3 ก.ย. 2020 เวลา 17:11 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
สรุปคลิปสอบปากคำมนุษย์ต่างดาว ทั้ง 3 คลิป และเบื่องหลังความจริงทั้งหมด 👽👽👽
เป็นเวลาผ่านมาหลายปีแล้ว นับตั้งแต่คลิปสอบปากคำมนุษย์ต่างดาวได้เผยแพร่เมื่อปี 2016 และล่าสุดในปี 2018 กับเทปวิดีโอลับชุดที่ 3 อย่างไรก็ตามก็ดูเหมือนว่า จะยังคงมีผู้ที่สนใจในเรื่องราวลึกลับในสิ่งที่มนุษย์ต่างดาวตนนี้ได้พูดเอาไว้ แล้วก็มีข้อแคลงใจอยู่มากมายว่า ตกลงแล้วเทปวิดีโอลับที่เผยแพร่นี้เป็นความจริงหรือไม่ ซึ่งวันนี้ผมก็จะมาทำการไขปริศนาเหล่านั้น และพูดถึงบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดที่เอเลี่ยนตนนี้ได้พูดเอาไว้ทาง 3 วีดีโอ
การอ้างอิงสิ่งที่มีอยู่จริง
คลิปสอบปากคำมนุษย์ต่างดาวทั้งสาม อ้างว่าเป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งของเทปวิดีโอลับจากโครงการสมุดสีฟ้า หรือ Project Blue Book หมายเลข 220675 บันทึกไว้เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ปี 1964 โดยศูนย์ข่าวกรองทางเทคนิคทางอากาศ (Air Technical Intelligence Center) ณ ฐานทัพอากาศไรท์ – แพตเตอร์สัน (Wright-Patterson Air Force Base) ซึ่งในที่นี้ทั้ง 3 วีดีโอของเทปลับสืบสวนสอบสวนมนุษย์ต่างดาวนี้เกิดขึ้นในวันเดียวกัน และสถานที่ลับเดียวกัน
โครงการสมุดสีฟ้า (Project Blue Book) คืออะไร?: จากประวัติศาสตร์ที่ปรากฏก็คือ มันมีอยู่จริงๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเฝ้าระวังภัยทางอากาศของกองทัพสหรัฐ มันถูกก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1952 และจัดได้ว่าเป็นโครงการสืบสวนสอบสวน UFO ที่ยาวนานที่สุด และสิ้นสุดในปี ค.ศ. 1969 ในตลอดระยะเวลา 17 ปีของ Project Blue Book กองทัพอากาศก็ได้ตรวจสอบการพบเห็น UFO มามากมายถึง 12,000 เหตุการณ์ โดยมี 701 เหตุการณ์ในนั้นที่ยังคงไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไร
2
ในขณะที่ ศูนย์ข่าวกรองทางเทคนิคทางอากาศ หรือ Air Technical Intelligence Center ซึ่งย่อเป็นคำสั้นๆว่าหน่วยงาน ATIC ก็เป็นหน่วยงานที่มีอยู่จริงๆ รวมไปถึง ตำแหน่งที่ตั้งของ ฐานทัพอากาศไรท์ – แพตเตอร์สัน ก็ด้วย โดยหน่วยงานของ ATIC ถูกก่อตั้งขึ้นมาโดยกองทัพอากาศ (USAF) เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 1951 เพื่อมาทำหน้าที่ในการวิเคราะห์และตรวจสอบชิ้นส่วนเครื่องยนต์เจ็ท มิโคยัน-กูเรวิชค์ มิก-15 (Mikoyan-Gurevich MiG-15) ของสหภาพโซเวียตในช่วงระหว่างสงครามเกาหลี
ซึ่งจากวิดีโอสอบปากคำเอเลี่ยนนี้ ก็ดูเหมือนว่าเอเลี่ยนจะถูกสอบสวนโดยหน่วยงาน ATIC ณ ฐานทัพอากาศไรท์ – แพตเตอร์สัน ภายใต้โครงการสมุดสีฟ้า
Alien Interview Part 1: เปิดเผยความลับของจักรวาล
ในช่วงต้นของวีดีโอเจ้าหน้าที่สอบปากคำได้สอบถามคำถามแรกกับเอเลี่ยนไปว่า เขามาจากที่ไหน เอเลี่ยนได้ตอบว่า เขามาจากโลกของเรา! แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังคงสงสัยว่า จะเป็นไปได้อย่างไร เพราะก่อนหน้านี้เอเลี่ยนได้เคยบอกว่า เขาใช้เวลาเดินทางมาไกลหลายพันปีแสงกว่าจะมาถึงที่นี่
แต่เอเลี่ยนก็ยังคงยืนกรานต่อไปว่าเขามาจากโลก ทว่าไม่ใช่โลกของเราในปัจจุบัน แต่เป็นโลกอนาคต! ดังนั้นนี่จึงบ่งบอกได้ว่า เอเลี่ยนตนนี้เดินทางย้อนเวลามาจากโลกอนาคตนั่นเอง และให้เหตุผลว่า “การเดินทางไปในเวลาก็คือการเดินทางไปในอวกาศด้วย”
และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ถามว่า เจ้าคือมนุษย์ต่างดาวจากโลกอนาคตใช่ไหม ซึ่งเอเลี่ยนตนนี้ก็บอกว่าไม่ใช่ และบอกว่าเขานี่แหละคือมนุษย์เหมือนกันกับเรา แต่ในโลกที่เขาจากมานั้น มนุษย์ได้วิวัฒนาการไปไกล จนมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างไปจากเรามาก
2
เจ้าหน้าที่ถามต่อไปว่า แล้วมาทำอะไรที่นี่ในตอนนี้ เอเลี่ยนก็บอกไปว่า เขามาเพื่อสังเกตการณ์ถึงสิ่งที่เคยเป็นอยู่ เนื่องจากว่าโลกในอนาคตของเขานั้นได้ถูกทำลายสิ้นไปจนหมดแล้วจากสงครามนิวเคลียร์ ภายหลังสิ้นสุดสงคราม ก็มีเพียงมนุษย์ไม่กี่กลุ่มที่เหลือรอดมาได้ และได้กลายมาเป็นบรรพบุรุษของตนในที่สุด
และเอเลี่ยนยังได้บอกอีกว่า เขาเดินทางไปในเวลามานักต่อนักแล้ว แล้วได้เห็นอะไรต่างๆมากมายที่เกิดขึ้น รวมถึงจุดกำเนิดของจักรวาล เขาบอกว่าชีวิตนั้นช่างไร้ค่าเหลือเกินในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ และความเป็นจริงคือมีแต่เพียงธรรมชาติเท่านั้นที่ครอบครองจักรวาลแห่งนี้
1
เจ้าหน้าที่ได้ถามต่อไปว่า คุณรู้ไหมว่าจักรวาลถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร และเคยเห็นพระเจ้าไหม เอเลี่ยนก็ตอบว่าเขารู้ว่าจักรวาลนั้นกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร แต่ในบทสัมภาษณ์นั้นก็ไม่ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดนี้สักเท่าไหร่ รวมถึงในเรื่องของ GOD หรือพระเจ้าก็ด้วย
1
เจ้าหน้าที่ถามต่อไปว่า จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราตาย เอเลี่ยนได้บอกว่า ความตายนั้นคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น และมันไม่มีอยู่จริง และรวมไปถึงสิ่งที่คุณจะประสบพบเจอต่างๆ ที่เรียกว่าชีวิตก็ด้วย ทุกชีวิตล้วนกำเนิดขึ้นมามาจากที่เดียวกัน และถูกคั่นเอาไว้ด้วยสิ่งที่เรียกว่าความตาย
2
ซึ่งจากคำพูดของเอเลี่ยนที่กล่าวมาข้างต้นก็ทำให้ เจ้าหน้าที่ถึงกับมึนงง
เจ้าหน้าที่จึงสรุปว่า ถ้าอย่างนั้นจริงๆแล้วก็คือ ความตายเป็นสิ่งที่ไม่จริง แล้วเราทั้งหมดก็กำลังอยู่ร่วมประสบการณ์แห่งชีวิตด้วยกันอยู่ ซึ่งเอเลี่ยนก็ตอบให้ท้ายไปว่า ใช่แล้ว ประมาณนั้น
1
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงวกกลับไปที่คำถามเดิมในก่อนหน้านี้ทีเอเลี่ยนยังคงตอบแบบค้างคาใจ ว่าจักรวาลของเราถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร แล้วทำไมมันจึงดูมีความสมบูรณ์มากมายอะไรเช่นนี้ และมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเราอย่างนั้นเหรอ
เอเลี่ยนตอบว่า ยังมีอีกหลายจักรวาลที่มีอยู่เป็นจำนวนอนันต์ แล้วแต่ละจักรวาลก็จะมีกฎแห่งธรรมชาติที่ไม่เหมือนกัน บางแห่งก็ไม่เหมาะต่อการดำรงอยู่ของชีวิต แต่ก็โชคดีที่จักรวาลของเรานั้นสมบูรณ์แบบ และสนับสนุนการดำรงอยู่ของสิ่งที่เรียกว่าชีวิต
1
จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็เปลี่ยนเรื่องไปถามว่า ทำไมมนุษยชาติจึงต้องฆ่าล้างกันเองด้วยอาวุธนิวเคลียร์ด้วย
เอเลี่ยนก็บอกว่าสิ่งที่ทำให้มนุษย์เกิดความขัดแย้งกันนั่นก็คือ ความเชื่อที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางด้านการเมือง และความขัดแย้งทางความเชื่อทางศาสนา ทั้งหมดนี้คือรากฐานของความไม่ลงเอยกันในวิถีการดำรงอยู่ร่วมกันของเผ่าพันธุ์มนุษย์
ในอีก 100 ปีข้างหน้านี้ อาวุธมหาประลัยทั้งหลาย จะถูกยิงถล่มเข้าใส่กันแบบไม่ยั้ง และนี่จะเป็นสาเหตุของการทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์จนแทบไม่เหลือซากนั่นเอง
1
ก่อนจบวีดีโอในส่วนที่ 1 เจ้าหน้าที่ก็ได้ถามคำถามสุดท้ายกับเอเลี่ยนไปว่า อะไรคือศีลธรรม แล้วศีลธรรมอะไรที่คุณยึดถืออยู่ในตอนนี้ เอเลี่ยนก็ตอบไปด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาว่า ความเมตตากรุณา และพยานหลักฐานที่ปรากฏ
Alien Interview Part 2: เปิดเผยความหมายของชีวิต
เริ่มวีดีโอมาในส่วนที่ 2 นี้ เราจะเห็นว่าเอเลี่ยนเริ่มถูกตรึงแขนเอาไว้อยู่บนเก้าอี้ ซึ่งจะแตกต่างกับวีดีโอแรก และเจ้าหน้าที่ไม่รอช้าจึงรีบยิงคำถามไปเลยหลังจากที่กล้องวีดีโอเพิ่งจะถูกเซ็ตตำแหน่งเอาไว้ได้ไม่นาน เจ้าหน้าที่ถามเอเลี่ยนว่า จากครั้งก่อน คุณได้บอกว่าคุณมาจากโลกอนาคต และวิวัฒนาการสืบเชื้อสายมาจากมนุษย์ และในตอนนี้ก็ผมบอกเลยว่าคุณนั้นกลายเป็นสิ่งมีชีวิตสปีชีส์อื่นแล้วใช่หรือไม่ และคุณสืบเชื้อสายมาจากมนุษย์จริงจริงๆหรือ
เอเลี่ยนก็พูดตอบด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งกว่า พวกเขานั้นพัฒนาและสืบเชื้อสายมาจาก เซเปียน และตอนนี้เขาไม่ได้มีอะไรที่เหมือนกันกับเผ่าพันธุ์ของมนุษย์อีกต่อไปแล้ว หรือจะเรียกว่าพวกเขาคือสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่นั่นเอง
จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ยิงคำถามเด็ด ที่หลายๆคนก็อยากจะรู้เหมือนกันใช่ไหมล่ะว่า ทำไมเอเลี่ยนตนนี้ถึงพูดภาษาอังกฤษได้ ด้วยคำถามที่ว่า “คุณพูดภาษาอังกฤษได้อย่างไร”
แต่ดูเหมือนเอเลี่ยนจะสตั้นไปชั่วขณะ ก่อนที่จะถูกข่มขู่จากเจ้าหน้าที่ว่าถ้าไม่พูดมาละก็โดนจะโดนลงโทษ เอเลี่ยนจึงยอมเอ่ยปากพูดไปว่า การเรียนรู้ภาษาของมนุษย์นั้นเป็นสิ่งจำเป็นอยู่แล้ว เพื่อที่จะได้เข้าใจในสิ่งที่มนุษย์เป็นอยู่ รวมถึงกิจกรรมต่างๆระหว่างเฝ้าสังเกต และภาษาที่เขาได้เลือกนั้นก็เป็นภาษาสากลนั้นก็คือภาษาอังกฤษ
1
ถัดไปเจ้าหน้าที่ได้ถามว่า คุณรู้ว่าจุดกำเนิดของจักรวาลนั่นคืออะไร แต่คุณไม่ได้ให้คำอธิบายไว้อย่างชัดเจนในตอนที่แล้ว ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงจะถามย้ำอีกครั้งว่า แล้วจักรวาลถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร
เอเลี่ยนบอกว่า หากเขาได้พูดไป มนุษย์อาจจะยังไม่เข้าใจ หรือ ยอมรับไม่ได้กับคำตอบนี้ เจ้าหน้าที่เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงบอกไปว่า ตอบมาเถอะ
เอเลี่ยนจึงจำใจต้องตอบ เขาบอกว่าจักรวาลนั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้น เจ้าหน้าที่จึงชิงแทรกพูดขึ้นไปว่า แต่เราไม่สามารถสร้างอะไรบางสิ่งจากความว่างเปล่าได้นะ
เอเลี่ยนบอกว่า นั่นมันก็ถูก
เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า มีเพียงผู้สร้างเท่านั้นแหละที่จะสามารถสร้างอะไรขึ้นมาจากการไม่มีอะไรเลยได้
แต่ความเห็นนี้ กลับถูกแย้งโดยเอเลี่ยน เขาบอกว่านี่มันไม่ถูกต้อง แล้วบอกว่าการไม่มีอะไรเลย ก็หมายถึง การไม่มีตัวตนอยู่จริงๆ แต่กลับกันจักรวาลนั้นก็คือ การดำรงอยู่ และการดำรงอยู่นี้คือชั่วนิรันดร์ ไม่มีจุดจบ หรือจุดเริ่มต้น ดังนั้นจึงไม่มีผู้สร้าง
1
เจ้าหน้าที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยังคงสับสน แล้วบอกว่า ในกรณีนี้เอเลี่ยนได้พูดถึงจุดกำเนิดของจักรวาล แล้วจู่ๆมาเปลี่ยนเรื่องเป็นการที่จักรวาลไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดจบอะไรแบบนี้ มันคืออะไรกันแน่
เอเลี่ยน ยังคงยืนยันต่อไปว่า ใช่แล้ว เขาเคยพูดไว้ว่าเขารู้ถึงจุดกำเนิดของจักรวาล แล้วบอกว่า จักรวาล ณ ที่แห่งนี้ไม่ได้ถือดำรงอยู่มาก่อน แต่มันคือส่วนหนึ่งของจักรวาลขนาดเล็กที่มีอยู่เป็นจำนวนมากมาย ของจักรวาลอนันต์
เจ้าหน้าที่ได้ยินเช่นนั้น ก็ถามต่อไปว่า งั้นจักรวาลถูกสร้างขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์อย่างนั้นเหรอ
เอเลี่ยนกับพูดว่า จักรวาลแห่งนี้ คือผลพวงที่เกิดขึ้นมาจากเหตุการณ์โดยธรรมชาติ ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะเกิดขึ้นอยู่ภายในการดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ของจักรวาลที่ใหญ่กว่า
ทุกๆ เหตุการณ์สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ รวมถึงจักรวาลแห่งนี้ก็ด้วย และยังมีจักรวาลอีกเป็นจำนวนอนันต์ข้างนอกนั้น แต่จักรวาลแห่งนี้ โชคดี ที่พบว่ามันมีความเสถียรภาพ และสามารถใช้เป็นแหล่งที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตได้
เจ้าหน้าที่จึงพูดขึ้นว่า ถ้าอย่างนั้นแล้วชีวิต ก็แค่ถือกำเนิดขึ้นอย่างนั้นหรือ
เอเลี่ยนบอกว่าถ้าเป็นจักรวาลแห่งนี้ นั้นก็ใช่เลย เพราะชีวิตอะไรที่คุณเรียกนั่น มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เหมือนกันที่จะเกิดขึ้น และเป็นผลพวงที่เกิดขึ้นมาจากคุณสมบัติทางธรรมชาติในจักรวาลแห่งนี้
เจ้าหน้าที่จึงพูดสรุปให้เข้าใจอย่างแน่ชัดว่า ตกลงแล้วพวกเราเกิดขึ้นมาจากกระบวนการสุ่มโดยบังเอิญอย่างนั้นหรือ
เอเลี่ยนตอบไปด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า “ใช่”
“จักรวาลแห่งนี้ไม่ได้สนใจใยดีอะไรกับสิ่งที่เรียกว่าชีวิตเลยด้วยซ้ำ อย่างเช่นชีวิตบนโลกแห่งนี้ หรือแม้แต่ในโลกแห่งอื่นๆ ก็สามารถถูกทำลายได้ทุกเมื่อจากเหตุการณ์สุ่มที่อาจมีความเป็นไปได้ในหลายๆรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการระเบิดของดวงดาวหรือซูเปอร์โนวาที่สามารถส่งผลทำให้ดาวเคราะห์ของสิ่งมีชีวิตนั้นๆอาศัยอยู่ไม่ได้ หรือจะเป็นเหตุการณ์สุ่มที่เกิดขึ้นในเรื่องของเปลวสุริยะ ที่สามารถแผดเผาโลกของเราได้ หรือจะเป็นในเรื่องของเหตุการณ์ดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลกเป็นต้น นี่จึงเป็นเครื่องยืนยันอย่างหนึ่งว่า แท้จริงแล้วธรรมชาติของจักรวาลนั้น ไม่ได้สนใจใยดีเกี่ยวกับการมีอยู่ของชีวิตใดๆ เลย”
เจ้าหน้าที่เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาถึงกับยอมรับไม่ได้ไปชั่วขณะ เมื่อพบว่าชีวิตนั้นถือกำเนิดขึ้นมาแบบสุ่ม และเกิดขึ้นมาจากองค์ประกอบที่เป็นผลพวงมาจากจุดเริ่มต้นของจักรวาลเท่านั้น รวมถึงเมื่อได้รู้ว่าไม่ได้มีผู้สร้างใดๆ อีกด้วย นั่นก็หมายความว่าชีวิตของเรานั้นไม่ได้มีความหมายต่อจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้เลย
1
เมื่อเจ้าหน้าที่รวบรวมสติได้จึงถามต่อไปว่า ในเมื่อชีวิตของเรามันไม่มีความหมายต่อจักรวาลแห่งนี้ แล้วจุดประสงค์ของการมีชีวิตอยู่ในสิ่งมีชีวิตนั่นคืออะไร
เอเลี่ยนก็บอกว่า ชีวิตมันก็มีความหมายอยู่เหมือนกัน ซึ่งเป็นความหมายของชีวิตในทางจิตใจ
เจ้าหน้าที่ได้ยินเช่นนั้น จึงปฏิเสธ แล้วเถียงกับเอเลี่ยนทันทีว่า ชีวิตนั้นไม่ได้ถือดำรงอยู่ไปตลอด หรือคือชีวิตมีจุดจบของมัน มีเกิดแก่เจ็บตาย ตกลงแล้วจุดมุ่งหมายของการมีชีวิตอยู่นั้นคืออะไรกันแน่
เอเลี่ยนก็ตอบไปว่า จุดมุ่งหมายของชีวิตนั้นก็คืออะไรก็ตามที่คุณสร้างมันขึ้นมา
ก่อนปิดท้ายวีดีโอสอบปากคำที่ 2 นี้ เจ้าหน้าที่ก็ถามคำถามสุดท้ายกับเอเลี่ยนไปว่า แล้วสงครามนิวเคลียร์จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่?
2
Alien Interview Part 3: เปิดเผย หายนะของมนุษยชาติที่ต้องเผชิญในอนาคต
ณ ห้องมืดที่คุ้นเคย เราก็จะพบกับเอเลี่ยนตัวสีเทาถูกมัดตรึงแขนในท่านั่งเดียวกับในคลิปสอบปากคำตอนที่ 2 โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบถามมนุษย์ต่างดาวไปว่าสงครามนิวเคลียร์ที่ว่านั้นจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ เพื่อต้องการที่จะทราบถึงวันอวสานของมนุษย์โลก ซึ่งในคำถามนี้ มนุษย์ต่างดาวก็มีท่าทีที่จะเลี่ยงตอบ เพราะมันไม่สมควรที่จะมาเล่าเพื่อเปลี่ยนประวัติศาสตร์
และทันใดนั้นเองเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการทรมานเอเลี่ยนตนนี้ (ซึ่งในตอนแรกผมคิดว่าน่าจะเป็นการปล่อยกระแสไฟฟ้ามาช็อต แต่หลังจากดูภาพช้าดีๆ แล้ว ก็ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดแสงแฟลชที่มีความสว่างสูงมากส่องไปที่หน้าของเอเลี่ยนมากกว่า)
แต่ไม่ว่าการทรมานนี้จะเป็นในรูปแบบใดก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็มีจุดประสงค์เดียว เพื่อบีบบังคับให้มนุษย์ต่างดาวได้ให้คำตอบแก่ตน ว่าสงครามนิวเคลียร์จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่
มนุษย์ต่างต่างเลยจำใจและตอบกลับกลับไปว่า เหตุการณ์นั้นมันจะเกิดขึ้นในอีกครึ่งศตวรรษนับจากนี้ และที่สำคัญคือสงครามนิวเคลียร์นั่นจะปะทุขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นแห่งแรกอีกด้วย
ซึ่งเจ้าหน้าที่เองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้นเลย จึงถามกลับไปว่ามันจะเกิดขึ้นได้อย่างไรในอเมริกา
เอเลี่ยนก็ใบ้เพิ่มเติมอีกว่า จะมีมนุษย์ชายผู้หนึ่ง ที่จะสามารถกุมอำนาจในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทั้งหมด
และเขาจะเป็นผู้รับผิดชอบของโครงการทำลายล้างที่จะส่งผลต่อการเป็นอยู่หรือตายของมนุษย์โลกที่สุด
จากนั้นเจ้าหน้าที่สอบสวนเริ่มมีความสนใจในประเด็นนี้มากขึ้นและถามเอเลี่ยนไปว่า ปัจจุบันในปี ค.ศ. 1964 นั้น ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
เอเลี่ยนก็ตอบว่า ใช่ นั่นก็หมายความว่าช่วง เวลา ณ ขณะทำการสอบนั้น ชายผู้ที่จะกุมอำนาจและชี้ชะตามนุษย์โลกแห่งอนาคตได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว
เมื่อเจ้าหน้าที่รับทราบว่าเช่นนั้นแล้ว จึงต้องการที่จะรู้ถึงชื่อของชายผู้นั้นโดยทันที และต้องการสังหารเขาเขาตั้งแต่เดี๋ยวนั่นเลย เพื่อเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
เอเลี่ยนจึงได้ตอบไปว่า เขาไม่อาจสามารถเอ่ยนามของชายผู้นั้นได้ เพราะว่าชื่อของเขาได้ถูกลบออกไปแล้วจากบันทึกประวัติศาสตร์ของเอเลี่ยน และสาเหตุที่พวกเขาได้ลบไปนั้นก็เป็นเพราะไม่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์ขึ้นในลักษณะของการฆาตกรรม
แต่ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ก็ยังคงมีความประสงค์เช่นนั้นอยู่และต้องการที่จะเก็บข้อมูลของชายผู้นี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงได้ถามกับเอเลี่ยนไปว่าสิ่งที่เขาจะได้ทำนั้นคืออะไร
เอเลี่ยนให้ข้อมูลว่า เขาจะเข้าแทรกแซงอำนาจของกลไกประชาธิปไตยก่อนเพื่อทำให้กลไกนั้นได้อ่อนแอลง และบีบให้ประเทศต่างๆยอมรับ โดยการอาศัยสัญชาติญาณพื้นฐานของมนุษย์นั่นก็คือความกลัว ผ่านกลไกทางสังคมต่างๆอาทิเช่น, การเมือง และ ความเชื่อทางศาสนา เป็นต้น จนนำไปสู่การลงโทษในระดับนานาชาติ และถ้าชาติใดไม่เห็นด้วยหรือมีแนวทางต่อต้านก็จะ มีการออกคำสั่งให้ใช้อาวุธนิวเคลียร์จู่โจมได้เลยทันที และนี้จึงกลายมาเป็นที่มาของสงครามนิวเคลียร์ไปทั่วโลก
1
และนั้นก็จะกลายเป็นจุดจบของมนุษยชาติที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เอเลี่ยนกล่าวเสริมว่า ภายหลังการดำเนินการของสงครามนิวเคลียร์สิ้นสุดลง ก็จะหลงเหลือมนุษย์อยู่เพียงไม่กี่ล้านคนเท่านั้นที่ยังมีชีวิตรอด
หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ฟังแล้ว เขาสงสัยว่าทำไมมนุษย์โลกจึงหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่ล้านคน
เอเลี่ยนก็อธิบายว่านั่นก็เป็นเพราะผลของกัมมันตรังสีที่แพร่กระจายออกมาจากการประทุของระเบิดนิวเคลียร์
และพิษของรังสีนิวเคลียร์นี้ๆเองก็ไปทำให้ประชากรโลกส่วนใหญ่เกิดบาดเจ็บล้มตายจากไป ดังนั้นจากประชากรที่เหลือรอดเพียงไม่กี่ล้านคนที่ว่านี้ จึงได้เกิดการวิวัฒนาการจนกลายมาเป็นมนุษย์สายพันธุ์ใหม่หรือสายพันธุ์ของเอเลี่ยนตัวนี้ที่กำลังพูดอยู่นี่เอง
เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ฟังจุดจบที่ไม่สวยดังกล่าว เขาจึงถามต่อไปว่า เราจะสามารถจัดการกับเรื่องนี้ได้อย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้น
1
เอเลี่ยนจึงบอกแต่เพียงว่า จงปกป้องประชาธิปไตยเอาไว้ให้พ้นจากการผูกขาดอำนาจทางการเมือง และ ความเชื่อทางศาสนา
จงปกป้องมันเอาไว้จากการปฏิเสธของความเป็นจริง เมื่อถึงจุดนี้ประชาธิปไตยก็จะมีเสถียรภาพเป็นอย่างมาก
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงถามกลับไปว่า แล้วเราจะหยุดพวกคนบ้าพวกนี้ไม่ให้ทำลายเราได้อย่างไร เราถึงจะปลอดภัย
เอเลี่ยนจึงได้แต่บอกว่า ไม่มาทางที่จะสามารถหยุดคนเหล่านั่นได้ แต่เจ้าหน้าที่แสดงอาการแบบไม่อยากจะเชื่อเลย และตอบไปว่า อย่างที่เอเลี่ยนได้บอกมาคือถ้าเราสามารถหยุดพวกเขาได้ เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็จะไม่ถูกทำลาย
และจากนั้นเอเลี่ยนก็ได้เกิดอาการประหลาดขึ้นและได้แต่พูดอย่างกระสับกระส่ายออกมาว่า ยังมีภัยคุกคามที่ร้ายกาจอย่างอื่นอีก….จากนั้นวิดีโอก็ถูกตัดจบไปพร้อมกับพฤติกรรมของเอเลี่ยนที่ดูเหมือนจะสื่อถึงความเจ็บหรือความกลัวอะไรสักอย่าง แน่นอนว่าการสอบสวนมนุษย์ต่างดาวในครั้งนี้ดูเหมือนจะยังไม่จบแค่นี้ แต่ถึงอย่างนั้นนับตั้งแต่คลิปสอบสวนเอเลี่ยนในส่วนที่ 3 ไปเผยลงสู่ช่อง MeniThings ไป นี่ก็เป็นเวลาผ่านมาแล้วหลายปี คลิปในส่วนที่ 4 ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆเลย
จึงทำให้เราไม่อาจรู้ได้ว่า ตกลงแล้ว ภัยคุกคามอย่างอื่นที่เอเลี่ยนที่พูดถึงด้วยความทรมานนั้น มันคืออะไรกันแน่
เบื้องหลังความจริงของคลิปสอบปากคำมนุษย์ต่างดาว
ต่อไปเราจะมาไขปริศนากันว่า คลิปสอบปากคำมนุษย์ต่างดาวทั้ง 3 นี้ มันคือของจริงหรือไม่
ซึ่งในช่วงแรกของวิดีโอ ถ้าคุณผู้ชมสังเกต ก็มักจะได้เห็นตัวหนังสืออธิบายก่อนเข้าเรื่องขึ้นเสมอ ซึ่งแปลได้ว่า
“นี้คือหนึ่งในม้วนเทปวิดีโอลับขนาด 16 มิลลิเมตร ได้ถูกค้นพบในสถานที่ลับของรัฐบาล. และได้ถูกจัดเก็บเข้ารหัสให้อยู่ในสื่อของดิจิตอล เพื่อจะได้คงคุณภาพของภาพวิดีโอต้นฉบับเอาไว้ ดังนั้น สิ่งที่จะได้ถูกนำเสนอต่อจากนี้ไป ก็คือภาพเหตุการณ์จริงที่ไม่ได้มีการตัดต่อแต่ประการใด”
1
แต่ถึงอย่างนั้นแม้ข้อมูลที่อธิบายไว้ในส่วนแรกของวีดีโอจะบอกว่านี่คือเรื่องจริง แต่นี่ก็ทำให้หลายๆคนอดที่จะคิดสงสัยไม่ได้เลยว่า ตกลงจริงๆแล้วนี่คือม้วนเทปวีดีโอลับที่หลุดออกมาและเป็นของจริงอย่างนั้นหรือ
แล้วเมื่อผมเล่นลองไปสืบข้อมูลจากคำอธิบายของวีดีโอทั้ง 3 ก็พบว่า ได้มีการเปลี่ยนคำอธิบายบางส่วนที่เมื่อก่อนจะอ้างประมาณว่าวีดีโอนี้นั้นคือของจริง โดยมีการจับขังเอเลี่ยนตัวนี้มันเป็นเวลานานกว่า 5 วันแล้วเป็นต้น
ซึ่งคำอธิบายใหม่ทั้ง 3 วีดีโอนี้ได้เปิดเผยว่าคลิปทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการสอบปากคำเอเลี่ยนนี้ คือส่วนหนึ่งของ ภาพยนตร์ซีรีส์สั้น ที่ชื่อ Project Blue Book
1
และสิ่งที่ได้เห็นทั้งหมดในวีดีโอนั้นก็คือ ภาพเคลื่อนไหวจากคอมพิวเตอร์กราฟิก ที่สร้างสรรค์ขึ้นโดย นายอาริสโทเมนิส ซูร์บาส (Aristomenis Tsirbas) ร่วมกับทางทีมงาน Menithings Productions หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ทั้งหมดทั้งมวลในเนื้อหาของการสอบปากคำอย่างที่คุณได้เห็นนั้นก็คือ เรื่องแต่ง นั่นเอง แต่เป็นเรื่องแต่งที่อิงอยู่ในสิ่งที่มีตัวตนอยู่จริงด้วย อย่างเช่นในเรื่องของ Project Blue Book, หน่วยงานของกองทัพอากาศที่ชื่อ Air Technical Intelligence Center, ฐานทัพอากาศไรท์ – แพตเตอร์สัน แล้วรวมไปถึงพื้นที่ Area 51 ซึ่งพื้นที่และหน่วยงานทั้งหมดดังที่ได้เอ่ยมาข้างต้นนี้ มีอยู่จริงๆ
และจากที่ผมได้ลองไป Search หาดูข้อมูลของนายอาริสโทเมนิส ซูร์บาส ก็ต้องบอกไปแล้วว่า คนคนนี้ไม่ธรรมดา เขาเป็นผู้กำกับหนังชาวกรีก-แคนาดา นอกจากกำกับหนังแล้วเขายังเป็น ทั้งโปรดิวเซอร์, นักเขียน, animator และเป็นผู้เชียวชาญทางด้านการใช้ visual effects animator เป็นอย่างมาก
เขาเคยได้รับรางวัลจากการประกวดภาพยนตร์อนิเมชั่นสั้น ในชื่อเรื่อง The Freak ในปี 2001 และเรื่อง Terra ในปี 2002 รวมถึงมีผลงานกำกับภาพยนตร์อนิเมชั่นอย่างเต็มรูปแบบในเรื่อง Battle for Terra เมื่อปี 2007 ที่เขาเป็นทั้งผู้เขียนและผู้กำกับอีกด้วย
และก่อนหน้านั้นเขายังมีประสบการณ์ทางด้านการสร้าง Visual Effects ให้กับภาพยนตร์และซีรีย์ดังต่างๆมามากมาย หลายๆเรื่องก็น่าจะคนหูกันดี อย่างเช่นในทีวีซีรีย์เรื่อง Star Trek: Voyager ในปี 1995, ภาพยนตร์ตำนานรักโรแมนติกอย่าง Titanic ในปี 1997, Star Trek: Deep Space Nine ในปี 1999 และรวมไปถึง การเป็น Layout Animator ให้แก่เกมชื่อดังอย่าง Mario Kart 64 มาแล้ว
ต้องบอกได้เลยว่าประวัติของ นายอาริสโทเมนิส ซูร์บาส ไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะมีประสบการณ์อยู่ในวงการภาพยนตร์อนิเมชั่น และมีประสบการณ์ทางด้าน visual effects มามากกว่า 20 ปี รวมไปถึงผลงานอันโด่งดังในโลกออนไลน์ ของวิดีโอทั้ง 3 ที่ชื่อ Alien Interview | Project Blue Book ก็ด้วย
มาถึงจุดนี้แล้วคุณผู้อ่านทุกท่านก็น่าจะทราบกันแล้วว่า คลิปวีดีโอนี้เป็นของจริงหรือไม่ รวมถึงการเข้าใจเนื้อหาของวีดีโอทั้ง 3 ที่ผมได้สรุปมาในบทความนี้
แหล่งข้อมูล
Alien Interview Part 1 Secrets of Universe Revealed
Alien Interview Part 2 Meaning of Life Revealed
Alien Interview Part 3 Humanity’s Destruction Revealed
Facebook
Line
UFOมนุษย์จากอนาคตมนุษย์ต่างดาวย้อนเวลาสอบปากคำมนุษย์ต่างดาว
Sci Ways: นักเดินทางข้ามกาลเวลา
 
หน้าแรก ดาราศาสตร์ สิ่งมีชีวิตนอกโลก เส้นทางวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับ
2
โฆษณา