับผู้บริโภค จะทำให้เนื้อหาของวัฒนธรรม งานสร้างสรรค์ หรือสินค้า และบริการ มีความเป็นสากลมากขึ้น ในทำนองเดียวกัน ความสัมพันธ์ดังกล่าวก็ส่งเสริมความเป็นสากลในลักษณะเฉพาะของตัวผู้เสพ หรือผู้บริโภค ความสัมพันธ์แบบส่งเสริมซึ่งกันและกันนี้ จะทำให้ในท้ายที่สุด ความเป็นสากลเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ร้านอาหารจานด่วน McDonald มีต้นกำเนิดในโลกตะวันตก แต่ก็เป็นที่นิยมในโลกตะวันออก ทำให้เบอร์เกอร์กลายเป็นอาหารที่เป็นสากลมากขึ้นเรื่อย ๆ (ขอบคุณรูปภาพจาก Sung Shin บน Unsplash)
ความเป็นสากลจะสร้างความรู้สึกร่วม และความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างเซเปียนส์ที่มาจากต่างสังคม นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ พลเมืองโลก (Global Citizen) และในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นความร่วมมือที่เหนียวแน่นระหว่างรัฐในการแก้ไขปัญหาระดับนานาชาติ อย่างปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยความพยายามในการแก้ปัญหาที่ผ่านมา อยู่ภายใต้แนวคิดชาตินิยม (Nationalism) ประเทศต่าง ๆ ยังคงให้ความร่วมมือเท่าที่ตนไม่เสียผลประโยชน์ของชาติ การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจึงประสบความล้มเหลวมาโดยตลอด
ในขณะเดียวกัน การก่อตัวของแนวคิดสนับสนุนโลกาภิวัฒน์ (Globalism) เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แนวคิดชาตินิยม ซึ่งเป็นผลผลิตจากในยุคแห่งการสร้างรัฐชาติ ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง และลดความเข้มข้นลง ประวัติศาสตร์ของชาติ ที่ครั้งหนึ่งถูกยึดถือเป็นอัตลักษณ์ของคนในชาติ กำลังถูกตั้งคำถามเพื่อแยกแยะเรื่องราวปรุงแต่งออกจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติ ถูกตั้งคำถามถึงคุณค่าที่แท้จริง และถูกเปรียบเทียบกับสังคมภายนอก
แต่ความสัมพันธ์ของเซเปียนส์ในสังคมโลก ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ประกอบกับบทบาทที่ลดลงของชุมชน ซึ่งถูกแทนที่ด้วยภารกิจของรัฐสมัยใหม่ กำลังส่งผลกระทบเชิงลบต่อความรู้สึกภายในเช่นกัน ความรู้สึกโดดเดี่ยว แปลกแยกจากสังคม (Alienation) ในปี 2017 มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ได้ประกาศถึงพันธกิจใหม่ของแพรตฟอร์มสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่ว่า เฟซบุ๊ก ภายใต้การทำงานของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) จะเชื่อมต่อผู้คนในระดับสังคมโลกเข้าในใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ผ่านทางกิจกรรมชุมชนออนไลน์
โลกออนไลน์อาจใกล้ชิดกับเรามากกว่าโลกออฟไลน์เสียอีก (ขอบคุณรูปภาพจาก Eddie Aguirre บน Unsplash)
แต่จากข้อสังเกตของ​ Yuval N. Harari พื้นฐานทางชีววิทยาของโฮโม เซเปียนส์ ไม่ได้แตกต่างจากตอนที่เซเปียนส์ยังคงมีชีวิตแบบเก็บของป่าล่าสัตว์ (Hunter-gatherer) เราต้องการความสัมพันธ์ทางกายภาพกับคนอื่น ๆ สิ่งที่แตกต่างคือ เมื่อหลายพันปีก่อน เราเข้าถึงความรู้สึกภายในของตัวเอง ตระหนักว่าเรากำลังทำอะไร รู้สึกยังไง และกำลังคิดอะไร ความพอใจของเรามาจากจิตใจภายในตนเอง แต่ในปัจจุบันเราอ้างอิงความรู้สึกไว้กับโลกออนไลน์ เช่น เราจะมีความสุขมากเท่ากับจำนวนยอดไลค์ที่ได้รับ อย่างไรก็ดี เราก็ยังคงต้องการการเชื่อมต่อกับผู้คนทางกายภาพ กิจกรรมบนโลกออนไลน์ ไม่สามารถแทนที่กิจกรรมทางกายภาพได้ ทั้งยังอาจนำเราออกห่างจากชุมชน และจิตใจภายในของเรามากขึ้น ดังนั้นหากจะแก้ไขปัญหาความโดดเดี่ยว แปลกแยกของปัจเจกชน เครือข่ายสังคมออนไลน์คงต้องทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับความสัมพันธ์ทางกายภาพ จากออนไลน์สู่ออฟไลน์
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ยังคงให้ความสนใจ
ติดตามรื่องราวใหม่ ๆ ได้ที่
Faceboook: Nospacebetween (facebook.com/nospacebetween)
และ Twitter: _nospacebetween
References
Harari, Yuval. 21 Lessons for the 21st Century, London : Vintage, 2018.
โฆษณา