"ข้าเจ้าจะนั่งเคียงข้างเจ้าฟ้าบนบัลลังก์นั้น ข้าเจ้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นชายาของท่านอีกคน แต่ข้าเจ้ามาเพื่อจะเป็นมหาเทวีแห่งยองห้วย"
...
ท่านทำอย่างที่ลั่นวาจาทุกอย่าง ทำหน้าที่มหาเทวี และเจ้าแม่เมืองอย่างสมบูรณ์ เมื่อเจ้าส่วยไตก์ ต้องสละตำแหน่งเจ้าฟ้า เดินทางเข้าย่างกุ้ง มารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของพม่า ท่านก็ตามมาในฐานะ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง
....
เมื่อเจ้าส่วยไตก์ หมดวาระการเป็นประธานาธิบดี ท่านลงสมัครรับเลือกตั้ง และได้เป็น ส.ส.ตัวแทนของแสนหวี เมื่อมีการประชุมในรัฐสภาครั้งใด ท่านลุกขึ้นอภิปรายอย่างเผ็ดร้อน และต่อสู้กับ ส.ส.ชายชาวพม่า อย่างไม่มีลดราวาศอก เพื่อผลประโยชน์ของรัฐฉาน
....
ท่านอยู่ที่ลอนดอน ตอนที่เนวิน ปฏิวัติยึดอำนาจ ทหารบุกมาที่บ้านพักของท่าน ยิงเจ้าหมี ลูกชายวัย 17 ปีของท่านจนเสียชีวิต เจ้าฉ่วยไตก์ เองรอดชีวิตมาได้ด้วย พระไตรปิฏกเล่มหนาหนักที่ท่านกำลังแปลเป็นภาษาพม่า และกลายเป็นเกราะกำบังกระสุนที่ทหารสาดมันเข้ามาในบ้าน
...
เมื่อท่านเดินทางกลับบ้าน ท่านทำทุกวิถีทางเพื่อขอเข้าเยี่ยม เจ้าฉ่วยไตก์ แต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้งจากหัวหน้าหน่วยตำรวจลับจอมโหด จนกระทั่งสุดท้ายท่านก็ได้รับอนุญาติให้เข้าไปเพื่อรับเถ้ากระดูกของเจ้าฟ้า
...
ลูกชายของท่าน เจ้าเสือข่านฟ้า และ เจ้าเสือหาญฟ้าถูกส่ง มาอยู่ที่กรุงเทพเพื่อความปลอดภัย เจ้าเสือลุ่มฟ้า (เจ้าช้าง) หนีลงใต้ดินเข้าร่วมกับฝ่ายต่อต้าน และวันหนึ่งเมื่อโอกาสมาถึงท่าน ก็พาลูกสาวทั้งสอง คือ เจ้าหน่อแสงดาว และ เจ้ารัตนแสงเลิน หนีออกจากพม่าทางชายแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก โดยได้รับความช่วยเหลือ จากคุณไกรศรี นิมมานเหมินทร์
...
เนวิน ฆ่าลูกชายท่าน ฆ่าสามีของท่าน ทำร้ายญาติพี่น้องเจ้าฟ้าและประชาชนรัฐฉานของท่าน มีหรือที่เจ้าหญิงแห่งแสนหวีผู้นี้จะให้อภัย ท่านและเจ้าช้าง ร่วมกับนักรบฉาน ก่อตั้ง สภาแห่งรัฐฉานในสภาวะสงคราม และ กองทัพเมืองไต Shan State War Council (SSWC) and the Shan State Army (SSA)
...
ท่านสู้จนลมหายใจสุดท้าย และจากไปเมื่อ 17 มกราคม 2003 ที่แคนาดา