16 ส.ค. 2020 เวลา 06:44 • สิ่งแวดล้อม
พระสงฆ์กับธรรมชาติสิ่งแวดล้อม
หลังจากที่บวชเป็นสามเณรน้อยเรียนหนังสือในวัดบ้านเกิดสอบได้นักธรรมขั้นตรีแล้ว หลวงตาคงจะเห็นความเจริญก้าวหน้าของขีวิตผู้เขียน จึงได้นำเข้าไปฝากในวัดตัวเมืองที่มีการจัดการเรียนการศึกษาด้านนักธรรมและบาลีที่สูงขึ้น
เมื่อผู้เขียนจบการศึกษาด้านนักธรรมแล้ว ในส่วนการศึกษาบาลีได้ในระดับเปรียญตรี ก็มีความคิดจะเดินทางเข้าไปศึกษาต่อที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงที่มีความเจริญรุ่งเรืองในทุกๆด้าน ซึ่งผู้เขียนใฝ่ฝันจะให้ตนเองนั้นได้รับการศึกษาทั้งการศึกษาทางโลกและทางธรรมตามกำลังแห่งสติปัญญาและฐานะของตน โดยมีความเพียรพยายามอย่างสุดกำลังเท่าที่ตนเองนั้นจะทำได้
หลังจากเรียนจบการศึกษาบาลีในระดับเปรียญโทและปริญญาโท จากรั้วมหาวิทยาลัยทั้งทางโลกและทางธรรมแล้ว นับว่าผู้เขียนโชคดีได้มีโอกาสเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 1 ปี และเดินทางท่องเที่ยวไปประเทศต่างๆหลายประเทศ เป็นการเก็บเกี่ยวหาประสบการณ์แห่งชีวิตได้เป็นอย่างดี
ในที่สุุดก็มาคิดว่า เมื่อเราสำเร็จการศึกษาตามที่ตนเองคาดหวังนั้นแล้วทุกอย่าง บัดนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่ตนจะต้องลงมือทำอะไรสักอย่างที่เป็นการตอบแทนพระคุณของแผ่นดินและพระศาสนา อันจะก่อเกิดเป็นประโยชน์แก่สังคมส่วนรวมหมู่มากเสียที
จากความที่ตนเองเป็นเด็กชนบทบ้านนอกบ้านนาที่ห่างไกลความเจริญ ชีวิตในวัยเด็กผูกพันอยู่กับท้องไร่ปลายนาป่าเขาลำเนาไพรเป็นส่วนใหญ่ ความรู้สึกเก่าๆที่ประทับใจนั้นมักจะปรากฏอยู่ในห้วงมโนสำนึกอยู่เสมอ ยิ่งเมื่อเวลาขณะกำลังศึกษาอยู่ในเมืองหลวงเป็นเวลานานๆ ถ้าได้มีโอกาสหวนกลับคืนไปเยี่ยมบ้านครั้งไรก็จะมีความสุขใจมาก ได้ถือโอกาสออกเดินเที่ยวอย่างอิสระเสรีไปตามท้องทุ่งนาป่าเขาอันเป็นธรรมชาติที่แสนสะอาดบริสุทธิ์นั้น ซึ่งความรู้สึกอย่างนี้ผู้ที่จากบ้านเกิดเมืองนอนไปไกล จะไปเรียนหรือทำงานก็ดีคงมีความรู้สึกคิดถึงบ้านเกิด และคิดถึงความหลังเก่าๆในวัยเด็ก ซึ่งความรู้สึกนี้คงจะเกิดขึ้นเกือบจะทุกคนดูจะไม่แตกต่างกันเท่าไรนัก
ผู้เขียนได้มีโอกาสกลับคืนมาทำงานที่บ้านเกิด ซึ่งถือว่าเป็นช่วงปั้นปลายสุดท้ายแห่งชีวิต เพราะอายุขณะนี้ก็ใกล้จะถึงวัยเกษียณ 60 ปีแล้ว ช่วงที่ผ่านมางานตามหน้าที่ด้านต่างๆก็ได้ทำตามศักยภาพความสามารถนั้นแล้ว ฉะนั้น ปั้นปลายชีวิตจึงเป็นเรื่องที่ควรต้องใช้ชีวิตเข้าถึงสัจธรรมและอยู่อย่างสงบเรียบง่าย
เดี๋ยวนี้เมื่อมีเวลาจึงมักออกเที่ยวไปสำรวจป่าตามหัวไร่ปลายนาที่อดีตเคยเป็นป่าดงผืนใหญ่อุดมสมบูรณ์ที่ไม่มีใครไปจับจองเป็นของตน พบว่าเดี๋ยวนี้ป่าเหล่านั้นถูกคนถากถางจับจองเป็นที่ทำกินจนเกือบหมดแล้ว แต่ละหมู่บ้านจะเหลือผืนป่าสาธารณะไว้เพียงน้อยนิด
จากช่วงเวลาไม่นาน 30 กว่าปีเท่านั้นบ้านเมืองมีความเปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียว และวิถีชีวิตต่างๆของผู้คนก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน อันเนื่องด้วยการพัฒนาที่จะให้มีความเจริญเท่าเทียมกันดั่งสังคมเมืองทั้งหลาย สังคมชนบทบ้านนอกบ้านนาแบบวิถีชีวิตในอดีตจึงค่อยๆหายไป พร้อมกับป่าไม้ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอันบริสุทธิ์สะอาดดั่งในอดีตนั้นก็หายไปด้วยเวลาอันรวดเร็วนี้เช่นเดียวกัน
แต่ที่บ้านเกิดของผู้เขียนนั้นถือว่ายังโชคดีที่ยังเหลือที่สาธารณะชุมชนไว้มีเนื้อที่เกือบร้อยกว่าไร่ เพราะผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านในอดีตได้ช่วยกันหมายปักเขตไว้เป็นที่ป่าช้าเพื่อใช้ในการเผาศพของชาวบ้าน ปัจจุบันความนิยมเผาศพสมัยใหม่ที่เมรุ และคนไม่นิยมนำศพไปเผาที่ป่าช้ากันอีกแล้วเพราะความไม่สะดวกสบายในหลายๆอย่างนั่นเอง ผืนป่าช้านั้นจึงกลายเป็นป่าช้าร้างไปแต่นั้น
จากการที่ชาวบ้านเมื่อในอดีต จะตัดไม้มาทำกองฟอนเผาศพ ซึ่งเป็นไม้ในป่านั้นเองที่ตัดมาทำเป็นฟืนเผาศพ ศพแต่ละศพต้องใช้ไม้ใหญ่หลายๆต้นทีเดียว ซึ่งทำให้ต้นไม้ใหญ่ถูกตัดจนเกือบจะหมด จึงกลายเป็นป่าเสื่อมโทรมที่ไม่มีใครดููแล พอหน้าแล้งไฟก็ไหม้ป่าเกือบจะทุกปี แต่พอฤดูหน้าฝนต้นไม้ต่างๆก็จะกลับฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน บางต้นบางชนิดออกดอกแข่งกันงามสะพรั่งทั่วทั้งผืนป่านั้น
ดอกเข้าพรรษาสีม่วง สีเหลืองและสีขาว ดอกโมกข์ออกดอกสีขาวกลิ่นหอมมีทั้งต้นใหญ่และเป็นพุ่ม ดอกหัวเสือสีเหลือง ดอกว่านคูลูนางอั้วสีขาวคนแก่ชอบเก็บมาแซมผมเพราะกลิ่นหอม ดอกกระเจียวสีม่วงชมภูและสีขาว มีเห็ดหลากหลายชนิด เห็ดหลังโงกสีเหลือง เห็ดไคสีขาว เห็ดน้ำหมากสีแดง และเห็ดเพาะ ที่ชาวบ้านไปเก็บมาทำเป็นอาหารถิ่นพื้นบ้าน
เมื่อเรามองดูวัฏจักรอันเป็นระบบนิเวศน์ธรรมชาตืของผืนป่านั้น มีความละเอียดอ่อนจะเห็นความหลากหลายในตัวของมันเอง แต่ละชีวิตดำรงเกื้อกูลกันอย่างลึกซึ้งภายใต้ระบบที่้เชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ เมื่อตัวหนึ่งตัวใดได้รับผลกระทบก็จะส่งผลกระทบกระเทือนต่อสิ่งอื่นๆไปด้วย โดยเฉพาะป่าไม้อันเป็นตัวจักรสำคัญซึ่งเป็นหลักยืนให้หลายชีวิตได้อาศัย ยิ่งถ้าผืนป่าถูกทำลายลงไปมากเท่าใด จะส่งผลกระทบต่อปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปในทางเลวร้ายมากขึ้นเท่านั้น
ภัยธรรมชาติเกิดจากสภาวะโลกร้อนจาก "ปฏิกิริยาเรือนกระจก" โทษของการที่มนุษย์เราตัดไม้ทำลายป่า เผาผลาญเชื้อเพลิงต่างๆ ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หนาแน่นในบรรยากาศโลก ทำให้โลกร้อนมากขึ้น ซึ่งจะทำให้น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นจะทำให้เกิดน้ำท่วม และจะเกิดผลกระทบให้สภาพแวดล้อมโลกเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด
จึงควรศึกษาหาวิธีทางในการแก้ไขฟื้นฟูบูรณะธรรมชาติสิ่งแวดล้อมให้กลับคืนมา เร่งฟื้นฟูสภาพต้นน้ำลำธาร หามาตรการยับยั้งการทำลายป่า รณรงค์ช่วยกันปลูกป่า รัฐและศาสนาควรช่วยกันปลูกฝังให้คนได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ เพื่อให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศน์มากยิ่งขึ้น
ในทางพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าประสูติในป่า ตรัสรู้ในป่า และเสด็จดับขันธปรินิพพานในป่า เพราะเหตุนี้ จึงทรงมีทัศนะต่อต้นพระศรีมหาโพธิ์และต้นไม้อื่นๆเปรียบดังกัลยาณมิตรของพระองค์ ทรงตรัสว่า
"บุคคลนั่งนอนในร่มเงาของต้นไม้ใด ไม่พึงหักรานกิ่งของต้นไม้นั้น ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลว"
พระคาถานี้เกิดจากพระหฤทัยหรือจิตสำนึกที่พระองค์ทรงได้อาศัยป่าไม้ โดยเฉพาะต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ได้ทรงนั่งบำเพ็ญเพียรจนได้ตรัสรู้ความจริงสูงสุด
การบรรลุความจริงสูงสุด ทำให้ทรงมีทัศนะที่มองธรรมชาติและสรรพสิ่งมีความสุขุมคัมภีรภาพ ประณีตละเอียดอ่อนยิ่ง นำให้เกิดการปฏิบัติต่อธรรมชาติและสรรพสิ่งด้วยจิตใจที่งดงาม ด้วยตระหนักในคุณค่า อยากจะประคับประคองทนุถนอมไว้อย่างดีที่สุด เพราะเห็นความดีคือประโยชน์มากมายจากธรรมชาตินั้น
ธรรมชาติบริสุทธิ์ของป่านั้นได้ชี้แนะให้บุคคลรู้จักเรียนรู้ธรรมะจากธรรมชาติอันเป็นตัวสัจธรรมที่แท้
ธรรมชาติบอกให้มนุษย์รู้เห็น "ความเป็นเช่นนั้นเอง" ที่ปรากฏในธรรมชาตินั้น หากผู้ใดมองเห็นเข้าถึง จิตของผู้นั้นย่อมจะมีแต่ความสะอาดหมดจดเฉกเช่นเดียวกับธรรมชาตินั้น
โฆษณา