26 ก.ย. 2020 เวลา 16:20 • ไลฟ์สไตล์
ตอนที่ 4
👩🏼 ผู้หญิงสวย ใส่ชุดขนมิ้งค์ฟูฟ่อง สีเขียว ยืนงงๆกับเราเล็กน้อย คุยไปคุยมา สรุปแล้วเราคือ รูมเมทที่จะอยู่ด้วยกันตลอดเทอมนี้ รูมเมทเราเป็นคนมองโกเลีย ชื่อ วีนา (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เป็นนักเรียนทุนปริญญาโท นางอยู่มา 2 ปีแล้ว ฉะนั้นภาษาจีนนางจะเก่งมาก และก็โชคดีที่นางพูดภาษาอังกฤษได้ เลยทำให้เราสื่อสารกันรู้เรื่อง
🌍 วีนาขอจัดห้องคืนนั้นเลย เพราะเค้าต้องแบ่งพื้นที่ตู้เสื้อผ้า และชั้นวางหนังสือให้เรา
วีนาบอกให้เราช่วยเอาเทปกาวแปะรอบๆขอบหน้าต่าง เพื่อกันลมหนาวที่ลอดเข้ามา ไอเดียนางดีเริศ เพราะช่วยให้ห้องอุ่นขึ้นเยอะเลย พอจัดเสร็จนางก็เอาขนมของมองโกเลียมาฝาก มันอร่อยมากกกก เรากินหมดคืนนั้นเลย
🎡 วีนาเป็นคนสะอาดมาก เราแบ่งเวรกันถูห้อง และแชร์ค่าเดทตอล ไว้ผสมถูห้องทุกวัน
ฉะนั้นห้องเราเปิดเข้ามา จะมีกลิ่นเหมือนโรงพยาบาล ถึงแม้ว่าที่พักที่นี่จะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดทุกอาทิตย์ก็ตาม แต่การทำความสะอาดห้องของแม่บ้านที่นี่ เร็วยิ่งกว่าความไวแสง กวาดถูห้อง เปลี่ยนผ้าปูไม่ถึง 10 นาทีก็เสร็จ ที่สำคัญอาอี๋ใช้ไม้ถูอันเดียว ถูตั้งแต่ห้องน้ำ ยั้นหัวเตียงเราค่ะ T T
🚞 จัดห้องเสร็จ เราก็เตรียมตัวปิดไฟจะนอนละ แต่วีนาสลัดชุดขนมิ้งค์ออก เปลี่ยนมาเป็นชุดนอนเลย และก็เริ่ม จุดเทียนแก้วประมาณ 4-5 แก้ว เราคิดในใจอิหยังวะ นางจะทำอะไร แต่ไม่กล้าถาม ซักพักเพลงมา วีนายกไม้ยกมือ พึมพำเหมือนทำพิธีบูชายันต์อะไรซักอย่าง เราก็คิดในใจเอาละเว้ยยยย ตูมาเจออะไรอีกเนี่ยยย แต่ทำได้แค่นอนนิ่งๆ แอ๊บเหมือนไม่สนใจ ทั้งที่ใจเต้นรัวๆ ประมาณ 20 นาที พิธีก็เสร็จ วีนาถึงยอมนอน เรารีบเอาหูฟังมาใส่เพื่อให้หลับเลย เพราะพรุ่งนี้เราต้องไปลงทะเบียนแต่เช้า ( ซึ่งหลังๆเราจะชินกับพิธีกรรมของวีนา เพราะไม่ว่าจะป่วย นางก็จะทำพิธีเพื่อขอพรให้หายป่วย แต่ไม่ไปหาหมอ จะสอบ อ่านหนังสือไม่ทัน วีนาก็จะทำพิธีเพื่อให้สอบได้ แทนการอ่านหนังสือ )
❄️ เช้าต่อมาอากาศเริ่มอุ่นขึ้นมา จาก -28 องศาตอนนี้เหลือ -20 องศาละ ซึ่งก็ยังหนาวอยู่ดี พวกเราต้องตื่นแต่เช้า เผื่อเวลาเดินทางไว้ 20 นาที เพราะต้องเดินฝ่าหิมะไปอีก 2 กิโลเมตร กว่าจะถึงมหาลัย เข้าไปห้องลงทะเบียน เค้าจะมีเหล่าซือคอยสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษก่อน ใครที่พอมีพื้นฐานเหล่าซือก็จะรัวจีนใส่ พร้อมจะนัดให้ไปสอบข้อเขียนอีกครั้ง เพื่อจัดสรรห้องที่เหมาะสม ส่วนเราไม่ต้องคิดมาก ยิ้มหวานๆใส่เหล่าซือแล้วขอไปที่ Class A เลยค่ะ ไม่ต้องพูดเยอะ( ที่นี่จะแบ่งการเรียนเริ่มจาก A และก็เป็น B C D E F ตาม ทักษะของแต่ละคน) กลุ่มคนไทยที่ไปด้วยกันโดนจับแยกไปอยู่คนละห้องกันหมดมีทั้งไปคลาส A บ้างและคลาส B บ้าง เวลาเรียนก็ไม่ค่อยตรงกัน การเรียนที่นี่วันนึงจะมีแค่ครึ่งวัน บางวันเรียนครึ่งเช้า บางวันครึ่งบ่าย ถือว่าไม่หนักจนเกินไป
2
🧳 สิ่งสำคัญ ในการลงทะเบียนอีกอย่างคือ “ชื่อจีน” ของแต่ละคน ไม่ว่าคุณจะสัญชาติอะไร ฝรั่งขนาดไหน ต้องใช้ชื่อจีนในการเรียนเท่านั้น เนื่องจากเราไม่ได้เตรียมชื่อจีนมา เราก็ถูกตั้งชื่อให้เสร็จสรรพ ชื่อเราคือ “ถาย่า” ซึ่งแปลว่า เจดีย์ที่ไกลสุดขอบฟ้า 55555555555555 เพลียกับความหมายชื่อตัวเองมาก แต่เราไม่เปลี่ยน เพราะเราซ้อมเขียน ชื่อจนเขียนได้แล้ว ถ้าเปลี่ยนอีก ไม่อยากมาซ้อมเขียนใหม่ อีกอย่างเราว่ามันก็จำง่ายดี อย่าไปสนใจความหมายเลย (ปลอบใจตัวเองมาก)
1
🧰 เสร็จจากลงทะเบียน เราต้องซื้อหนังสือ และอุปกรณ์การเรียนที่ร้านใต้ตึก แบกกลับหออีก 2 กิโลท่ามกลางความหนาว เดินไปก็คิดไปว่าถึงห้องเมื่อไร จะกระโดดทิ้งตัว ซุกตัวใต้ผ้าห่มให้หนำใจทีเดียว แต่เปิดห้องมา อ้าว มีหนุ่มฝรั่งมานั่งกลางห้องเฉยยย ที่สำคัญหล่อมากกกก พร้อมกลิ่นอาหารตลบอบอวล เราเองยืนงงอยู่ซักพัก เพราะฝรั่งน้อยคนนั้นพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ วีนาก็รีบเปิดประตูเข้ามา ขอโทษเราใหญ่ และก็แนะนำว่าคนนี้เป็นเพื่อนสนิทของนาง แค่นี้เราก็รู้ตัวแล้วแหล่ะว่า เรานี่ส่วนเกินแน่ๆ เลยลงไปลี้ภัยห้องน้องคนไทย ด้วยกัน ……พอดึกๆ วีนาก็ wechat มาตามให้เรากลับห้อง เพราะนางทำอาหารมองโกเลียเผื่อ แต่มันเกือบเที่ยงคืนแล้วเราเลยเลือกที่จะปฎิเสธไปก่อน อีกอย่างพรุ่งนี้เปิดเทอมวันแรกเราขอนอนเอาแรง เพื่อจะได้ไม่ง่วงและตั้งใจเรียนให้เต็มที่ เราตั้งใจแล้วว่ามาถึงนี่ต้องได้อะไรกลับไปให้เยอะที่สุด ฮึบบบบบบบบ!!!!!!
1
✨✨✨✨โปรดติดตามตอนต่อไป✨✨✨✨
โฆษณา