8 ก.ย. 2020 เวลา 06:49 • อาหาร
โมจิ
ถ้าเอ่ยถึงขนม "โมจิ" ก็คงจะนึกถึง... ขนมญี่ปุ่น ทำจากข้าวเหนียว นำมาทำเป็นตัวแป้ง เวลาทานก็จะนุ่มๆ เหนียวๆ หนึบๆ ที่เราน่าจะเคยทานกัน ก็พวก ไดฟูกุ(โมจิใส่ไส้) ดังโกะ(โมจิลูกกลมเสียบไม้ย่าง ราดซอสเหนียวๆ) โมจิย่างไฟพองๆ กินกับไอศครีมชาเขียว โมจิต้มกินกับถั่วแดง..... อย่างที่ว่ามาก็น่าจะเคยผ่านตา ผ่านรสชาติกันมาบ้างนะครับ
และถ้าเอาขนมโมจิ ของไทย... ที่เป็นของฝากชื่อดัง ของจังหวัดนครสวรรค์ ไปให้คนญี่ปุ่นดู ว่านี่หล่ะ ขนมโมจิ .... เค้าก็คงจะงงๆ หน่อย ญี่ปุ่นคงไม่มีขาย
"โมจิ" แบบนครสวรรค์ หรือ ขนมเปี๊ยะนมข้น
ตัวขนมจะมีลักษณะแบบ ซอฟคุ๊กกี้ (ถ้าใครเคยทานคุ๊กกี้ตัวหนอน คงจะนึกออก)... ตัวแป้ง
จะคล้ายๆ กัน แต่โมจิสูตรนี้ จะผสมนมข้นหวานเข้าไปด้วย ก็จะมีความหนึบ นิดๆ มีความหอมหวานของนมข้น เข้ากันได้ดีกับตัวไส้แบบขนมเปี๊ยะ(ถั่วไข่เค็ม) รสมันๆของถั่วกวน และรสชาติเฉพาะตัวของไข่แดงเค็มนั้น เป็นอะไรที่ลงตัวมากๆ ยืนหนึ่งไส้ยอดฮิตตลอดกาล เลยด้วย....
ซึ่งขั้นตอนการทำนั้นก็ไม่ยุ่งยาก ใช้วัตถุดิบน้อย ถ้าไม่อยากทำตัวไส้เอง ก็หาซื้อไส้ขนมสำเร็จรูปตามร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ ก็มีให้เลือกมากมายหลายรสชาติ .... เอาล่ะ
 
..... เริ่มกันเลยดีกว่า
โมจิไส้ถั่ว
วิธีทำไส้ถั่ว
-ถั่วเขียวซีก 250 กรัม
-น้ำตาลทราย 200 กรัม
-น้ำมันพืช 100 กรัม
-เกลือ 1/4 ชช.
แป้งโมจิ
-แป้งเค้ก ตราบัวแดง 200 กรัม
-ผงฟู 1/2 ชช.
-เบกกิ้งโซดา 1/2 ชช.
-นมสด(รสจืด) 2 ชต.+1/2 ชต.
-นข้นหวาน 170 กรัม
-เนยสด(จืด) 25 กรัม
วิธีทำไส้ถั่ว
-นำถั่วเขียวซีกไปล้างน้ำ 3-4 รอบ หรือล้างจนน้ำใส (เป็นการล้างกลิ่นเหม็นเขียวของถั่วออกไป)
-แช่น้ำสะอาดไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง หรือ ข้ามคืน ถั่วจะนิ่ม สุกง่าย และไส้ที่ออกมาเนื้อจะเนียนสวย
-หลังจากแช่ถั่วเสร็จ กรองให้สะเด็ดน้ำ นำถั่วลงต้ม โดยใส่น้ำให้ท่วมถั่ว
-ใช้ไฟกลาง ตักฟองออกระหว่างต้ม ปรับไฟให้น้ำพอเดือดปุดๆ คนเป็นระยะๆ
-เช็คถั่วโดยการสังเกตที่เมล็ดถั่ว จะบานออก(ตามรูป) แต่ไม่ถึงกับเละ หรือชิมดูถ้านิ่ม ไม่แข็งเป็นไต ก็ใช้ได้แล้ว
-กรองให้สะเด็ดน้ำ
วิธีการต้มถั่ว
เตรียมส่วนผสมในการทำไส้ถั่วกวน
-ไม่ต้องรอให้ถั่วเย็นสนิท ก็นำมาปั่นได้
-ผสมทุกอย่างรวมกัน และคนให้เข้ากัน
-นำไปปั่นให้ละเอียด
ผสมทุกปย่างรวมกัน-ปั่นให้ละเอียด
-นำถั่วไปกวน โดยใช้ไฟอ่อน-กลาง
-กวนเป็นระยะ จนไส้เริ่มงวดลง และเหนียวขึ้น
-เช็คโดย สังเกตตัวไส้จะร่อนออกจากขอบกระทะ และจับตัวกันเป็นก้อน หรือใช้นิ้วแตะไส้ดู ถ้าไม่เหลวติดนิ้วขึ้นมาก็ใช้ได้แล้ว
ใช้นิ้วแตะใช้ดู ถ้าไส้ไม่ติดนิ้วก็ใช้ได้
-นำออกมาใส่ในภาชนะอีกใบ ปิดด้วยแร็ปพลาสติกใส กดให้แนบกับตัวไส้เลย เพื่อป้องกันการเกิดไอน้ำหยดลงบนตัวไส้ และวิธีนี้ก็ยังทำให้ตัวไส้มีความนุ่มชุ่มชื้นอีกด้วย
กดพลาสติกใสให้แนบกับตัวไส้
เตรียมทำตัวแป้งโมจิเค้ก
-ผสมของเหลว คือ นมสด และนมข้นหวานคนให้เข้ากันก่อน
-ร่อนแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน และคนให้เข้ากัน
-ค่อยๆ เทของเหลวลงในตัวแป้ง คนให้เข้ากัน
 
-เมื่อเข้ากันดีแล้ว ใส่เนย คนจนเป็นเนื้อเดียวกัน
**(ขั้นตอนนี้ตอนผสมอาจจะดูเหลวและยังปั้นไม่ได้ ไม่ต้องกังวลน่ะครับ)
-ปิดด้วยแร็ปพลาสติกใส พักแป้งไว้ 1-2 ชั่วโมง
(ตัวแป้งจะดูดน้ำเข้าไปเกิดกลูเตนในแป้งทำให้แป้งเหนียวขึ้น ก็จะสามารถปั้นแป้งได้ง่ายขึ้น)
ขั้นตอนการผสมแป้ง
ระหว่างรอแป้ง
-นำไส้ถั่วมาปั้นเป็นก้อนกลม ขนาด 10 กรัม/ก้อน
-เมื่อปั้นเสร็จ หาอะไรปิดไว้เพื่อไม่ให้ไส้โดนลม ไส้อาจจะแห้งได้
ปั้นถั่วเป็นก้อนกลม 10 กรัม/ก้อน
หลังจากพักแป้งไว้หนึ่งชั่วโมง
-นำไส้มาปั้นเป็นก้อนกลม ให้ได้ 10 กรัม/ก้อน
-หาผ้า หรือพลาสติกปิดไว้ เพื่อไม่ให้แป้งแห้ง
ปั้นแป้งเป็นก้อนกลม 10 กรัม/ก้อน
-ห่อไส้โดย แผ่แป้งบนฝ่ามือ โดยใช้นิ้วในการแผ่ให้แป้งเป็นแผ่นกลม ให้ใหญ่กว่าไส้เท่าตัว
-หุ้มไส้ให้มิด คลึงให้กลม
ใส่ไส้ และคลึงให้กลม
-นำมาวางเรียงบนถาดอบ ที่รองด้วยกระดาษไข หรือแผ่นรองอบ
-ใช้ปลายตะเกียบด้านเล็ก จุ่มสีและแต้มสี (สีส้มแดง) กดลงตรงกลางตัวขนมโมจิ
แต้มสีโดยใช้ปลายตะเกียบ
-อบไฟบน 130 องศา ไฟล่าง 165 องศา
-เวลาอบ 20 นาที
-นำออกมาพักบนตะแกรง ให้เย็นสนิท
อบ-พักบนตะแกรงให้เย็นสนิท
-เมื่อขนมเย็นสนิทแล้ว เก็บไว้ในที่ไม่โดนลม พักไว้ 2-3 ชั่วโมง แป้งก็จะนุ่มขึ้น
-หรือถ้าจะอบควันเทียน ก็อบไว้ข้ามคืน ประมาณ 5 ชั่วโมง หรืออย่างน้อย 3 ชั่วโมง
-หลังจากนั้นสามารถเก็บขนมไว้ในกล่องที่ไม่โดนอากาศ ได้ 3-4 วันโดยไม่ต้องแช่เย็น
เก็บไว้ในที่ไม่โดนอากาศอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
แป้งนุ่ม อร่อยมากๆ
ขอบคุณที่รับชมครับ😊
ชมแบบคลิปได้ตามนี้เลยครับ🔻🔻
โฆษณา