มีบัญชีอยู่แล้ว?
ที่จริงแล้ว ผมเป็นคนเก็บตัวนะ
.
.
.
ผมชอบนิยามที่พี่ผู้หญิงคนนึงในเฟซตั้งให้
ตอนที่เริ่มทักทายกันใหม่ๆ เมื่อปีสองปีก่อน
พี่คนนั้นเคยนิยามผู้ชายอย่างผมไว้ว่า
เป็นผู้ชายที่ "ลึกลับ แต่น่าค้นหา"
ประโยคนี้ทำเอาผมถึงกับอ่านซ้ำอีกรอบ
ถ้าใครที่รู้จักหรือเป็นเพื่อนกับผมมาย่อมรู้ดีว่า
การติดต่อคนอย่างผม เป็นเรื่องที่ยากมาก
ถึงจะมีเบอร์ของผม มีไลน์ของผม
จะรู้ดีเลยว่า การจะติดต่อผมแต่ละครั้ง
เป็นเรื่องที่น่าปวดหัวและปวดใจสุดๆ
ถ้าใครต้องการจะติดต่อ
ต้องใช้ความพยายามและอดทนอย่างมาก
และส่วนมากจะยอมแพ้ไปก่อน 555+
ในมุมกลับกันคำว่า "น่าค้นหา" ของผมในหมู่เพื่อนๆ
ผมก็เป็นผู้ชายที่น่าค้นหาอย่างที่พี่เขาว่าจริงๆ นั่นแหละ
คือค้นหาว่าแต่ละวันแมร่งหายไปไหน
อยู่ที่ไหน ทำอะไร อยู่กับใคร
ติดต่อก็ไม่ได้ โทรไปก็ไม่รับ ไลน์ไปก็ไม่ตอบ
แชทไปก็ไม่อ่าน ไม่รู้จะติดต่อยังไง 🤣🤣
สำหรับคนอื่นอาจดูเป็นเรื่องหงุดหงิด
โทรศัพท์มือถืออาจเป็นเรื่องใกล้ตัว
แต่กลับกันคนที่ชอบเก็บตัวอย่างผม
โทรศัพท์มือถือเป็นเรื่องที่ไกลตัวผมมากๆ
ปกติผมจะชอบอยู่เงียบๆ ไม่ค่อยได้ติดต่อใคร
ไม่ค่อยชอบไปวุ่นวายกับใคร
เวลาไปไหนผมจะไม่บอกใครหรือเช็คอินที่ไหน
ผมชอบไปแบบเงียบๆ ของผมเพียงคนเดียว
โทรศัพท์จึงไม่มีความหมายอะไรสำหรับผม
ทุกวันนี้ยังคิดมาตลอดและคิดมาเสมอว่า
ต่อให้โลกนี้ไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้แล้ว
ผมเองก็อยู่ได้นะ แต่ก็คงจะไม่อยู่เฉยๆ แน่ๆ
เพราะโลกใบนี้นั้นเต็มไปด้วยความฝัน
และมีหลายสิ่งที่เราอยากทำมากมาย
ผมมีหนังสือที่ต้องอ่าน ผมมีหนังให้ดู
ผมมีเรื่องให้ต้องคิด ผมมีเป้าหมายให้ต้องทำ
และก็มีความฝันที่อยากทำให้มันเป็นจริงเช่นกัน
ผมเชื่อเลยว่า ถ้าเราไม่รู้จักตัวตนของใครจริงๆ
เราจะมองคนๆ นั้นไปอีกแบบหรือผิดไป
ใช่ครับเพราะผมเองก็เคยเป็นมาก่อน
แต่ถ้าเราลองได้สนิทและเป็นเพื่อนกับคนๆ นั้น
หรือได้รู้จักตัวตนของคนๆ นั้นจริงๆ
มุมมองและทัศนคติของเราอาจจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
เหมือนกับที่เพื่อนมองว่าผมหยิ่ง แต่ผมไม่ได้ใส่ใจ
ทั้งที่จริงๆ แล้ว ผมแค่ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร
ไม่ชอบเข้าสังคม ไม่ชอบงานเลี้ยง
ไม่ชอบงานสังสรรค์ ไม่ชอบออกงาน
ไม่ชอบงานเลี้ยงรุ่นหรืองานไหนๆ
ครับ ผมแค่ไม่ชอบสุงสิงกับใคร
แค่ไม่ชอบอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่
ถ้าไม่นับเพื่อนสนิทหรือคนที่รู้จักกันจริงๆ
ยกเว้นงานหนังสืองานเดียวนะครับ 555+
หลายคนอาจสงสัยว่าคนอย่างผมมีเพื่อนหรือเปล่า
มีนะ แต่ผมมีเพื่อนไม่มาก มีเท่าที่จำเป็น
งงมั้ยครับ "มีเพื่อนไม่มาก มีเท่าที่จำเป็น"
"ในวัยเด็กผมรับเพื่อนทุกคนที่เข้ามา
ในวัยต่อมาผมคัดเพื่อนทุกคนที่เข้ามา"
ผมมีแต่เพื่อนที่มีคุณภาพนะ เพื่อนที่ซื่อสัตย์
เพื่อนที่จริงใจ เพื่อนที่ปรึกษากันได้ ไว้ใจกันได้
เพื่อนที่ไม่เอาเปรียบ ไม่เห็นแก่ตัว
ไม่เคยดูถูกหรือเหยียดหยามเพื่อนอย่างเรา
เพื่อนที่เข้าใจเราและเราก็เข้าใจกันในสิ่งที่เป็น
ที่สำคัญ ต้องไม่บังคับและเข้าใจในความแตกต่าง
ผมคงเป็นคนขี้อาย แค่ไม่ชอบเปิดเผยตัวตน
แต่นั่นคงเป็นนิสัยเมื่อหลายปีก่อน
แต่ทุกวันนี้นิสัยผมเปลี่ยนไป
จากเป็นคนเงียบๆ ขรึมๆ ดูน่ากลัว ไม่ค่อยพูดคุยกับใคร
ผมเปลี่ยนกลายเป็นคนใหม่ที่ตลกและกวนๆ
ผมเปิดใจรับเพื่อนใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น
แต่ก็ไม่ลืมที่จะคัดใครบางคนให้เข้ามา
หลายคนอาจมองว่าผมมีโลกส่วนตัว
จริงๆ แล้วในโลกนี้ไม่มีใครมีโลกส่วนตัวหรอกนะ
มีแต่โลกที่พวกคุณที่ยังไม่เข้าใจ
เหมือนกับที่ผมไม่เข้าใจ
โลกของคนที่ชอบเที่ยวกลางคืน
แต่ผมนั้นชอบเที่ยวในเวลากลางวัน
โลกของคนที่ชอบกินเหล้า แต่ผมนั้นกินแต่น้ำเปล่า
โลกของคนที่ชอบตกปลา แต่ผมว่าแดดมันร้อน
โลกของคนที่ชอบเล่นกอล์ฟ
แต่ผมสนุกกับการเตะฟุตบอล
โลกของคนที่ชอบเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม
โลกของคนที่ชอบความท้าทาย หรือลองอะไรใหม่ๆ
แต่บางครั้งผมนั้นชอบอยู่นิ่งๆ และอยู่เฉยๆ
โลกของคนที่ชอบวิ่ง แต่ผมนั้นเล่นเวท
โลกของคนที่ชอบเที่ยว แต่ผมนั้นชอบอยู่บ้าน
ครับ เราทุกคนต่างก็มีโลกที่แตกต่างกันออกไป
เราต่างก็มีโลกที่รอการค้นหาและรอการค้นพบ
เราต่างก็มีถนนที่ทอดยาว
และเส้นทางเดินที่แตกต่างกันที่จะมุ่งไปสู่
จุดหมายปลายทางแห่งความสำเร็จ
"ถึงจะเป็นคนที่ชอบเก็บตัว
แต่ผมก็พร้อมปรับตัวเมื่อโลกมันเปลี่ยนไป"
ถ้าคุณเป็นคน Extrovert คนที่ชอบเข้าสังคม
หนังสือเล่มนี้อาจไม่เหมาะกับคุณ
แต่ถ้าคุณเป็นคุณ Introvert คนที่ชอบเก็บตัว
หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคุณเป็นที่สุด
มีคำกล่าวนึงที่พอจะพิสูจน์ได้ว่า
ถ้าคุณไม่รู้ตัวเองว่าเป็นคนแบบไหน
ชอบเก็บตัวหรือว่าชอบเข้าสังคม
ถ้ามันดูคลุมเครือ แยกแยะไม่ออกนั่นก็แปลว่า
คุณอาจเป็นคนที่อยู่ระหว่างกึ่งกลางก็เป็นได้
ผมอาจจะเป็นคนที่ชอบเก็บตัวก็จริง
แต่จงจำไว้เสมอครับว่า
"ทุกครั้งที่ผมออกไปพบเจอใคร
นั่นเป็นเพราะพวกคุณมีค่าพอให้ผมจดจำ"
.
.
- Jack is Back
    สุเนตตา ศรีรัตนพงษ์
    เขียนได้โดนใจทุกประโยค เอาไปเลย 10 ดาวค่ะ