18 ก.ย. 2020 เวลา 12:04 • ถ่ายภาพ
EP1
เรื่องรูรับแสง (Aparture)
ก่อนที่จะมาเริ่มอธิบายในเรื่องเทคนิคการปรับรูรับแสง อยากให้เข้าใจถึงที่มาว่าทำไมถึงจำเป็นต้องมีรูรับแสงก่อน
แรกเริ่มเดิมที ตอนสมัยแรกที่มีการคิดค้นกล้องObscuraขึ้นมานั้น เกิดจากการที่ผู้คิดค้นได้สังเกตุ "แสง" ที่ผ่านลอดรูเล็กๆแล้วปรากฏภาพบนกำแพงภายในห้องมืด จนมีความคิดในการประดิษฐ์คิดค้นกล้องตัวแรกของโลกขึ้น และได้พัฒนาเรื่อยมาในเรื่องของตัวรับภาพจาก "แสง" ออกมาเป็นภาพถ่ายจนมาถึงในปัจจุบัน
จึงเห็นได้ว่าตั้งแต่อดีต จนมาถึงปัจจุบันนั้น แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปขนาดไหน แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือภาพถ่าย ที่มีต้นกำเนิดมาจาก "แสง" นั่นเองครับ
คราวนี้คำถามคือ แล้วรูรับแสงมีไว้ทำไม??
แน่นอนครับ การที่จะเกิดภาพถ่ายลงบนฟิล์ม หรือเซนเซอร์ดิจิตอลได้นั้น แสง จะต้องตกกระทบลงบนวัสดุนั้น จึงเกิดเป็นภาพขึ้นมา ทีนี้แสงที่มีปริมาณไม่เท่ากัน หากปราศจากการควบคุม อาจทำให้ภาพนั้นสว่างไป หรือมืดไป ที่ภาษาทางการถ่ายภาพเรียกว่า ภาพover หรือภาพunder ที่คิดว่าคงเคยได้ยินกัน
ผมอยากให้ลองนึกถึงรูม่านตาของคนเราเองครับ เหมือนกับกล้องเลย เวลาเราออกที่แดดจัด รูม่านตาของเราจะหดลงเล็กมาก และพออยู่ในที่มืดรูม่านตาของเราก็จะขยายตัวออก เพื่อรับแสงให้มากขึ้นนั่นเอง หากใครไม่เคยดูตาตัวเองว่าขยาย หรือหดขนาดไหน ลองดูตาแมวก็ได้ครับ เห็นชัดเจนแน่นอน
ฉันใดฉันนั้น รูรับแสงของกล้องก็เช่นเดียวกันครับ มันต้องมีการควบคุมเพื่อให้แสงเข้าไปยังฟิล์ม หรือเซเซอร์ตามที่เราต้องการ โดยกล้องในปัจจุบันมีโหมด Auto ในการช่วยอำนวยความสะดวกในการถ่ายภาพ หมายถึงมันก็จะปรับรูรับแสงให้เราเหมือนม่านตาปรับอัตโนมัตินั่นเองครับ
คิดว่าทุกคนพอนึกภาพออกแล้วว่ารูรับแสงนั้นมีหน้าที่อะไร
คราวนี้ลองมาดูครับว่าคำว่า F-stop ในการถ่ายภาพนั้นมีอะไรบ้าง
F-stopในเลนส์แต่ละรุ่นนั้นจะไม่เหมือนกัน ผมจะไม่ขอลงในรายละเอียดมาก เพราะเลนส์แต่ละรุ่นมีข้อดีข้อด้อยต่างกัน เอาเป็นว่า โดยทั่วไปf-stopของเลนส์ที่มีวางขายอยู่ในท้องตลาดนั้น จะไล่ไปตั้งแต่ f1.4 ไปจนถึง f38 หรือมากกว่านั้นในปัจจุบัน
ให้จำง่ายๆครับว่าเลขน้อยคือ แสงเข้ามาในกล้องมาก เลขมากคือแสงเข้ามาในกล้องน้อย
ซึ่งไม่ได้กำหนดตามตัวนะครับว่า ถ้ากลางคืนต้องเปิดรูรับแสงกว้างๆ จะได้ถ่ายได้ชัดๆ ไม่ใช่ครับ เพราะว่าการที่เปิดรูรับแสงกว้างจะทำให้โฟกัสวัตถุได้ยากขึ้นหลุดโฟกัสได้ง่าย หรือถ่ายกลางวันต้องใช้รูรับแสงแคบๆ ก็ไม่ได้ตายตัว เพราะรูรับแสงแคบ จะทำให้บางครั้งที่เราต้องการถ่ายภาพคนให้สวยๆ แต่ดันไปติดฉากหลังชัดหมดเลยภาพคนก็จะไม่ดูเด่น เป็นผลมาจากรูรับแสงที่แคบนั่นเองครับ ส่วนนี้เป็นเรื่องของเลนส์ที่ผมจะขอเขียนในอีกEPนึงแล้วกันครับ
สรุปคือ รูรับแสงมีหน้าที่กำหนดให้แสงเข้ากล้องมากน้อยขนาดไหน นั่นเองครับ
เลขน้อยยิ่งกว้าง เลขมากยิ่งแคบ ประมาณนี้ครับ
เป็นเคล็ดลับอีกเล็กน้อยครับ แถมให้ ปกติแล้วเวลาช่างภาพอาชีพถ่ายกัน แบบกลางๆนะครับ หรือถ่ายในสตูดิโอ เขาจะเลือกที่ประมาณ F8 ครับ ว่ากันว่า เป็นช่วงที่คมชัดที่สุดเลนส์ ผมเคยลองดูแล้ว ก็ยังไม่เห็นความต่างชัดเจนระหว่าง Fที่ใกล้ๆกันอย่าง F11 เท่าใดนัก แต่ถ้าเป็น F5.6 ล่ะก็ถึงจะเห็นความแตกต่าง
ในEPหน้าผมจะมาเล่าถึงเรื่องshutter speedครับ เพราะระหว่างรูรับแสง กับความเร็วชัตเตอร์นั้นมีความสัมพันธ์กันแบบขาดอันใดอันหนึ่งไปไม่ได้เลยทีเดียว
https://technofaq.org/
โฆษณา