29 ส.ค. 2020 เวลา 12:12 • ประวัติศาสตร์
จุดเริ่มต้นคอมมิวนิสต์สยาม และจุดจบคอมมิวนิสต์สยามในประเทศไทย รวมถึงจุดจบขององค์กรคอมมิวนิสต์สากล ตอนที่ 1
ทุกคนเคยได้ยินคำว่าคอมมิวนิสต์ และกลัวอันตรายจากคอมมิวนิสต์ วันนี้เชิญทุกท่านมาอ่านบทความนี้ ที่รวบย่อประวัติความเป็นมาคร่าวๆ ให้เข้าใจและรู้จักมากขึ้น
คอมมิวนิสต์คือ ระบบการปกครองที่ทรัพย์สินส่วนกลาง มีประชาชนเป็นเจ้าของร่วมกัน และพังทลายโครงสร้างทางระบบชนชั้นให้พังลงมา ให้ทุกคนมีฐานะเสมอเหมือนแบบเดียวกันหมด
ย้อนกลับไปมองที่จีน ประเทศจีน มีการก่อตั้งคอมมิวนิสต์ ที่เซี่ยงไฮ้ เมื่อ 1 กรกฎาคม 2464 โดยคนก่อตั้งชื่อว่า เฉิน ตู๋ซิ่ว และ หลี่ ต้าเจา
และผู้ที่ให้กำเนิดพรรคคอมมิวนิสต์ในไทย พคส.คือ โฮ จิ มินห์ หรือ เหงียน อ๋าย ก๊วก เมื่อประมาน 2473
โดยการก่อตั้งคอมมิวนิสต์ในสยามเมื่อก่อนนั้น ส่วนมากจะเป็นคนต่างชาติ จีน เวียดนาม และลูกครึ่ง ซึ่งไม่มีคนสยามเมื่อก่อนเข้าร่วมเลย แต่ก็มีคนสยาม คนแรก ที่เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ ชื่อ สวัสดิ์ ผิวขาว คนหนองคาย เป็นคนสยามคนแรกที่เข้าร่วม จากนั้นก็ถูกทางการกวาดล้างไป
โดย โฮ จิมินห์ ได้วิเคราะห์สังคมไทยเวลานั้นว่า เป็น(สังคมศักดินาและกึ่งเมืองขึ้น ยังไม่พร้อมที่จะปฏิวัติทางสังคม เขามองต่อว่า สังคมไทยนั้นต้องผ่านการปฏิวัติประชาชาติประชาธิปไตยเสียก่อน แล้วหลังจากนั้นให้ขบวนการคอมมิวนิสต์สากล นำเข้าสู่ขั้นตอนปฏิวัติสังคมนิยม) เขาจึงบอกให้สมาชิกกองกำลังปฏิวัติในไทยจะต้องเปลี่ยนความคิด และมองว่าคนไทยเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติโลก
ในช่วงนั้นเอง คอมมิวนิสต์ในไทยมีการจัดตั้งขององค์กรหลายองค์กร เมื่อ 2470 ได้จัดตั้ง สมาคม แอนตี้อิมพีเรียลิสต์สยามขึ้นมา
โดยลัทธิคอมมิวนิสต์ มีหน่วยบัญชาการใหญ่ที่เรียกว่า โคมินเทิร์น หรือองค์กรคอมมิวนิสต์สากล( The communist internation comintern) หรือที่เรียกว่า สากลที่ 3 โดยบทบาทและหน้าที่ สากลที่ 3 นี้ คือเผยแพร่สนับสนุนแนวความคิดปฏิวัติล้มล้างนายทุน และจักรวรรดินิยม ตามแนวทางการปฏิวัติ บอลเซวิกไปทั่วโลก
เมื่อโคมินเทิร์น เริ่มขยายไปทั่วโลก ก็ทำให้ประเทศต่างๆ เริ่มมีความหวาดระแวง และมีการต่อต้าน องค์การคอมมิวนิสต์สากลขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อ สหภาพโซเวียต เข้าร่วมสงครามโลก ครั้งที่ 2 กับฝ่ายสัมพันธมิตร นั่นจึงทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรได้ขอให้ สหภาพโซเวียตยุบ โคมินเทิร์น นั่นจึงทำให้องค์กรคอมมิวนิสต์สากล หรือโคมินเทิร์น ต้องยุติบทบาทลงไป เมื่อปี 2468 ปิดฉากไปโดยปริยาย
บทสรุปต่างๆ ที่ทำให้คอมมิวนิสต์สยามในไทยตัองสูญสลายไป และไม่มีพลานุภาพมากพอที่จะปฏิวัติเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย มาจากสาเหตุดังนี้ ต้องอธิบายตรงนี้ พรรคคอมมิวนิสต์สยาม พคส. กับ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือ พคท. มันคนละองค์กรกัน เดี๋ยวบทความหน้าจะเขียนต่อ
1. ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนที่เข้าร่วมกับคอมมิวนิสต์สยามในยุคนั้น มีความเคียดแค้นชิงชังในระบบ ชนชั้นบ้านเรา คนที่เข้าร่วมก็จะเป็น กรรมกร ชาวนา ผู้ใช้แรงงาน แต่ขาดแนวร่วมที่กว้างขวาง และการต่อสู้ขาดความแตกฉานทางทฤษฏี อาจจะใช้กำลังเสียมากกว่า แนวทางต่อสู้ตอนนั้นใช้เพียง ลัทธิ มาร์ค และเก็บบทเรียนจากโซเวียตเท่านั้น
2. มีการแย่งกันนำระหว่าง คอมมิวนิสต์จีน กับ คอมมิวนิสต์เวียดนาม แม้ในช่วงแรกเวียดนามสามารถช่วงชิงการนำได้ แต่ท้ายที่สุดก็ถูกกำจัดออกไป มีการกล่าวหาว่า คอมมิวนิสต์เวียดนามขายพรรค จนทำให้คอมมิวนิสต์สยามถูกปฏิเสธ และถูกกำจัดออกไปในหน้าประวัติศาสตร์ คงเหลือแต่ คอมมิวนิสต์จีนโพ้นทะเลในไทย เป็นแกนนำในการเคลื่อนไหวลัทธิ มาร์คอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
**และอีกสาเหตุที่ทำให้คอมมิวนิสต์สายเวียดนาม กับจีน มีความเห็นไม่ตรงกันอีกอย่างคือ ช่วง การเปลี่ยนแปลงการปกครองของสยาม เมื่อ ปี 2475
เมื่อฝ่ายเวียดนามเห็นว่า การปฏิวัติของสยามตอนนั้น
เป็นการปฏิวัติของชนชั้นกลาง เป็นชัยชนะขึ้นหนึ่งของชาวสยาม ซึ่งทำให้มีการออกใบปลิวชื่นชมการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นพอสมควร
แต่สำหรับคอมมิวนิสต์จีน กลับมองเหตุการณ์ครั้งนั้น เป็นแค่เพียง การช่วงชิงอำนาจของชนชั้นปกครองเท่านั้น แค่เปลี่ยนรูปแบบการปกครองแต่เนื้อหายังเหมือนเดิม โดยเฉพาะยังอยู่ใต้อาณัติของอังกฤษ ซึ่งได้สอดคล้องกับทางราชการสยามที่ได้มีการจับกุมคอมมิวนิสต์จีน ชาวไหหลำ 9 คน เมื่อเดือน สิงหาคม 2475 ที่ระบุว่า
ในคราวการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ 24 มิถุนายน พวกคณะราษฎรก็เป็นเพียงผู้แทนของพวกนายทุนที่ได้ติดต่อกับพวกหัวหน้าทหาร ส่วนหนึ่ง พร้อมกับพวกอำมาตย์ที่หมดหวังต่อความดีในราชการ จึงได้ลุกมาโค่น บรรลังก์แห่งพระเจ้าแผ่นดิน
นี่คือเนื้อหารวบย่อที่มา ของคอมมิวนิสต์สยาม และองค์การคอมมิวนิสต์สากล เพื่อที่ให้ทุกคนได้ทราบประวัติแบบเจาะลึก ในความเป็นไป และภัยคุกคามของคอมมิวนิสต์ในบ้านเรา จนเรารอดพ้นอันตรายมาได้จนทุกวันนี้ ช่วยกดไลค์ กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้จุดสกัดโซเชี่ยลด้วยครับเตรียมติดตามอ่านตอน 2 ต่อ เมื่อมีเวลาว่างเขียนได้ครับ
โฆษณา