19 ส.ค. 2020 เวลา 16:51 • ไอที & แก็ดเจ็ต
Apple ก้าวสู่บริษัทที่มูลค่าสูงที่สุดของโลกที่ 2 ล้านล้านเหรียญ
ใหญ่เป็น 10% ของ GDP สหรัฐฯ ใหญ่กว่าเศรษฐกิจไทย 3.7 เท่า
นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของโลกเมื่อ Apple Inc. บริษัทด้านเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของโลกในยุคนี้ ก้าวขึ้นสู่บริษัทที่มีมูลค่าแตะ 2 ล้านล้านดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา
วันนี้ Apple เดินทางมาไกลจากจุดเริ่มต้นมากจากโรงรถเล็กๆ ที่เป็นฐานปฏิบัติการเมื่อปี 1976 ของสตีฟ จอบส์ ศาสดาแห่ง Apple Inc. ในเมืองลอสอัลตอส รัฐแคลิฟอร์เนีย สู่อภิมหาอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่แห่งซิลิคอนแวลลีย์ไม่มีวันไหนที่ความเคลื่อนไหวของ Apple ตลอด 44 ปีที่ผ่านมาจะไม่เป็นที่จับจ้องของสายตาชาวโลก และความเปลี่ยนแปลงของ Apple ในแต่ละครั้ง โลกก็ได้ก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีตามไปด้วย
ราคาหุ้นบริษัท #Apple พุ่งขึ้นแตะ 467.77 เหรียญต่อหุ้นในคืนนี้
บริษัทนี้บริษัทเดียวมีมูลค่าถึง 10% ของ GDP ประเทศสหรัฐอเมริกา และคิดเป็นประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ของตลาดหุ้น S&P 500
จริงๆ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว Apple ได้ทำสถิติเป็นบริษัทที่มีมูลค่าทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม 2018 นักวิเคราะห์ทางเศษฐศาสตร์และนักลงทุนคาดการว่ายังไง Apple ก็ทะยานขึ้นสู่ 2 ล้านล้านดอลลาร์ได้อย่างแน่นอนด้วยอัตราการเติบโตที่ต่อเนื่องแบบนี้ แต่ไม่คิดวันนั้นจะมาเร็วเกินคาดในเวลาเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น
เครื่องคอมพิวเตอร์ Macintosh 1984
หากไม่นับบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของซาอุดิอาระเบีย “Saudi Aramco” ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลและราชวงศ์ซาอุฯ ถือหุ้นใหญ่ที่สุด ที่เคยมีมูลค่าบริษัทแตะ 2 ล้านล้านดอลลาร์มาก่อนแล้ว แต่ปัจจุบันมูลค่าบริษัทลดลงเนื่องจากวิกฤติราคาน้ำมันดิบตกต่ำ Apple ก็ถือว่าเป็นบริษัทเอกชนแท้ 100% รายแรกของโลกที่มาถึงขั้นนี้
ถามว่ามูลค่า 2 ล้านล้านนั้นมันมากมายมหาศาลขนาดไหน เปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือ ประเทศไทยมี GPD ทั้งประเทศที่ 5.05 แสนล้านดอลลาร์ หรือราว 17 ล้านล้านบาท แต่มูลค่าบริษัทของ Apple บริษัทเดียวที่ 2 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินบาทคือ 62.5 ล้านล้านบาท
นั่นเท่ากับว่า Apple มีมูลค่าบริษัทใหญ่กว่าขนาดเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งประเทศถึง 3.7 เท่า!! และ Apple ยังมีกำไรสุทธิในปีที่แล้วถึง 1 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบ 40% ของงบประมาณประเทศไทยปี 2564 ที่ 3.2 ล้านล้านบาท
สำนักงานใหญ่ของ Apple ในรัฐแคลิฟอร์เนีย
นักวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจมองว่า มูลค่าของ Apple ยังไปได้อีกไกลกว่านี้มาก โดยเฉพาะการมาของเทคโนโลยี 5G ที่มันจะเปลี่ยนแปลงโลกแห่งเทคโนโลยีไปตลอดกาล และอานิสงส์ของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารนี้ จะยิ่งทำให้อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือและแก็ดเจ็ทต่างๆ พัฒนาศักยภาพขั้นสุดอย่างที่โลกไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
ทั้งนี้ยังมีบริษัทด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกที่มีมูลค่าเลย 1 ล้านล้านมาแล้วได้แก่ Amazon, Microsoft และ Alphabet (Google) แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะไล่ตาม Apple ได้ทัน
จริงๆ แล้ว Apple ไม่ได้มีรายได้หลักมาจากการขายมือถือ iPhone ขาย iPad หรือ Mac เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วรายได้ที่พุ่งทะยานแบบนี้หลักๆ มาจาการขายโปรแกรมและแอพพลิเคชั่นต่างๆ และบริการของ Apple (Apple Store, Apple Music, iTunes Store) ซึ่งเป็นสัดส่วนเกือบ 20% แล้วของรายได้ทั้งหมดแล้ว ที่ 5.17 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ดังนั้นแม้ยอดขายอุปกรณ์จะตกลงบ้างในบางช่วง แต่รายได้จากการขายสินค้าดิจิทัลเหล่านี้กลับไม่เคยหายไปเลย เพราะไม่ว่าลูกค้าเก่าหรือลูกค้าใหม่ต่างก็ต้องใช้บริการ Apple Store เพื่อดาวน์โหลดแอพฯ หรือซื้อเพลงลิขสิทธิ์จาก Apple Music อยู่ดี
ถือว่าวันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่โลกเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และดันให้ธุรกิจเทคโนโลยีของโลกก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งก็ต้องมารอดูกันว่า Apple จะยืนระยะได้นานขนาดไหน และจะมีใครตามมาทันหรือล้มแชมป์หรือไม่ หรือว่าจะสะดุดขาตัวเองล้มหรือเปล่า แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้ Apple คือบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของโลก
โฆษณา