New Norm - Same Uniform
ช่วงนี้เวลาเดินไปไหนมาไหน ด้วยความที่ทุกคนใส่หน้ากาก ก็อาจจะมีบ่อย ๆ ที่เราเดินผ่านคนรู้จักไปโดยที่ไม่ได้ทักทายกัน
หรือบางคนอาจจะจำได้แต่ขี้เกียจทัก ก็อาศัยหน้ากากผ้าเนี่ยแหละครับ เป็นข้ออ้าง
อันนี้ก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าโดนเมิน ผมก็จะจำไว้ ...
เมื่อเช้าผมบังเอิญเดินเจอลูกค้าท่านหนึ่งริมถนน เราเห็นกันปุ๊บก็รู้ทันทีว่าเป็นคนรู้จัก ก็ทักทายกันได้เลย ไม่ต้องจ้องหน้าผากกับสบตา แล้วใช้เวลาจินตนาการถึงใบหน้าภายใต้หน้ากากแต่อย่างใด
พอเราสองคนโอภาปราศรัยกันพอสมควรและแยกจากกันมา ผมก็เดินคิดมาว่า เออ ... ทำไมเขาถึงจำผมได้ และผมก็จำเขาได้ทันทีหนอ ทั้ง ๆ ที่เราสองคนก็มีรูปร่างท่าทางปกติ ไม่ได้สูงเด่น หรือหุ่นล่ำบึ้กแต่อย่างใด
พอลองนึกทบทวบก็พบว่า ที่ผมจำแกได้ก็เพราะลูกค้าท่านนี้มีเอกลักษณ์ในการแต่งตัวที่ชัดเจน คือท่านมักจะใส่เสื้อยืดสีเข้ม กางเกงยีนส์ รองเท้าวิ่ง และสวมสูทสีกรมท่าอยู่ทุกครั้งที่พบกัน
ส่วนผม ก็ใส่อยู่แบบเดียวมาหลายปีแล้ว คือเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงแสลคสีดำหรือน้ำเงินเข้ม และสวมรองเท้าหนัง
ซึ่งก็น่าจะเป็นสาเหตุที่เราต่างจดจำกันได้ทันที
เรื่องนี้ทำให้นึกถึงบทความหนึ่งที่เคยอ่าน เมื่อนานมาแล้วตาม Link นี้ ...
เนื้อหาโดยสรุป คือเขาบอกว่าข้อดีที่สำคัญของการแต่งตัวแบบเดิม ๆ ทุกวันคือการลด "ความอ่อนล้าในการตัดสินใจ" (Decision fatigue)
เชื่อไหมครับว่าวันหนึ่ง ๆ คนเราจะตัดสินใจประมาณ 35,000 ครั้ง ถ้าจะลองนับก็อย่าลืมนับการตัดสินใจพรรค์นี้ด้วย ...
... รู้สึกตัวแล้วจะลุกเลยมั๊ย หรือนอนต่อดี?
... นี่จะแปรงฟันหรือทำธุระก่อนดี?
... แล้วเช้านี้จะกินอะไรดี?
... หรือจะขับรถไปทางไหนดี?
เราต้องตัดสินใจเรื่องน้อยใหญ่เรื่อยไปจนถึง ...
... จะกลับกี่โมงดี?
... จะนอนกี่โมงดี?
... แล้วจะตั้งนาฬิกาปลุกกี่โมง?
ฯลฯ
การคิดเรื่องพวกนี้ แม้จะเล็กน้อยแค่ไหน แต่พอทำมาก ๆ เข้าสมองก็อ่อนล้าได้
ยิ่งสำหรับคนที่ต้องทำเรื่องยาก ๆ แทนที่จะเอาพลังสมองไปใช้ตัดสินใจในเรื่องสำคัญจริง ๆ กลับต้องมาคิดเรื่องพวกนี้แทน
ผลลัพธ์ที่ได้ คือการตัดสินใจที่ผิดพลาด
นั่นคือคำอธิบายว่าทำไมบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ถึงแต่งตัวแบบเดิม ๆ เพราะเขาสามารถเอาพลังสมองไปใช้ในเรื่องที่สำคัญกว่าจริง ๆ
ในความเห็นผม ก็ต้องยอมรับว่าไม่แน่ใจหรอกครับว่า Style การแต่งตัวมันเป็น "เหตุปัจจัย" ทำให้คนประสบความสำเร็จ หรือ จริง ๆ แล้วมันเป็นแค่ "ผลลัพธ์" จาก Mindset ของคนที่ประสบความสำเร็จกันแน่
ตัวผมเองก็ยังอยู่ห่างไกลจากคำว่าประสบความสำเร็จยิ่งนัก แต่ที่มั่นใจคือการใส่ชุดในแบบเดิม ๆ มันก็มีข้อดีที่เห็นชัดคือ
1. ประหยัดเงิน เพราะเราเฉลี่ยความเก่าของเสื้อผ้าไปพร้อม ๆ กัน ทำให้ยามที่ต้องซื้อใหม่ ก็ซื้อได้พร้อม ๆ กันและได้ Volume discount บ่อย ๆ
2. ประหยัดที่เก็บในตู้ เพราะเราจะไม่ค่อยมีเสื้อผ้าตัวที่เก็บไว้เพื่อ "นาน ๆ ใส่ที" แล้วไม่ทิ้ง
3. ซักรีดง่าย คือ แม่บ้านจะชอบเพราะซักรวมได้ เวลารีดก็รีดแนวเดิม แบบเดิม ความร้อนเหมือนเดิม ทุกตัว
และข้อสุดท้าย ก็อย่างที่ผมเจอมาในตอนต้นคือ เรายังมีโอกาสประคับประคองความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ แม้ในยามที่ทุกคนต้องรักษาระยะห่างกันแบบนี้ครับ
ขอบคุณมากครับ
  • 1
โฆษณา