17 ก.ย. 2020 เวลา 08:09 • กีฬา
ชีวิตของแกเร็ธ เบล ถือว่าผกผันอย่างไม่น่าเชื่อ เริ่มต้นอย่างฮีโร่ แต่ตอนนี้กลับโดนสาปส่งให้ย้ายทีมไปเสียที และถูกแซวตลอดเวลาว่าควรเป็นนักกอล์ฟมากกว่านักบอล เรื่องราวเป็นอย่างไร วิเคราะห์บอลจริงจังจะเล่าให้ฟัง
2
ย้อนกลับไปในปี 2013 เบลย้ายจากสเปอร์ส ไปเล่นให้เรอัล มาดริด ด้วยราคาที่เป็นสถิติโลก นั่นคือ 100 ล้านยูโร ซึ่งการย้ายไปของเบล ทำให้มาดริด สร้างสามประสานไร้เทียมทานในแนวรุก ที่มีชื่อเรียกว่า BBC ขึ้นมา
B-enzema, B-ale, C-ristiano
พลังของ BBC ทำให้เรอัล มาดริดประสบความสำเร็จทั้งแชมป์ลาลีกา, แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รวมถึงแชมป์โกปา เดลเรย์
เบลในปีแรก ถือเป็นขวัญใจของแฟนบอลมาดริดทีเดียว มีประตูทีเด็ดสวยๆให้เห็นบ่อยมากๆ ไม่ว่าจะเป็น ลูกสปรินท์ปีศาจในโกปาเดลเรย์นัดชิงปี 2014 ในแมตช์เจอบาร์เซโลน่า เกมนั้นไม่มีใครลืมการดวลตัวต่อตัว ที่เขาเอาชนะมาร์ก บาร์ตร้าได้อย่างแน่นอน
รวมไปถึงนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2014 ที่เรอัล มาดริด ชนะแอตเลติโก้ 4-1 คนที่ยิงประตูขึ้นนำ 2-1 ก็คือแกเร็ธ เบลนี่ล่ะ
ช่วงแรกๆเขาเองก็เอ็นจอยกับชีวิตที่มาดริด ครั้งหนึ่งเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ว่า "มันมหัศจรรย์มากๆ การทำผลงานดีขนาดนี้ในปีแรก เหมือนกับฝันที่เป็นจริง ที่ล่ะคือเหตุผลว่าทำไมผมย้ายมาเรอัล มาดริด"
ชีวิตของเบลก็โอเคดีมาเรื่อยๆ ในซีซั่น 2015-16 ได้แชมป์ยุโรปหนที่ 2 ด้วยการชนะแอตเลติโก้ มาดริด จากนั้นในซีซั่น 2016-17 ก็ได้แชมป์ยุโรปหนที่ 3 คราวนี้ถล่มยูเวนตุสขาดลอยที่คาร์ดิฟฟ์
ในการชนะยูเวนตุสนั้น เบลมีความสุขมาก เพราะเขามาคว้าแชมป์ที่คาร์ดิฟฟ์บ้านเกิดของตัวเอง และสิ่งที่เจ๋งมากๆก็คือ เขาย้ายมาแค่ 4 ปี แต่ได้แชมป์ยุโรปไปแล้ว 3 ครั้ง เป็นสถิติที่เหลือเชื่อมาก
ก่อนเรอัล มาดริด จะมีเบล พวกเขาไม่ใกล้เคียงแชมป์ยุโรปเลย คือได้ครั้งสุดท้ายในปี 2002 แต่พอมีเบลปั๊บ แชมป์ยุโรปก็ได้มาครองง่ายๆ ราวกับปอกกล้วย
ปัญหาของเบลกับแฟนบอลก็มีบ้าง เช่นเรื่องผลงานในสนามที่ไม่คงเส้นคงวา เรื่องมีอาการเจ็บบ่อย เรื่องพูดภาษาสเปนไม่ได้เสียทีทั้งๆที่อยู่สเปนมาหลายปีมาก คือก็มีแซว มีแขวะบ้าง อย่างไรก็ตาม เบลก็ฮึดสู้ต่อไป ณ จุดนั้นเขายังไม่สร้างดราม่าอะไร
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุด เกิดขึ้นในซีซั่น 2017-18 เมื่อซีเนอดีน ซีดาน ใช้งานเบลน้อยลงกว่าเดิม และให้โอกาสคนอื่นที่เข้าแผนมากกว่าเช่น อิสโก้ และอาจรวมถึงดาวรุ่งอย่างมาร์โก อเซนซิโอด้วย
สื่อสเปนรายงานว่า ซีดานอยากจะปล่อยเบลทิ้ง นั่นเพราะมองว่าการเก็บเบลไว้ นอกจากจะค่าเหนื่อยแพงมากแล้ว สไตล์การเล่นที่เน้นพละกำลังมากกว่าเทคนิค ก็ไม่ค่อยเหมาะกับฟุตบอลสายเทคนิคที่เขาต้องการด้วย
ซีดานกับเบลเริ่มมีความไม่ลงรอยกันเกิดขึ้น ซึ่งโจนาธาน บาร์เนตต์ เอเยนต์ของเบล และฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรก็พยายามประนีประนอมความสัมพันธ์ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น ก่อนที่สุดท้ายซีดานตั้งใจจะปล่อยเบลทิ้ง หลังจบฤดูกาล 2017-18
เกมสุดท้ายของ ซีซั่น 2017-18 คือเกมนัดชิงยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก กรุงเคียฟ โดยเรอัล มาดริด ลงป้องกันแชมป์ยุโรปกับลิเวอร์พูลจากอังกฤษ โดยนัดนี้เบลโดนดร็อปเป็นตัวสำรอง ซึ่งนั่นสร้างความผิดหวังให้กับเขามากๆ แต่เบลก็รอคอยโอกาสอย่างอดทน และเมื่อได้เปลี่ยนตัวลงในครึ่งหลัง เขาก็แสดงคุณภาพของตัวเองออกมาด้วยการยิง 2 ประตู ช่วยให้ทีมชนะลิเวอร์พูล 3-1
โดยลูกแรกที่เขายิงได้ เกิดจากการโอเวอร์เฮดคิกสุดสวย โดยสื่อมวลชนยกย่องให้ลูกนี้เป็นหนึ่งในประตูนัดชิงเกมยุโรปที่สวยที่สุดตลอดกาลด้วย
แม้จะเล่นดีมากในเกมนัดชิงที่เคียฟก็เถอะ แต่ซีดานก็ยังคงยืนยันขอให้เปเรซขายเบลทิ้งอยู่ดี แต่ปัญหาคือคริสเตียโน่ โรนัลโด้ หัวใจหลักของสโมสรประกาศว่าจะย้ายทีม นั่นทำให้ฟลอเรนติโน่ เปเรซ จะยอมเสียเบลไปอีกคนไม่ได้ เพราะถ้าทีมขาดสตาร์ 2 คนพร้อมกัน มันส่งผลต่อภาพลักษณ์สโมสรอย่างจัง ว่าบิ๊กเนมคนไหนก็ไม่อยากอยู่ ดังนั้นเปเรซจึงบอกกับซีดานว่าขายเบลไม่ได้
อีกเหตุผลหนึ่งของเปเรซคือเบลเพิ่งโอเวอร์เฮดคิกสวยขนาดนั้นใส่ลิเวอร์พูล แฟนๆก็ชื่นชอบเขาไม่น้อย ดังนั้นมันไม่มีเหตุผลอะไรเลย ที่เขาจะยอมปล่อยเบลทิ้ง เพียงแค่เพราะว่าซีดานต้องการ
สำหรับซีดาน เมื่อไม่ได้รับการสนับสนุนจากประธานสโมสรเขาจึงประกาศลาออกจากตำแหน่งเฮดโค้ช ในช่วงซัมเมอร์ปี 2018
ในช่วงซีซั่น 2018-19 เรอัล มาดริด เปลี่ยนโค้ชเป็นฆูเลน โลเปเตกี และเปลี่ยนอีกรอบเป็นซานติอาโก้ โซลารี่ ช่วงนี้เบลก็ได้ลงเล่นตามปกติ ไม่มีดราม่าอะไร เวลาว่างของเขาก็ไปตีกอล์ฟตามเรื่องตามราว
แต่ปัญหาของเบลกลับมาอีกครั้ง เมื่อมาดริดแต่งตั้งซีดานเป็นเฮดโค้ชอีกรอบ ในเดือนมีนาคม 2019 ซึ่งเงื่อนไขในการกลับมาครั้งนี้ คือสโมสรต้องยอมปล่อยแกเร็ธ เบล ออกไปจากทีม
ถึงตรงนี้เปเรซได้เห็นว่า การที่สโมสรขาดโค้ชเกรดเอ มันส่งผลต่อทีมมากกว่า การไม่มีซีดาน ทำให้ทรงบอลของมาดริดย่ำแย่มาก ดังนั้นเป้าหมายแรกสุดคือเอาซีดานกลับมาให้ได้ และแม้จะต้องปล่อยเบลออกไป เขาก็ต้องยอมแล้ว
นั่นทำให้พอจบฤดูกาล เข้าสู่ช่วงซัมเมอร์ 2019 เรอัล มาดริด ประกาศปล่อยเบลออกจากทีมแบบไม่มีค่าตัว และทีมที่ติดต่อเข้ามาคือ เจียงซู ซูหนิงจากจีน ที่พร้อมจ่ายค่าเหนื่อยให้เบลครบถ้วนทุกยูโร
การที่มาดริด ปล่อยเบลไป พวกเขาจะสามารถเซฟค่าใช้จ่ายได้มหาศาลมากๆ นั่นเพราะเบลมีค่าเหนื่อย รวมค่าภาพลักษณ์ อยู่ที่ราวๆ 650,000 ยูโรต่อสัปดาห์ (600,000 ปอนด์ต่อวีก) ซึ่งภายใต้สัญญาของเขาที่เหลืออีก 3 ปี นั่นเท่ากับว่าถ้าปล่อยเบลทิ้งไป มาดริดจะประหยัดเงินไปได้ 101 ล้านยูโร
ซีดานให้สัมภาษณ์ว่า "ผมไม่ได้มีอะไรเป็นการส่วนตัวกับเบล เรากำลังเจรจากับสโมสรที่พร้อมรับเขาไปอยู่ และถ้าเขาย้ายออกจากทีมวันพรุ่งนี้ มันจะเป็นเรื่องดีสำหรับทุกคน"
การเจรจาระหว่างเบล กับเจียงซู ซูหนิงดีลกันเรียบร้อยหมดแล้ว เบลพร้อมย้ายไปจีน แต่มาดริดกลับลำนาทีสุดท้าย พวกเขาบอกเจียงซูว่า เบลคือนักเตะระดับโลก แถมเหลือสัญญาอีก 3 ปี คุณจะมาเซ็นฟรีได้อย่างไร และเปลี่ยนเงื่อนไขให้เจียงซู จ่ายค่าตัวของเบลด้วยส่วนหนึ่ง
เจียงซู ซูหนิงจ่ายไม่ไหว ทำให้ดีลล่มในที่สุด โดยคอสมิน โอลารู โค้ชของเจียงซู ซูหนิงกล่าวว่า "เราพร้อมจ่ายค่าเหนื่อยของเบล ซึ่งแพงมหาศาลมาก แล้วอยู่ๆมาดริดจะมาเรียกค่าตัวด้วยอีก ซึ่งแบบนี้มันเกินงบของเราไปแล้ว จริงๆดีลทุกอย่างลุล่วง 90% แล้ว แต่คนที่ทำให้มันล่มคือฝั่งมาดริด ไม่ใช่เรา"
จริงๆ มีทีมสนใจเบลเยอะมาก แต่ปัญหาคือเรื่องค่าเหนื่อยที่สูงถึง 650,000 ยูโร นอกจากเจียงซู ซูหนิงแล้ว ก็ไม่มีใครพร้อมจะจ่าย หลายๆทีมพร้อมจ่ายแค่ 250,000-300,000 ต่อวีกเท่านั้น ซึ่งเบลก็ไม่โอเค เพราะคิดตามความจริง ใครจะยอมรับเงินเดือนที่น้อยลงกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง
ซีดานพยายามกดดันเบลให้ย้ายออกไปเสียที โดยใช้วิธีส่งเขาลงสนามน้อยมากๆ ยิ่งในเกมสำคัญ จะไม่ใช้งานเลย นอกจากนั้นยังใช้สื่ออย่างมาร์ก้ากดดันให้เบลคิดถึงสโมสรเป็นหลัก เพราะการที่เขาอยู่ต่อแบบนี้ สโมสรก็จะเสียเงินไปเปล่าๆปลี้ๆ แทนที่จะเอาเงินก้อนนั้นมาซื้อนักเตะใหม่ นอกจากนั้นตัวเบลเอง ที่เป็นนักเตะระดับโลกคงไม่พอใจแน่ที่ต้องโดนจับเป็นสำรองบ่อยๆแบบนี้
อย่างไรก็ตามเบลไม่แคร์ เขาใช้วิธีการเดียวกับโคล้ด มาเกเลเล่ ที่ครั้งหนึ่งเคยมีปัญหากับเชลซี โดยมาเกเลเล่เคยให้สัมภาษณ์ว่า "เวลาผมอึดอัดใจ จะทำอย่างไรน่ะหรือ ผมเปิดดูบัญชีธนาคาร แล้วก็อมยิ้มไง"
เบลไม่ยอมย้ายออกถ้าไม่ได้เงินค่าเหนื่อยเท่ากับที่ได้รับในปัจจุบัน ในเมื่อเขามาซ้อมตรงเวลาทุกวันไม่เคยขาด สโมสรให้ทำอะไรก็ทำ รักษากฎอย่างเคร่งครัด ถ้าเป็นแบบนี้มาดริดก็ต้องจ่ายเงินเขาจนกว่าสัญญาฉบับเดิมจะหมดลงในปี 2022
ในขณะที่ซีดานกดดันด้วยการจับเป็นสำรองต่อเนื่อง เบลก็เอาคืน ด้วยการนั่งอยู่ข้างสนามแบบขอไปที ไม่สนโลก นั่งหัวเราะคิกคักที่ม้านั่งสำรอง
วันธรรมดาไปซ้อมฟุตบอล จากนั้นพอวันหยุด ก็เอาเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวไปเที่ยวไหนก็ได้ที่อยากไป ไปออกรอบตีกอล์ฟ ไปใช้เงินอย่างสนุกสนาน ผลาญเงินอย่างเพลิดเพลิน ขณะที่กิจกรรมอื่นใดกับนักเตะมาดริดคนอื่นๆ เขาก็ไม่ร่วมสังฆกรรมทั้งสิ้น
การที่เบลไม่แคร์เรอัล มาดริด แค่ซ้อมตามหน้าที่ให้ผ่านไปวันๆ เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้กันดี และนั่นจึงเป็นที่มา ของเกมยูโร 2020 รอบคัดเลือก ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2019 พอจบเกมที่เวลส์ชนะฮังการี 2-0 เพื่อนๆทีมชาติ ทำป้ายมาฉลองแซวว่า WALES.GOLF.MADRID. In that order (เวลส์ > กอล์ฟ > มาดริด เรียงความสำคัญตามนี้!) ซึ่งเบลก็หัวเราะอย่างชอบใจตอนเห็นป้าย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแฟนๆมาดริดจะแค้นแค่ไหน เพราะเหมือนเบลเห็นคุณค่าของกอล์ฟสูงกว่าต้นสังกัดด้วยซ้ำ
ในมุมของเบลนั้น เขาแค้นซีดาน เพราะว่ากันตรงๆ ในทีมชุดนี้เบลก็เป็นผู้อาวุโสของทีมคนหนึ่ง เขามาอยู่ก่อนนักเตะหลายๆคน และมีสถิติยิงประตูเป็นรองแค่คาริม เบนเซม่าแค่คนเดียว แต่กลับโดนปฏิบัติแบบเป็นส่วนเกิน สโมสรพยายามจะบีบให้เขาย้ายด้วยการรับค่าเหนื่อยน้อยกว่าเดิมกับสโมสรอื่น แล้วเขาจะไปยอมได้ไงล่ะ
เข้าสู่เดือนมกราคม 2020 ตลาดหน้าหนาวเปิดขึ้น ก็ยังมีหลายทีมสนใจเบลอยู่ ตอนนี้มาดริด ไม่เอาค่าตัวแล้วก็ได้ ขอแค่ปล่อยเบลทิ้งออกไปได้เป็นพอ แต่ปัญหาก็ยังเป็นเรื่องเดิมคือไม่มีทีมไหนพร้อมจ่ายค่าเหนื่อย 600,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ มันแพงมากเกินไปจริงๆ
ตอนนี้แฟนบอลมาดริดกดดันเบลให้แสดงสปิริตย้ายทีมออกไปซะ แต่ทุกอย่างก็เหมือนเดิม เบลไม่แคร์ เขารับเงินเต็มๆเหมือนเดิมดีกว่า ใครจะเกลียด จะอะไรก็ช่าง
รูเบน ฆิมิเนซ นักข่าวจากมาร์ก้า เขียนโจมตีว่า "ให้ตายเถอะ เบลตั้งใจจะหัวเราะอยู่บนสแตนด์ไปจนถึงปี 2022 จริงๆน่ะหรือ เขามีความตั้งใจจะเล่นฟุตบอลอยู่บ้างหรือเปล่า"
เบลตอบโต้กลับไปว่า "ผมไม่ฟังที่ใครพูด และผมไม่อ่านอะไรทั้งนั้น สิ่งที่หนังสือพิมพ์เขียนมา ผมว่ามันไร้สาระ ไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น"
จบฤดูกาล 2019-20 เรอัล มาดริดได้แชมป์ลีก แต่เบลลงเล่นเป็นตัวจริงแค่ 12 นัดเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากพักเบรกโควิดแล้วกลับมาเตะ มาดริดมีโปรแกรมในลีก 11 เกม เบลได้ลง 2 เกม ซึ่งสภาพร่างกายเขาสมบูรณ์ดีไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ซีดานไม่ส่งลง และเบลก็ไม่แคร์ด้วย
บรรยากาศตอนฉลองแชมป์ เบลก็ไปดีใจกับเพื่อนตามมารยาท แต่เขาก็ยืนอยู่ริมๆ ยิ้มๆแบบขอไปที ดูก็รู้ว่าไม่มีใจกับทีมอีกแล้ว แค่อยู่รับเงินเฉยๆ
ในสภาพแบบนี้มันเป็น Toxic เป็นสารพิษในทีม ซึ่งไม่มีผลดีอะไรเลย ในขณะที่นักเตะคนอื่นมีเป้าหมายเดียวกัน คือต้องการพาทีมชนะ แต่เบลคือเล่นก็ได้ ไม่เล่นก็ได้ และเหนืออื่นใด นักเตะที่ไม่มีใจแบบนี้ กลับได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดของสโมสร
นั่นทำให้พอจบซีซั่น 2019-20 เรอัล มาดริด คราวนี้ต้องหาวิธีทำอย่างไรก็ได้ที่จะปล่อยเบลทิ้งไปเสียที
สัญญาของเบล เหลืออีก 2 ซีซั่น ซึ่งถ้ามาดริดต้องการฉีกสัญญา เบลไม่มีต่อรองใดๆทั้งนั้น แต่มาดริดต้องจ่ายเงินให้ครบเท่าตัวเลขที่เขาควรจะได้รับถ้าอยู่ครบสัญญา ซึ่งเป็นเงินก้อนราวๆ 50 ล้านปอนด์
อยู่ๆต้องเสียเงินฟรีๆ 50 ล้านแบบนี้ ฝั่งมาดริดเองก็ปวดหัวเหมือนกัน เก็บไว้ก็ไม่ดี แต่ปล่อยไปก็เสียเงินมหาศาล กลายเป็นเสียค่าโง่ไปอีก
ในขณะที่เรอัล มาดริดกำลังกลุ้มใจว่าจะปล่อยตัวอย่างไรดีถึงจะไม่เจ็บตัวมาก ก็เป็นจังหวะที่ชื่อของสเปอร์สโผล่ขึ้นมาเป็นตัวเต็งที่จะรับเบลกลับ
สเปอร์สคือสโมสรที่เบลผูกพัน และตอนย้ายทีมกันไป ก็ย้ายแบบไม่ได้เกลียดชังอะไรกัน เพราะนักเตะก็ทำเงินระดับสถิติโลกให้สโมสร คือตลอดมาเบลพูดถึงสเปอร์สในทางที่ดีเสมอ
และยิ่งสถานการณ์ของโชเซ่ มูรินโญ่ ออกสตาร์ตมาด้วยความพ่ายแพ้เอฟเวอร์ตันคาบ้าน มันทำให้เห็นเลยว่า ทีมยังจำเป็นต้องหาผู้เล่นมาเสริมทัพอีก และถ้าได้ตัวบิ๊กเนมอย่างเบลเข้ามา จะทำให้เกมรุกของสเปอร์สมีมิติใหม่ๆขึ้นทันที
ข่าวล่าสุดที่มีความเป็นไปได้ คือสเปอร์สจะยืมตัว 1 ซีซั่น และจ่ายค่าเหนื่อยให้เบล 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ส่วนอีกครึ่งเรอัล มาดริด จะเป็นคนจ่ายให้
300,000 จากที่ควรจ่าย 600,000 ถ้าดูแค่นี้อาจคิดว่า ถูกจัง จ่ายน้อยลงตั้งครึ่ง แต่ถ้าดูเพดานค่าเหนื่อยนักเตะของสเปอร์ส คนที่ได้รับมากที่สุด 2 คน คือแฮร์รี่ เคน กับ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ รับเท่ากันที่ 200,000 ปอนด์เท่านั้น มันแปลว่าถ้าเบลย้ายมา จะได้เงินมากกว่า Top Earner ของสโมสรถึง 50% ทันที
มีการคำนวนว่า ค่าใช้จ่ายที่สเปอร์สต้องจ่ายสำหรับการยืมตัวเบล 1 ปี รวมแล้วอยู่ที่ 15 ล้านปอนด์ ซึ่งก็ถือว่า "รับได้" ถ้าเทียบกับชื่อเสียง และความเป็นบิ๊กเนมของนักเตะ
ในปีนี้ สเปอร์สแทบจะไม่ได้ใช้เงินซื้อใครเลย อย่างปิแอร์ เอมิล-ฮอยเบิร์ก ซื้อจากเซาธ์แฮมป์ตันมา 15 ล้านปอนด์ก็จริง แต่ก็ขายไคล์ วอล์กเกอร์-ปีเตอร์ส ให้กับเซาธ์แฮมป์ตันในราคา 12 ล้านปอนด์ แปลว่าดีลฮอยเบิร์กใช้เงินจริงๆแค่ 3 ล้านปอนด์เท่านั้น
1
โจ ฮาร์ท ก็เซ็นสัญญาฟรีหลังหมดสัญญากับเบิร์นลีย์ จะมีตัวที่ต้องจ่ายหน่อย คือแมตต์ โดเฮอร์ตี้ที่ซื้อจากวูล์ฟส์ ในราคา 15 ล้านปอนด์แค่นั้น
แปลว่าซัมเมอร์นี้ สเปอร์สเพิ่งใช้เงินไปแค่ไม่ถึง 20 ล้านปอนด์ ดังนั้นพวกเขามีงบประมาณมากพอที่จะจ่ายเงินยืมตัวแกเร็ธ เบลมาจากเรอัล มาดริด
1
สถานการณ์ล่าสุด โชเซ่ มูรินโญ่ โทรไปคุยกับเบลแล้ว และอธิบายว่าเบลจะมีบทบาทสำคัญอย่างไรในแผนการเล่นของทีม "มันไม่ใช่ความลับเลยนะ ว่าผมชื่นชมเขาแค่ไหน ผมคิดว่าตัวแกเร็ธเองก็รู้ดี" มูรินโญ่กล่าว
ขณะที่โจนาธาน บาร์เนตต์ เอเยนต์ของเบลกล่าวว่า "ในรอบ 7 ปี ที่อยู่เรอัล มาดริด นี่เป็นโอกาสใกล้เคียงที่สุดที่เบลจะได้ย้ายทีม"
ส่วนตัวเบลเองก็ยืนยันว่า "สเปอร์สเป็นสถานที่พิเศษในหัวใจของเขาเสมอ"
ดังนั้นสถานการณ์ตอนนี้ ทุกอย่างพร้อมแล้วสำหรับการโยกย้ายที่จะเกิดขึ้น คือเอาจริงๆเบลเอง ในฐานะนักเตะอาชีพ เขาต้องการ "เกม" ลงเล่นมากกว่านี้ อย่าลืมว่าปีหน้า ยูโร 2021 ก็จะมาถึง และจากนั้นหนึ่งปี ฟุตบอลโลก 2022 ก็จะตามมา คือเขาจะทนอยู่กับมาดริดในสภาพไร้จิตวิญญาณอย่างนั้นคงไม่ได้แล้ว
ดีลของเบล มีโอกาสเกิดขึ้นสูงมาก เพราะองค์ประกอบทุกอย่างลงตัวหมด
ซีดานและ เรอัล มาดริด จะกำจัด Toxic ออกไป และเซฟค่าใช้จ่ายในปีนี้ 15 ล้านปอนด์ ขณะที่ฝั่งสเปอร์สจะได้นักเตะระดับโลกคืนกลับมาสู่ทีม แม้จะไม่อยู่ในแผนของมาดริด แต่เอาจริงๆ เบลก็ยังเป็นยอดนักเตะ ร่างกายเขายังแข็งแกร่ง และช่วยทีมได้เยอะแน่ๆ
ขณะที่ตัวเบล ก็จะได้เลิกกวนประสาทคนอื่นข้างสนามเสียที และโฟกัสที่เกมฟุตบอลแบบเต็มๆ เพราะว่ากันตรงๆ ฝีเท้าระดับเขา แต่ต้องโดนดองแบบนี้มันก็ไม่ใช่เรื่อง ผู้คนอยากจดจำภาพของเขาในฐานะนักเตะความเร็วปีศาจ ไม่ใช่ "Golfer" อย่างทุกวันนี้
ตลอด 7 ปี เบลลงเล่นให้เรอัล มาดริด 251 เกม ยิงไป 105 ลูก คว้าแชมป์ไปทั้งหมด 13 รายการ เขาคือกุญแจสำคัญที่ทำให้เรอัล มาดริด ประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรก็ตาม น่าเศร้าเล็กน้อยที่สุดท้ายมันจบลงแบบไม่ดีเลยจริงๆ
แต่ก็นะ จะดีหรือร้ายทุกอย่างก็จะสิ้นสุดแค่นี้ และเมื่อดีลกับสเปอร์สลุล่วง แกเร็ธ เบลก็จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขาอีกครั้ง
#BALE
โฆษณา