14 ก.ย. 2020 เวลา 08:50 • บันเทิง
สรุปข้อคิด Social Dilemma สารคดีเรื่องใหม่ใน Netflix
3
“ยุคเราจะเป็นยุคสุดท้ายก่อน ก้าวเข้าสู่โลก Matrix โดยสมบูรณ์”
นี่คือประโยคหนึ่งที่ลงทุนแมนได้ฟังจาก Social Dilemma สารคดีเรื่องใหม่ใน Netflix ที่มีคนเริ่มพูดถึงกันในช่วงนี้
สารคดีเรื่องนี้จบในตอน มีความยาว 1 ชั่วโมงกว่า แต่มันอัดแน่นไปด้วยชุดข้อมูลที่กำลังบอกเราว่า โลกเรากำลังเข้าสู่ ยุคอันตราย ที่จะทำให้มนุษยชาติเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ลงทุนแมนได้ข้อคิดอะไรจากเรื่องนี้บ้าง? จะสรุปให้ฟัง
1. เนื้อหาหลักของสารคดีชุดนี้ โจมตีแพลตฟอร์ม Social Media อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น Facebook, YouTube, Twitter, Instagram, Pinterest โดยคำพูดง่ายๆ ที่อธิบายเรื่องนี้คือ ถ้าแพลตฟอร์มให้ “ใช้ฟรี” นั่นแปลว่า “ตัวเราเอง” จะเป็นสินค้า..
2
Cr. UofG
2. ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่า แค่โฆษณาในแพลตฟอร์ม ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร แต่จริงๆ แล้ว สิ่งที่เราต้องแลกกับของฟรีก็คือ การเสพติด และ การที่พฤติกรรมของแต่ละคน ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป นี่แหละคือ จุดมุ่งหมายของ Social Media
3. เริ่มต้นด้วยคำถามง่ายๆ ทุกวันนี้ที่เราตื่นขึ้นมา เราเลือกที่จะดูมือถือก่อนฉี่ หรือ ฉี่ก่อนดูมือถือ เรามีทางเลือกแค่ 2 ทางนี้ ไม่ว่าจะอย่างไร เราทุกคนในยุคนี้ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดู หลังตื่นนอน
4. สิ่งเหล่านี้น่ากลัว เพราะกระบวนการ AI (Artificial Intelligence) ที่อยู่เบื้องหลัง Social Media จะให้เราเป็นหนูทดลองตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น โพสต์ต่อไปคืออะไร เราใช้เวลาดูวิดีโอล่าสุดกี่วินาที ปุ่มควรเป็นสีอะไร กลุ่มที่แนะนำให้เราควรเป็นกลุ่มไหน และเมื่อเราถูกทดลองมากๆ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเราคือการนำเสนอแต่สิ่งที่มันจะดึงความสนใจจากเรา ทั้งที่มันอาจ “ไม่เป็นความจริง” หรือ มันทำให้เราเกิด “ความทุกข์”
1
5. โซเชียลมีเดียมีประโยชน์ในหลายด้าน ทำให้เราเชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยกัน แต่ในอีกด้านหนึ่ง โลกแห่งโซเชียลมีเดียทำให้เกิด “การเปรียบเทียบ” กันตลอดเวลากับสังคม และทำให้ผู้คนเกิดความซึมเศร้าที่ตนเองไม่ได้มีเหมือนคนอื่น ในสารคดีนี้บอกว่า สถิติการฆ่าตัวตายในกลุ่มวัยรุ่นเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจหลังปี 2013 ซึ่งเป็นปีที่โซเชียลมีเดียเริ่มครอบงำความคิดของผู้คน และนั่นหมายความว่าจะมีกลุ่มเสี่ยงที่ถูกโซเชียลมีเดียทำร้ายทางจิตใจมากขึ้นเรื่อยๆ
2
6. นอกจากนั้น โซเชียลมีเดีย ยังทำให้เกิดความแตกแยกทางสังคม การปลุกปั่น ความคิดแบ่งออกเป็น 2 ข้าง เพราะถ้าเรามีความเห็นกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ระบบก็จะนำเสนอแต่เรื่องนั้น มาให้ทุกวันทุกเวลาแบบ “สุดโต่ง” โดยที่ไม่ได้รับข้อมูลชุดตรงกันข้ามเลย
8
7. แม้แต่คนที่ยังไม่ได้สนใจเรื่องนั้น แต่ถ้าเรามีแนวโน้มที่จะสนใจเรื่องนั้น ระบบก็จะนำเสนอมาให้ เชิญชวนให้เข้ากลุ่ม หรือให้ดูสิ่งที่เพื่อนเราไปแสดงความคิดเห็นเพื่อโน้มน้าวให้สนใจเรื่องนั้น ซึ่งสุดท้ายมันก็จะทำให้กลุ่มความเชื่อขยายใหญ่ขึ้น
8. มีตัวอย่างมาให้เห็นแล้วว่า กลุ่มความเชื่อนี้บางครั้งเป็นกลุ่มที่ให้ข้อมูลเท็จ และมีผลประโยชน์แอบแฝง และนั่นทำให้อดีตผู้บริหารของเฟซบุ๊กที่ให้สัมภาษณ์ในรายการนี้บอกว่า การขัดแย้งทางความคิด มีโอกาสที่จะทำให้เกิดสงครามกลางเมืองได้..
2
9. สารคดีนี้ใช้คำว่า วิธีการของโซเชียลมีเดีย คือการเจาะลึกเข้าไปใน “ก้านสมอง” ของทุกคน เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์ โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัวว่าพฤติกรรมของตัวเองกำลังเปลี่ยนไป
2
10. โซเชียลมีเดีย ไม่ใช่ “เครื่องมือ” ของมนุษย์ แต่เป็นตัว “ครอบงำ” มนุษย์ ถ้าให้เปรียบเทียบ เครื่องมือ กับครอบงำ ก็คือ จักรยานเป็นเครื่องมือของมนุษย์ ถ้ามนุษย์อยากใช้ก็นำจักรยานไปขี่ แต่ถ้าไม่อยากใช้จักรยานก็วางอยู่ตรงนั้นไม่ได้เรียกร้องอะไร แต่ในทางกลับกันโซเชียลมีเดียได้ปรับเปลี่ยนสมองของเรา ให้ตัวมันเองเรียกร้องมนุษย์ให้เข้าไปใช้งานมันอยู่เสมอ จนเกิดคำพูดที่ว่า ในโลกนี้มี 2 ผลิตภัณฑ์ ที่เรียกลูกค้าว่า “ผู้ใช้งาน” นั่นก็คือ 1. ยาเสพติด 2. ซอฟต์แวร์..
6
Cr. Norebbo
11. ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่จะพัฒนาแบบก้าวกระโดดได้เท่ากับความสามารถในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์อีกแล้ว เพราะการประมวลผลเพิ่มเป็นล้านล้านเท่า ต่อให้เป็นความเร็วของรถยนต์ ในช่วงที่ผ่านมาก็เพิ่มแค่ 2 เท่า แต่ในขณะเดียวกัน สมองของมนุษย์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเท่าไร
12. ซึ่งทั้งหมดนี้ ทำให้ได้ข้อสรุปสุดท้ายว่า ทุกคนคาดการณ์ว่า AI จะมาทำลายมนุษย์ในอนาคต
แต่จริงๆ แล้ว AI พยายามควบคุมมนุษย์พันล้านคนทั่วโลกผ่านทาง Social Media โดยที่เราไม่รู้ตัว
ไม่ต่างอะไรกับ คนที่อยู่ใน Matrix แต่ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ใน Matrix
และทั้งหมดนี้ มันได้เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้..
โฆษณา