6 ต.ค. 2020 เวลา 03:10 • ไลฟ์สไตล์
ครู พี่เลี้ยง มนุษย์เด็ก
เขียนโดย Window M
ภาพประกอบที่ 1 และ 1.1
มาตรา 295 ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 297 "ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี
อันตรายสาหัสนั้น คือ
(1) ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียฆานประสาท
(2) เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสืบพันธุ์
(3) เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้วหรืออวัยวะอื่นใด
(4) หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว
(5) แท้งลูก
(6) จิตพิการอย่างติดตัว
(7) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บเรื้อรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต
(8) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวันหรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน"
มาตรา 391 "ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
(อ้างอิงจาก ประมวลกฎหมายอาญาไทย)
ข่าวพี่เลี้ยงทำร้ายร่างกายนักเรียนอนุบาลและเตรียมอนุบาลจนบาดเจ็บทางกายและจิตใจกำลังดังกระหึ่มทั่วประเทศไทย มันเป็นคำเตือนอย่างชัดเจนว่า บางมุมในโรงเรียนอนุบาลหรือแผนกเด็กเล็กมีความรุนแรงแอบแฝงอยู่ ทุกการกระทำของความรุนแรงและการทำร้ายมักเกิดจากเจตนาเป็นส่วนใหญ่ ไม่เคยมีการทำร้ายเด็กครั้งใดที่เกิดจากความไม่รู้จักว่าใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นคือ ความผิด หากสังเกตทุกกรณีจะพบว่าผู้กระทำมีเจตนาซุกซ่อนบาดแผลให้พ้นสายตาของผู้ปกครองเด็ก นั่นบอกชัดว่า เจตนาทำร้ายเด็กและรู้ตนว่ากำลังทำความผิดและไม่อยากให้ผู้ปกครองเห็นร่องรอยนั้น การปกปิด ซุกซ่อน และข่มขู่ เด็กจึงเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจของผู้กระทำความผิด ส่วนใหญ่ของการดำเนินคดีจึงมักเริ่มต้นที่ ประมวลกฎหมายอาญา ก่อน แล้วจึงมองหากฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆเพื่อใช้ลงโทษผู้กระทำความผิดด้วย เช่น พรบ.คุ้มครองเด็กฯ กฎหมายเกี่ยวกับครูและบุคลากรทางการศึกษา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และอื่นๆ
คนที่จะเป็นครูได้ต้องเรียนจบตามหลักสูตรครุศาสตร์หรือชื่อที่มีความหมายเดียวกัน และต้องมีใบประกอบอาชีพครู จึงสามารถเป็น ครูและทำงานด้านการสอน นักเรียน ได้ สำหรับครูด้านปฐมวัย ก็จะเรียนรู้ด้านจิตวิทยาเด็กเพิ่มเพื่อให้เข้าใจและปฏิบัติตนกับ เด็กปฐมวัย อย่างเข้าใจและถูกต้อง รวมทั้งคำเตือนเรื่อง สติในการควบคุมตนให้ดูแล ให้ความรัก ให้ความเอาใจใส่ ถ่ายทอดความรู้ ปฏิบัติต่อ เด็กเล็ก ได้ กระทรวงศึกษาธิการไทยจึงกำหนดบังคับว่า ผู้ที่มีหน้าที่สอนเด็กอนุบาล จะเรียกว่า ครูประจำชั้น ต้องจบหลักสูตรความเป็นครูเท่านั้น
พี่เลี้ยงเด็กปฐมวัย ไทยยังไม่มีกฎหมายกำหนดคุณสมบัติ ควบคุม บทลงโทษ ที่ชัดเจน เราจึงเห็นพี่เลี้ยงรับจ้างมักมีความรู้ขั้นพื้นฐานประถมศึกษาเป็นส่วนใหญ่ หากทำงานในโรงเรียน พี่เลี้ยงจะไม่มีหน้าที่สอน แต่ทำงานเป็นผู้ช่วย ครูประจำชั้น เท่านั้น งานประจำของพี่เลี้ยง คือ ดูแลด้านความปลอดภัย ด้านอนามัย อำนวยความสะดวกให้เด็กเล็ก ทำความสะอาดห้องและร่างกายให้เด็กเล็ก ปฏิบัติงานตามคำสั่งของครูประจำชั้น ถ้าทำงานเกินขอบเขตหน้าที่ จะมีบทลงโทษโรงเรียนที่ใช้บุคลากรทางการศึกษาผิดประเภทด้วย
ถ้าครูหรือพี่เลี้ยง ใช้หน้าที่ทำทารุณกรรมกับเด็กนักเรียน จนเกิดการบาดเจ็บทางกายหรือใจ ผู้กระทำความผิดนี้จะถูกกล่าวหาในหลายข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก หรือ พระราชบัญญัติครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย การลงโทษนักเรียน บทลงโทษที่จะได้รับจากการพิจารณาของศาลเป็นไปตามผลของการกระทำเป็นหลักว่าบาดเจ็บหนักเบาแค่ไหน ถ้าเด็กตาย ก็จะรับโทษประหารชีวิต จำคุกนับสิบปี เป็นต้น เป็นไปตามกฎหมายแต่ละฉบับที่ศาลนำมาใช้พิจารณาคดีนั้น
ข้ออ้างที่บรรดาครูหรือพี่เลี้ยงมักใช้อ้างหวังให้พ้นความผิดและได้ยินบ่อยๆ คือ เด็กดื้อ ไม่เชื่อฟัง ต้องลงโทษด้วยการตี การฟาดทำร้าย การใช้หมัดทุบตามร่างกาย กระชากไปกระแทกผนังห้อง บิดหู หรือจิกเส้นผมหรือบังคับให้ทำเรื่องอับอายต่อหน้าเพื่อนร่วมห้อง แล้วพยายามซ่อนบาดแผลไว้ ข่มขู่มิให้เหยื่อเด็กฟ้องผู้ปกครอง นั่นยืนยันว่าผู้กระทำรู้ตนว่ากำลังทำความผิดอย่างชัดเจน หากมองพิจารณาตามคลิปวิดิโอหรือคำให้การของเด็ก จะพบว่า ผู้กระทำได้ทำอย่างรู้ตน ไม่ได้ขาดสติ ไม่ใช่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เจตนาทำและสนุกกับเหยื่อเด็ก ตามสันดานดิบของสัตว์ที่มักชอบข่มเหงสัตว์ที่อ่อนแอกว่าเสมอ มันเป็นธรรมชาติของสัตว์เดรัจฉาน แต่มนุษย์จะแตกต่างจากสัตว์คือ มนุษย์มีสติและศีลธรรมควบคุมพฤติกรรมดิบเถื่อนเหล่านั้นได้
ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดบทลงโทษนักเรียนที่ทำได้ไว้ชัดเจน ไม้เรียวหรือการกระทำรุนแรงต่อร่างกายและจิตใจ ไม่ใช่วิธีลงโทษที่ครูกระทำต่อนักเรียนได้ มีดังนี้
การลงโทษ หมายความว่าการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา ที่กระทำความผิดโดยมีความมุ่งหมายเพื่อการอบรมสั่งสอน ซึ่งข้อ 5 ได้ระบุโทษที่จะลงแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด มี 4 สถาน คือ
(1) ว่ากล่าวตักเตือน
(2) ทำทัณฑ์บน
(3) ตัดคะแนนความประพฤติ
(4) ทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
(5) ห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง หรือแบบกลั่นแกล้งหรือลงโทษด้วยความโกรธ หรือด้วยความพยาบาท โดยให้คำนึกถึงอายุของนักเรียนหรือนักศึกษา และความร้ายแรงประกอบการลงโทษด้วย
(อ้างอิงจาก ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยบทลงโทษนักเรียน)
ข้อสงสัยว่าระเบียบฯนี้ออกใช้บังคับนานแล้ว ถ้าครูรุ่นเก่าแก่บอกว่าไม่รู้มาก่อน ยังพอฟังได้ แต่ครูรุ่นใหม่ที่ผ่านรั้วมหาวิทยาลัยลงโทษนอกข้อบังคับนี้มีให้เห็นบ่อยครั้ง มันเกิดอะไรกับการสร้างครูรุ่นใหม่ของไทย ครูที่ถูกจับเพราะทำทารุณกรรมกับนักเรียนเด็กไม่ใช่ครูเก่าแก่ แต่เป็นครูที่กฎหมายสิทธิเด็ก ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษ ใช้บังคับแล้ว ซึ่งไม่อาจอ้างว่า ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีระเบียบนี้ หรือมีกฎหมายห้ามทำไว้ เพราะสถานศึกษาของพวกเขาน่าจะมีการสอนให้รู้และเข้าใจบทลงโทษนี้แล้ว นั่นหมายความว่าบรรดานักศึกษาครูรู้แน่ว่า การตี ทำร้าย เด็กด้วยเหตุอ้างว่า เป็นการลงโทษด้วยความหวังดีนั้นใช้ไม่ได้อีกแล้ว พร้อมกับต้องรับโทษอาญาถ้ากระทำแบบนั้น ครูจำนวนมากใช้ความรัก ความเมตตา ในการดูแล ถ่ายทอดวิชา ให้นักเรียน ทำไมครูส่วนน้อยจึงเลือกเป็น ครูใจร้าย ปล่อยให้สันดานสัตว์เดรัจฉานอยู่เหนือสติ คุณธรรม และหน้าที่ความเป็นครูที่ดีทั้งที่เสียเวลานานกว่าจะเรียนจบเป็นครูได้ เมื่อถูกจับได้พร้อมหลักฐานและผลเสียหายจากการกระทำของครูใจร้าย การลงโทษทางกฎหมายจะตามมาเมื่อผู้ปกครองของเหยื่อเด็กต้องปกป้อง เรียกร้องความเป็นธรรมจากผู้กระทำผิด อันที่จริงนับแต่เวลาที่ครูทำร้ายนักเรียนในความดูแลของตน คนนั้นก็ไม่ถือเป็นครูอีกแล้ว หากถูกจับได้ คนนั้นจะกลายจากครูเป็นนักโทษตามขั้นตอนของกฎหมายอาญา กฎหมายคุ้มครองเด็ก กฎหมายครู ส่วนพี่เลี้ยง จะไม่ถูกลงโทษแบบผู้มีวิชาชีพครูซึ่งมีกฎหมายเฉพาะควบคุมไว้ แต่ไปใช้ประมวลกฎหมายอาญาซึ่งบังคับใช้กับคนไทยทุกสาขาอาชีพ และลงโทษตามผลของการกระทำที่เกิดขึ้น เช่น การทำร้ายร่างกายที่บาดเจ็บทางกายหรือจิตใจแบบธรรมดาหรือสาหัส มีบทลงโทษเป็นการจำคุกยาวนานต่างกันตามดุลยพินิจของศาลและตามข้อเท็จจริงของพฤติการณ์ที่เป็นคดี
ภาพประกอบที่ 2
เมื่อนักเรียนเด็กถูกทำร้ายโดยครูในสถานศึกษาซึ่งผู้ปกครองเชื่อว่า เป็นสถานที่ปลอดภัยแห่งที่สองต่อจากบ้าน มันเป็นความสะเทือนใจ ความขุ่นเคืองใจ ที่เกิดเหตุร้ายนี้แก่ลูกหลานของพวกเขา สิ่งที่ผู้บริหารโรงเรียนหรือครูจำนวนมากลืมเลือน เมินเฉย ต่อผลสืบเนื่องจากการทำร้ายกายและใจของเด็กปฐมวัย ทำลายส่วนดีงาม ใสบริสุทธิ์ ทางใจของเด็กคนนั้นยาวนาน หลังจากการถูกทรมานต่อเนื่อง ยาวนาน ผลที่เกิดกับเด็กซึ่งผู้ปกครองต้องเจ็บปวดใจมากคือ อาการหวาดกลัว ซึมเศร้า ท่าทางก้าวร้าว ใช้วาจาไม่สุภาพตามที่เคยได้ยินจากพี่เลี้ยงหรือครูพูดกับพวกเขา ดื้อแรง ร้องไห้บ่อย ไม่ยอมไปโรงเรียนเพราะกลัวจะเจอเรื่องเลวร้าย แต่ไม่อาจบอกเรื่องนั้นด้วยวาจาตามวัยของตนได้หรือโดนข่มขู่ไว้ เด็กเดินตามพ่อแม่อย่างใกล้ชิดเพราะหวังพึ่งพาและรู้สึกปลอดภัยที่สุดแม้จะอยู่ที่บ้านก็ตาม เด็กบางคนมีอาการแบบนี้ต่อเนื่องไปยาวนานหลายปีกว่าจะเป็นปกติได้ โดยการบำบัดต้องใช้คำแนะนำของจิตแพทย์และครอบครัวร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อช่วยเหลือเด็ก
ถ้าไม่อยากให้สถาบันการศึกษาเป็นที่อันตรายของนักเรียน ผู้ปกครอง สมาคมผู้ปกครองของโรงเรียน ผู้บริหาร ภาคราชการ ต้องใส่ใจในการกำหนดกฎ ระเบียบ ให้รอบคอบและใช้งานได้จริง การตรวจสอบบุคลากรในโรงเรียนและการใช้บังคับกฎต่างๆอย่างสม่ำเสมอ ต้องมีการทบทวนความรู้ กฎระเบียบ กฎหมาย คำเตือน แก่บุคลากรเป็นระยะ การคัดเลือกครูหรือพี่เลี้ยงอย่างเข้มงวดและภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับครูและสถานศึกษา กำหนดบทบาทและคำเรียกในห้องเรียนให้ชัดเจนระหว่าง ครูประจำชั้น และ พี่เลี้ยง เพื่อให้นักเรียนเข้าใจให้ถูกต้องกับสถานภาพและหน้าที่ของทั้งสอง หากเพิ่มความปลอดภัยในสถานศึกษาด้วยการติดกล้องวงจรปิด ก็ต้องมีคณะบุคคลที่รับผิดชอบการตรวจภาพในกล้องเป็นประจำแล้วเขียนรายงานครูใหญ่หรือทีมบริหารอย่างสม่ำเสมอ ผู้ปกครองมีสิทธิขอดูภาพแบบเรียลไทม์ก็ได้หรือมีขั้นตอนขอดูภาพที่ไม่ยุ่งยาก หากมีเหตุร้าย แต่ไม่รายงาน ก็เอาผิดไปตามขั้นตอนและระดับชั้นของความรับผิดชอบภายในองค์กรได้ สถาบันการศึกษาต้องกล้ายอมรับความผิดที่เกิดขึ้น กล้าแก้ไขให้ทันเวลา กล้าขอโทษผู้ปกครองเมื่อความผิดพลาดเกิดขึ้น นั่นจะรักษาความเชื่อใจของผู้ปกครองต่อสถาบันการศึกษาได้ทันเวลาและเป็นการแสดงความจริงใจจากทีมบริหารของสถาบันการศึกษานั้น
ภาคราชการต้องใช้บังคับกฎหมายกับสถาบันการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาหรือผู้แอบอ้างสถานภาพนี้อย่างจริงจัง ต้องยกเลิกใบอนุญาตเมื่อปรากฏความผิดชัดเจนโดยแยกจากกระบวนการทางกฎหมาย การขึ้นบัญชีดำแก่ผู้ที่ยกเลิกใบอนุญาตฯเพื่อมิให้ทำงานเดิมได้อีกและเปิดโอกาสให้ทำร้ายเด็กได้ ควรกำหนดให้ก่อนจะทำงานเป็นครูปฐมวัยในโรงเรียน จะต้องมีใบรับรองการตรวจสุขภาพจิตจากจิตแพทย์ประกอบใบสมัครงานด้วยเพราะครูควรเป็นต้นแบบที่สมบูรณ์ทางจิตก่อน จึงสอนเด็กให้มีสุขภาพกายและใจมีคุณภาพดีได้ ถ้ามีภาวะจิตไม่ปกติ จะทำให้นักเรียนอยู่ในอันตรายและหวาดระแวงตลอดเวลาในห้องเรียน
ภาพประกอบที่ 3
ผู้ปกครองก็มีส่วนในการช่วยปกป้องลูกหลานในสถาบันการศึกษาได้ การประชุมผู้ปกครองทุกเทอมก็เสนอข้อแนะนำ คำตำหนิ ข้อสังเกต ปัญหา และแผนการ ปรับปรุงห้องเรียน ระบบการเรียน อุปกรณ์การเรียน และอื่นๆ ใส่ใจกับการตรวจสอบร่องรอยบนร่างกายเด็ก หากพบความไม่ปกติต้องสอบถามเด็กด้วยความอดทนเพื่อหาความจริง ร้องเรียน ต่อสู้ เรียกร้องหาความเป็นธรรมจากโรงเรียนอย่างเต็มที่ ตระหนักรู้ด้วยว่า การต่อสู้เพื่อหาความเป็นธรรมให้ลูก จะช่วยมิให้เด็กอื่นต้องทุกข์ทรมานจากผลกระทำของครูใจร้าย พี่เลี้ยงใจโหด ด้วย ร่วมมือร่วมใจหากต้องมีการบำบัดเด็กตามคำแนะนำของจิตแพทย์
ถ้าสถาบันการศึกษา ภาคราชการ ครอบครัวเด็ก ทำตามหน้าที่และบทบาทของตนอย่างเข้มงวดและจริงใจ ลูกหลานของเราจะเรียนรู้ เล่นสนุก ได้ในสถาบันการศึกษาอย่างปลอดภัยและครอบครัวเชื่อใจที่จะให้ลูกอยู่ในความดูแลของครูและสถาบันการศึกษแห่งนั้นได้
กล้องบันทึกเก็บภาพเด็ก ครูใจร้าย พี่เลี้ยงใจโหด ถ้าไม่ตรวจสอบภาพ ไม่รายงานผู้มีอำนาจ ความจริงนั้นถูกละเลย เท่ากับสนับสนุนให้ความรุนแรงเพิ่มทวีขึ้น เด็กจะเป็นเหยื่อไม่สิ้นสุด ถ้าใส่ใจภาพ กำจัดผู้ใหญ่ใจร้ายจริงจัง ช่วยเหลือเยียวยาจิตใจเด็กทันเวลา ครอบครัวก็ได้เด็กดี น่ารักคืนกลับมา
อย่าใช้กล้องแค่เฝ้ามอง ควรใช้กำจัดครู พี่เลี้ยง ไม่ดี เพื่อจะมีเด็กดีก้าวเดินเติบโตเป็นผู้ใหญ่มีคุณภาพให้บ้านเมืองได้
Credit
ประมวลกฎหมายอาญาไทย
พรบ.คุ้มครองเด็ก
กฎระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียน ของกระทรวงศึกษาธิการ
กฎหมายว่าด้วยครูและบุคลากรทางการศึกษา
ภาพประกอบที่ 1 และ 1.1 , ภาพประกอบที่ 2 , ภาพประกอบที่ 3 โดย Freepik.com
*****************************************
โฆษณา