Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
GolFz Journey | Photography & more ...
•
ติดตาม
20 ส.ค. 2020 เวลา 09:30 • ท่องเที่ยว
2019: Phú Quốc (Ep. 4.2) | เรื่องเล่าจากอาณาจักรดาวทะเล
2019: Phú Quốc (Ep. 4.2) | เรื่องเล่าจากอาณาจักรดาวทะเล
ผมออกเดินทางจากบริเวณหาดไบ่ได (Bãi Dài) เพื่อมุ่งหน้าไปสู่หาดปลาดาว (Starfish Beach) ตามเส้นทางที่ Google Maps ได้แนะนำมาซึ่งจะค่อยๆเลาะฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือไล่ขึ้นไปจนถึงหาดปลาดาว
ตามทางที่ขี่มอเตอร์ไซค์ออกมานี่ต้องใช้ความอดทนนิดนึงครับเพราะเป็นดินลูกรังระยะนึงเลยกว่าจะออกมาเจอถนนที่ขับขี่ได้สะดวก พอออกมาจากพื้นที่ก่อสร้างของ VinPearl ได้หน่อยก็โอเคแล้ว
เส้นทางจากหากไบ่ไดไปถึงหาดปลาดาว
ระหว่างทางนี้เหมือนจะไม่มีหาดทรายที่เราสามารถลงไปเล่นได้เลยนะครับ เท่าที่เห็นคือในด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะฟูก๊วกจะเป็นพื้นที่สำหรับประมงเป็นหลักมากกว่า
โดยเฉพาะบริเวณแหลมด้านซ้ายบนจะเป็นหมู่บ้านประมงขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนเชิงเขาสูงใหญ่ริมทะเล เต็มไปด้วยร้านอาหารจำนวนมาก ซึ่งวิวสวยงาม เหมาะกับการแวะพักรับประทานอาหาร และถ่ายภาพเป็นอย่างยิ่ง
น่าเสียดายที่ไม่ได้แวะแถวนี้เพราะเวลาค่อนข้างจำกัด ต้องรีบไปให้ถึงหาดปลาดาวให้ได้!
... แต่พอมาได้สักครึ่งหนึ่งของระยะทางก็เหมือนจะพบกับฝันร้ายอีกครั้ง เพราะถนนเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ (หนักกว่าบริเวณก่อสร้างของ VinPearl อีกครับ)
ถ้าถามผมว่ามันแย่ขนาดนั้นเลยเชียวรึ?
ผมก็อยากให้ดูภาพด้านล่างนี้ที่คุณภรรยาเค้าถ่ายเอาไว้ระหว่างเดินทาง 😅 สภาพจะประมาณว่าเหมือนขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นเขา เข้าป่า มุ่งหน้าไปสู่จุดหมายที่ไม่น่าใช่หาดทรายแน่ๆ
เส้นทางไปสู่หาดปลาดาว
จำได้ว่าพอเห็นทางเริ่มแย่ลง ข้างทางเริ่มเป็นป่านี่ยังถามคุณภรรยาอยู่เลยว่าแน่ใจมั้ยว่าจะไปต่อ ทางเป็นหลุมเป็นบ่อแบบนี้ด้วยยิ่งอันตรายเลยนะ
อีกใจหนึ่งก็ ... ไหนๆมาทั้งทีแล้วก็เอาให้มันสุดไปเลยดีกว่า
ระหว่างคุยกับคุณภรรยาอยู่ว่าจะเอายังไงดี ก็มีชาวบ้านแถวนั้นขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าไปด้วยความชำนาญ ผมจึงมั่นใจแน่ๆล่ะว่าทางมันน่าจะไปได้ชัวร์ แม้จะลำบากในการเดินทางสักหน่อยก็ตาม
ผมขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปเรื่อยๆจนเห็นป้ายของเขตอุทยานแห่งชาติป่าฟูก๊วก รู้ทันทีเลยครับว่านี่เราขี่ฝ่าป่ามาจริงๆด้วย ยิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่ทางก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ทั้งลื่น เป็นหลุมเป็นบ่อ และบรรยากาศรอบๆเป็นป่าทึบทั้งหมด
หนักกว่านั้นคือใช้ GPS ไม่ได้ครับ! สัญญาณโทรศัพท์มาไม่ถึง (แต่จริงๆก็ไม่ต้องคิดมาก เพราะทางมันขับตรงอย่างเดียวไม่มีเลี้ยวเลยครับ)
พอผมเข้ามาถึงจุดนึงก็เหมือนจะเริ่มถอดใจ เพราะการขับขี่มันสะเทือนใจจนไส้แทบแตกเลยทีเดียว จนต้องจอดรถกลางทางพร้อมถามคุณภรรยาเพื่อย้ำให้ชัวร์ว่าจะไปต่อจนถึงหาดกันจริงๆใช่มั้ย?
ทันใดนั้นผมก็พบเพื่อนร่วมทางเป็นชาวต่างชาติชาวผิวขาวขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาแบบงงๆ (เหมือนผมนี่แหละครับ) อีก 2 คัน พร้อมถามผมว่านี่คือทางที่จะไปหาดปลาดาวจริงๆใช่มั้ย?
คุยกันไปคุยกันมา เลยกลายเป็นว่าขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปด้วยกัน 3 คัน อย่างที่เห็นในภาพนั่นแหละครับ 😄 มีเพื่อนร่วมทางแล้วค่อยอุ่นใจหน่อย คลำทางกันไปเรื่อยๆจนไปถึงหาดปลาดาว โดยใช้เวลาเดินทางไปเกือบๆ 2 ชั่วโมง
Starfish Beach 😁 หาดปลาดาวของเรา!
ตอนมาถึงหาดปลาดาวนี่คือรู้สึกเหมือนขึ้นสวรรค์เลยครับ ไม่รู้ว่าเพราะว่าทะเลสวย หรือระหว่างทางมันลำบากเกินไป แต่เอาเป็นว่าคุ้มแน่นอนครับถ้ามาถึงได้
หลังจากจอดมอเตอร์ไซค์ด้วยความหิวเหนื่อยล้า ลมทะเลพัดโชยมา คงถึงเวลาแล้วล่ะครับที่ผมต้องลงไปสัมผัสบรรยากาศที่สวยงามนี้อย่างใกล้ชิด
ตอนนั้นเวลาประมาณเกือบๆบ่ายสองโมงแล้ว ผมกับคุณภรรยาหาร้านอาหารอยู่ในบริเวณหาดกันครับ แล้วดันเดินเข้าไปนั่งหลบแดดในที่นั่งของร้านโดยไม่รู้ หลังจากนั้นจึงมีคนขายถือเมนูเข้ามาถามว่าอยากสั่งอะไรบ้าง
ด้วยความหิวก็สั่งอาหารไปแบบง่ายๆ "ข้าวผัดทะเล" เป็นจำนวน 2 จานถ้วน พร้อมเครื่องดื่ม ในราคารวมทั้งสิ้น 200,000 ด่ง หวังว่าจะได้กินให้เสร็จเร็วๆแล้วรีบลงทะเลกันสักที
รอไม่นานมากก็ได้กินกันแล้ว ซึ่งอาหารก็รสชาติดีเลยครับ แต่ว่ามันเยอะมาก! กินจนจุกก็ไม่หมด 😅 สุดท้ายคือเรียกคนขายให้มาเก็บส่วนที่เหลือใส่กล่อง ส่วนผมกับคุณภรรยาถึงกับนั่งอืดรออาหารย่อยสักพัก
ณ บริเวณร้านอาหารที่ผมใช้บริการ
ระหว่างที่นั่งรออาหารย่อยนั้นเอง คนขายก็เดินกลับมาอีกครั้งพร้อมกับข้าวผัดที่ฝากเค้าใส่กล่อง แล้วจังหวะที่ยื่นมือจะไปรับของก็ได้รับคำถามหนึ่งเข้ามาว่าเรามีที่นั่งริมหาดแล้วหรือยัง?
ถ้ายังไม่มีก็ต้องจองที่นั่งในราคา 100,000 ด่งนะ ซึ่งในราคานี้ผมได้ม้านั่งคู่หนึ่งพร้อมร่มบังแดดอย่างในรูปด้านบนครับ จ่ายเงินเรียบร้อยแล้วเค้าก็พาไปที่ม้านั่งที่ยังว่างทันที
บรรยากาศรอบๆหาดปลาดาว
เอาล่ะครับ ... ได้ที่นั่งแล้วก็ถึงเวลาที่เราจะลงทะเลกันสักที พอวางสัมภาระเรียบร้อยร้อยแล้ว ผมกับคุณภรรยารีบพุ่งลงน้ำอย่างไวเพื่อไปหา "ปลาดาว" (อันที่จริงต้องเรียกว่าดาวทะเล)
น้ำทะเลของหาดนี้อาจจะไม่ได้ใสกุ๊งกิ๊งเท่ากับหาดไบ่สาว แต่อย่างน้อยก็ใสสะอาดมากพอที่จะเห็นน้องๆได้ไม่ยาก สามารถมองทะลุถึงผืนทรายได้โดยไม่ขุ่นเท่าไรนัก
ดาวของที่นี่จะเป็นสายพันธุ์ที่มีหนามด้านบนแบบในภาพนะครับ ตอนเดินก็ต้องระวังกันสักนิดนึง ถึงหนามของดาวจะไม่แข็งมาก แต่ถ้าเหยียบเข้าไปอาจทำให้เท้าบาดเจ็บได้เหมือนกัน
"ปลาดาว" ไฮไลท์ของหาดแห่งนี้
ลักษณะของหาดจะค่อยๆลาดลงไป ทำให้บริเวณน้ำตื้นค่อนข้างกว้าง เดินเล่นในน้ำทะเลได้ทั่วเลยครับ ไม่ต้องกลัวจม และที่สำคัญคือปลาดาวหรือดาวทะเลเนี่ยเยอะมากๆ! เดินไปตรงไหนก็เจอแน่นอนครับ ไม่ต้องกลัวนักท่องเที่ยวคนอื่นแย่งเลย
นอกจากดาวทะเลแล้ว ยังมีของแถมเป็นเพื่อนร่วมแหล่งน้ำอย่างเพรียงทะเล รวมไปถึงปะการังน้ำตื้นด้วยนะครับที่หาดแห่งนี้ อยู่กันเป็นหย่อมๆทั่วบริเวณน้ำตื้น แต่น่าเสียดายที่ผมไม่ได้เตรียมตัวไปดำน้ำดู เลยทำได้เพียงแค่มองจากบนผิวน้ำและถ่ายภาพลงไปเท่านั้น
บรรยากาศของหาดปลาดาว
ในภาพที่เห็นจะแสงจ้าสักหน่อยครับ เพราะว่าผมลงน้ำไปในช่วงแดดแรงจัดทีเดียว
คุณภรรยาบอกว่าอยากนอนอาบแดด แต่ต้องรอแดดคล้อยกว่านี้สักหน่อยถึงจะอาบแดดได้โดยผิวไม่ไหม้เกรียม ก็เลยอยู่ในน้ำแก้ร้อนกันไปก่อน
ระหว่างนั้นก็ว่ายน้ำหาปลาดาว ส่องปะการังกับคุณภรรยา เลาะหาดไปเรื่อยๆครับ โดยเท่าที่สังเกตโดยรอบนั้นกลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวหาดนี้ก็จะเป็นชาวต่างชาติผิวขาวเป็นส่วนใหญ่เลย (คนเอเชียมีบ้างประปราย) ทั้งแบบครอบครัว คู่รัก หรือแกงค์เพื่อนๆ
บรรยากาศนักท่องเที่ยว ณ หาดปลาดาว
พอแดดร่มลมคล้อยลงหน่อยแล้ว ผมกับคุณภรรยาก็พากันขึ้นจากน้ำและตรงไปที่ม้านั่งของเรา แยกย้ายกันทำภารกิจที่ตัวเองอยากทำ โดยคุณภรรยาก็เตรียมตัวนอนอาบแดด ส่วนผมก็หิ้วกล้องและออกเดินเพื่อถ่ายภาพบรรยากาศของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้
ผมเดินไล่ตั้งแต่หัวหาดไปยันท้ายหาด ซึมซับ และเก็บรายละเอียดทั้งหมดเท่าที่จะทำได้ในตอนนั้นอยู่เป็นชั่วโมง
แน่นอนครับ ... ที่นี่เป็นอีกหนึ่งชายหาดที่ผมชอบแบบแปลกๆ
บรรยากาศรอบๆหาดปลาดาว
แปลกยังไง?
หาดบรรยากาศของหาดโดยรวมสวยงาม และดาวทะเลที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ก็ดีงามมากๆสมกับชื่อชายหาด แต่ส่วนผสมของหาดนี้ทั้งหมดมันมาแบบขาดๆเกินๆ ที่เหมือนจะไม่เข้ากันแต่ก็เข้ากัน (ไม่รู้จะมีใครคิดเหมือนผมหรือเปล่านะ?)
คือมันดูไม่เชิงว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแต่ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม (ตามความรู้สึกผมแล้วมองว่าหาดนี้แอบเหมือนหาดสำหรับการประมง) และดูเป็นชนบทแต่ก็มีการอำนวยความสะดวกที่ใช้ได้เลยทีเดียว
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการเดินทางที่ลำบากด้วยมั้ยที่ทำให้ผมคิดแบบนั้น 😅 แต่ระหว่างเดินไปเดินมาอยู่ก็เหลือบไปเห็นแท็กซี่จอดอยู่พอดี ก็เลยรู้ทันทีว่า "เราสามารถมาเที่ยวหาดแห่งนี้โดยไม่ต้องทรมานสังขารก็ได้นี่หว่า!"
เอาเป็นว่าถ้าใครอยากมาเที่ยวหาดปลาดาวแบบสบายหน่อยก็เรียกแท็กซี่มาได้ แต่ถ้าใครชอบความตื่นเต้น และเร้าใจ จะขี่มอเตอร์ไซค์แบบฝ่าป่าดงพงไพรมาด้วยตัวเองก็ได้เช่นกัน
บรรยากาศรอบๆหาดปลาดาว
หลังจากที่เดินเล่นรอบๆจนถึงช่วงเย็นก็คิดว่าน่าจะถึงเวลาอันสมควรแล้วที่ผมต้องเดินทางเข้าเมืองแล้ว จึงเดินกลับไปที่ม้านั่งเพื่อปลุกคุณภรรยาให้เตรียมตัว และออกไปซึมซับบรรยากาศในช่วงตะวันใกล้ลับขอบฟ้าของหาดนี้สักนิดก่อนจะจากลา
หาดทรายแห่งนี้นอกจากช่วงแดดดีที่เหมาะกับการอาบแดดให้ผิวสวยแล้ว ในช่วงสุดท้ายของวันก็ยังมีแสงสีทองอันงดงามสะท้อนทั้งผืนน้ำและผืนทรายให้ตราตรึงใจอีกด้วย
ผมและคุณภรรยาเดินรับพลังแสงอาทิตย์อ่อนๆก่อนหมดวัน ระหว่างเดินไปยังจุดจอดมอเตอร์ไซค์เพื่อเตรียมสตาร์ทรถกลับเข้าสู่ตัวเมือง
ตะวันลับขอบฟ้า ณ หาดปลาดาว เกาะฟูก๊วก
"Starfish Beach" ⭐ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่จะอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป
ติดตามเรื่องราวตอนถัดไปใน Ep. หน้าได้เลยครับ
Photography and more ...
- GolFz Journey
บันทึก
7
9
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
2019: Phú Quốc | สโลวไลฟ์แบบชาวเกาะแดนใต้ ประเทศเวียดนาม
7
9
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย