#Reels ฟีเจอร์ใหม่ใน IG แตกต่างกับ “TikTok” ยังไง และจะสามารถดึงส่วนแบ่งมาได้หรือไม่ เรื่องราวมันเป็นยังไง #เดี๋ยวสรุปให้ฟัง
1) เมื่อวานนี้ (5 ส.ค.) Instagram ได้ออกประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ #Reels อย่างเป็นทางการ หลังจากทดลองระบบมาตั้งแต่ปลายปี 2019 ซึ่งเป็นฟีเจอร์ให้ผู้ใช้งานสร้างวิดีโอสั้นๆ 15 วินาที คล้ายกับ “TikTok” แต่สามารถ “แชร์” ให้กับเพื่อนๆ ของเรา หรือเข้าไปอยู่ในหน้า Explore ยอดฮิตได้เช่นกัน
2) การสร้างวิดีโอใน Reels สามารถใช้ฟังก์ชันการตัดต่อได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น
- Audio: ค้นหาเพลงจากคลังของ IG หรือใช้เพลงที่เป็น original audio ของเราเองก็ได้ โดยถ้าหากเราใช้ original audio คนอื่นก็จะสามารถมาใช้ตามเราได้เช่นเดียวกับ TikTok
- AR Effects: เลือกใช้เอฟเฟ็กต์ (filters) พิเศษที่ IG หรือเหล่าบรรดา creator ทั่วโลกสร้างขึ้นได้
- Speed: เพิ่มหรือลดความเร็วบางส่วนของวิดีโอหรือเพลงที่เลือก เช่น เอาไว้สร้างวิดีโอ slow motion เป็นต้น
3) สิ่งที่แตกต่างระหว่าง IG Reels และ TikTok จากที่ดูมาก็เหมือนจะเหลือแค่ #ความยาว ของวิดีโอ โดยที่ Reels ยาวเพียง “15 วินาที” ขณะที่ TikTok ยาวถึง “60 วินาที” อาจเป็นเพราะ Facebook (ผู้เป็นเจ้าของ IG) เรียนรู้จากการใช้งานของ user ทั่วโลกว่าวิดีโอความยาว 15 วินาทีนั้นมักจะได้รับ engagement ที่ค่อนข้างสูง
4) ถ้าพูดถึงฟีเจอร์ของ IG ที่เกี่ยวกับวิดีโอโดยเฉพาะ ก็จะเห็นว่าตอนนี้มีถึง 3 รูปแบบ ตั้งแต่
- IG Reels วิดีโอสั้นๆ ที่ตัดต่อได้อย่างสร้างสรรค์ - ชนกับ TikTok
- IG Stories วิดีโอสั้นๆ อายุแค่ 24 ชม. – ชนกับ Snapchat
- IGTV วิดีโอแบบยาว - ชนกับ YouTube
ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่า IG กำลังให้ความสำคัญกับ content ที่เป็น format วิดีโอ เพราะวิดีโอสร้างความสนใจให้กับผู้ใช้งานในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี และในอนาคตก็น่าจะสร้างรายได้ผ่านการ “โฆษณา” ซึ่งเป็นรายได้หลักของแพล็ตฟอร์มได้เพิ่มขึ้นจากฟีเจอร์ใหม่นี้อย่างแน่นอน…
1
5) แล้วถ้าถามว่า Reels จะสามารถแย่งส่วนแบ่งผู้ใช้งานมาจาก TikTok ได้ไหม? อย่างที่เรารู้ว่า TikTok เป็นที่นิยมกันในกลุ่มผู้ใช้งาน Gen Z (8-23 ปี) แต่ตอนนี้เทรนด์นี้เริ่มเปลี่ยนไปแล้ว…
6) จากรายงานพบว่าผู้ใช้งานกลุ่ม Millennials (24-39 ปี) เริ่มหันมาใช้ TikTok มากขึ้นในระยะหลัง… ใช่ครับ… กลุ่มนี้เป็น #ฐานลูกค้าหลัก ของ IG เพราะถ้าผู้ใช้งานกลุ่ม Millenials หันมาใช้ IG Reels ก็แน่นอนว่าจะสามารถสร้างรายได้จากแบรนด์ต่างๆ ที่จะใช้ฟีเจอร์ใหม่นี้ในการโฆษณาสินค้าหรือบริการของตัวเอง
7) แต่… แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้คนใช้หรือไม่ใช้แพล็ตฟอร์มมันไม่ใช่แค่ที่ตัวฟีเจอร์ แต่มันคือตัว “ผู้สร้างเนื้อหา (content creator)” ต่างหาก… งานนี้ IG ก็ได้ออกโปรแกรมพิเศษเพื่อ “ดึงตัว” เหล่า content creator ชื่อดังจาก TikTok ไม่ว่าจะเป็นการ “ให้เงิน” สำหรับผลิต content หรือแม้แต่ให้โพสต์ content ลงที่ Reels ก่อนช่องทางอื่นๆ… เพื่อดึงให้ผู้ใช้งานหรือผู้ติดตามหันมาใช้ Reels เพื่อที่จะได้เสพย์ content ก่อนใคร
#สรุปแล้ว งานนี้…ระหว่างที่ Microsoft กำลังวุ่นวายเจรจาปิดดีลซื้อ TikTok จากจีนอยู่ ก็ต้องมาดูกันว่า IG Reels ที่เปิดตัวมาจะแย่งส่วนแบ่ง TikTok ในอเมริกาได้ไหม หรือจะกลายเป็นอันดับหนึ่งของแพล็ตฟอร์มวิดีโอสั้นๆ แบบที่ IG Stories ชนะ Snapchat เมื่อไม่กี่ปีก่อน… ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ
#ทิ้งท้าย IG Reels จะเริ่มเปิดตัวใน 50 ประเทศผ่านการอัปเดตเวอร์ชั่นใน iOS ครั้งต่อไป แล้วเราคงได้เห็นอะไรสนุกๆ กันมากขึ้นครับ…
    สักคนหนึ่งที่อยู่ข้างกัน
    อยากเล่นแล้ว 555 น่าสนใจมากครับ