6 ต.ค. 2020 เวลา 16:58 • ท่องเที่ยว
"พี่แว่น : บ้านจ่าโบ่ คนโบ๋เบ๋"
แม่ฮ่องสอนกับตัวเลขสีดำในป้ายขาว เป็นทั้งกำลังใจเมื่อใกล้ถึงและตัวอับปลีเมื่อเลขแทบไม่น้อยลงให้นักเดินทาง จะเป็นอะไร อยู่ที่สมองจะกรอง เหมือนตัวเลขบนป้ายกำลังเล่นแง่กับจิตใจเราอยู่
จุดหมายด้านหน้าลอยขึ้นฟ้า มอไซปาดเหงื่อ เสียงมันลั่นอ้อแอ้ เมื่อไหร่แม่งจะหยุดสูง
ต่อมาคือถนนที่พับงอยาว 100 เมตร แต่อันที่จริงคือระยะ 10 เมตรไปข้างหน้า และสูงขึ้นต่อเนื่องไม่โค้งงออ่อนน้อมให้เลย
การหายใจผ่านผ้าพันหน้าเริ่มมีปากช่วยเหลือจมูก สมาธิเรียกหาอากาศมากขึ้น เส้นเนื้อสีเขียวปูดโปนขึ้นมือที่กำเบรคแน่น ต่อมหน้าผุดคราบมันเอ่อเป็นเม็ดน้ำไหลผ่านกระเดือก
ผมไม่สงสัย จุดนี้คือความระยำที่อ้าแขนต้อนรับผู้มาเยือนบ้านจ่าโบ่แน่นอน
ทางสองฝั่งบีบอัดเข้ามา ต้นไม้แปลงร่างเป็นบ้านไม้ มันหลบให้เชยชมทิวทัศน์อันโหดร้ายของหมอกกับโค้งเขา ขยับหยอกล้อกันตามฟ้าบัญชา อากาศสอดแทรกตามร่องไม้เป็นเสียงอภิรมย์ถึงจิตใจของแก้วหู
ขับเลยหย่อมบ้านราว 200 กว่าเมตร ถามคุณน้าตัวกลมกับเด็กเล็กสองคน ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาในตำนานของจ่าโบ่อยู่ไหน
"ปี้ขับเลยมาแล้วเจ้า" ผมตระหนักทันที หย่อมบ้านไม้ 200 เมตรนั้นแหละ บ้านจ่าโบ่
.
"หมดแล้ว หมดเลย ใจที่เคยให้กัน" ผมมักร้องเพลงช้ำรักแบบนี้เมื่อสถานที่ท่องเที่ยวปิดทางเข้าแบบไม่ใยดี ทั้งห้อยและไม่ห้อยขา ไม่มีร้านอาหารใดเปิด ไม่มีใครทักทาย
.
มอไซเบะปากไถลตัวมาที่คาเฟ่ รถอื่นจอดประปราย 3-4 คัน ผู้ดูแลเป็นหนุ่มแว่นตาใสร่างท้วม สวมเสื้ออาเซนอล หน่วยก้านคล้ายคนเมืองใหญ่ ร้านส่งเสียงเอี้ยดอ้าดราวหนักคนบนตัว ผมวางกระเป๋าพักหน้าเคาเตอร์
.
"มาคนเดียวเหรอครับ"
"ใช่ครับ ทางยากมากเลย"
"ช่วงหลังไวรัสไม่ค่อยมีใครเปิดอะไรเท่าไหร่ ยิ่งหน้าฝนคนจะเบาๆ แต่พี่คงได้ความสงบนี่แหละ" พี่แว่นตอบ ผมก็ถือซะว่าช่วยไม่ได้ ค่อยเอาวัฒนธรรมทีหลัง
ระหว่างจิบความชื้นในแก้วและบนละอองหมอก ผมนั่งวางแผนเที่ยวสดๆร้อนๆ ไปนุ่นแวะนี่ ยิ่งไม่ง่ายด้วยการพกคนแก่สองล้อกับเด็กเปรตขี่หลัง ซักพัก พี่แว่นแกเริ่มโยนแนะนำ
แกยื่นหนังสือท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน ผมพบว่าภายในมีเนื้อหาเยอะจนขมับผมบีบโดยไม่ใช้มือ หน้าประเพณีไหว้พระ ตัดทิ้ง อาหาร อาจจะตัดทิ้ง ผมค่อยๆตัดทอน ปักหมุด ครุ่นคิด จนตะกอนแผนชั่วคราวได้ 2 วัน
และผมจะได้พักบินไปบนเมฆด้านหน้า
.
บ้านจ่าโบ่คือแหล่งชุมนุมของชนเผ่าลาหู่ดำ อพยพจากไทใหญ่ มีผู้นำคือจ่าโบ่นั่นแหละ ลูกหลานเลยตั้งชื่อหมู่บ้านตามแก ความเป็นชนเผ่าเร่ร่อนก็จะกลมเกลียวพอสมควร รากฐานจะได้อิทธิพลจากถิ่นที่ตนอยู่ ถึงมีหลายสไตล์ แต่รากคลาสสิกเดิมยังไม่ทิ้ง
ภาษาเท่าที่เงี่ยหูฟังคุณน้ากับเด็กสองคน ได้ยินคำว่าอะเซี่ยๆๆ มัวๆตั้วๆ โดยเฉพาะคำว่าละปั้วๆ อะไรที่มีป.ปลา จะเยอะ ถ้าคนเหนือมาเห็นแล้วอยากด่าความมั่วซั่วผู้เขียน ด่าเลย ยอม
"แล้วไงต่อ" ลอยขึ้นมาตอนที่คิดเรื่องข้อมูลพวกนี้ นั่นดิ ความไคร่อยากรู้ รู้แล้วก็อยากเห็น เห็นแล้ว ก็อยากสัมผัส แต่พอสัมผัสแล้ว ผมรู้สึกถึงทางตัน
กลับกลายว่าไอเดียที่รับมาคือมนุษย์มีแก่นคล้ายกัน อยู่ไหนก็ปรับตัวที่นั่น รับมา เอาตัวรอดก็ใช้สิ่งรอบตัว แต่ยังคงคราบพันธุกรรมตั้งต้นมาสมัยเด็ก หรือความคิดผมตื้นเกินจะหาความอัศจรรย์นั้นไม่พบ ก็คงก้มรับความคิดนี้ไว้แต่ผู้เดียว
หลายคำถามที่ถามคนชุมชนถึงความเจ๋งของการประมง เกี่ยวข้าว สานผลิตภัณฑ์ คือ "ไม่รู้เหมือนกัน ก็ทำๆไป" เพราะความว้าวซ่าส่วนใหญ่มาจากผู้บอกต่อ เขาพูดเป็น หาสิ่งว้าวซ่า และขยายมัน ก่อนจะเล่าออกไป
ผมกลับมองว่าความว้าวซ่าคือ ไม่รู้เหมือนกัน ก็ทำๆไปนี่แหละ แม่งคือคำตอบที่โคตรถึงแก่น
.
.
วิวก็เช่นกัน หลังจากตะลอนแดกลมบนเขามาหลายชั่วโมง ความเจ๋งไม่ใช่วิวระหว่างทาง และปลายจุดหมาย แต่มันคือจิตเราที่นำความท้าทายว่าศพกูถ้าถูกรถชนจะสวยมั้ยและฝ่าฟันรอดมาได้ นั่นคือความเจ๋ง เจ๋งในใจ ใช่รอบตัว
เหตุคือการนึกภาพขณะสูดก๋วยเตี๋ยวหรือหายใจเอาชาเข้าคอโดยใช้หมอกโรยบนเส้น และมองต้นไม้คล้ายจะเคี้ยวมันเป็นแคปหมูก็อร่อยขึ้น แต่พอกลืนลงไป แล้วไงต่อวะเนี่ย
หรือความประทับใจส่วนตัวจะไม่ใช่ทิวทัศน์ หรือ ขนบธรรมเนียมห้าดาว แต่มันคือภายในที่กำลังจดทุกอย่างในชีวิตมาตอบคำถามใหญ่ในใจกันแน่?
.
ไม่งั้นผมคงไม่เคยอิจฉาเสียงขำคนจรหน้าเซเว่นหรอก
"ผมมีเยอะแล้วครับ เอาไปได้เลย แต่ขอให้เล่มใหม่นะ เล่มเก่ามันขลังกว่า"
หลายครั้งขาที่ก้าวเข้าอนาคตยังต้องหยุดเพื่อแอบดูอดีตเหล่านี้ ถูกของพี่ สิ่งคลาสสิกจะขลังเสมอ
.
ผมไม่ได้หยุดสัมผัสความขลังจากริ้วบนหน้าผู้เฒ่าที่บ้านจ่าโบ่ดังเว็บรีวิวจำนวนมากนำมาโชว์ อย่างน้อยก็ยังปักธงความทรงจำ ว่ากูเคยมาเที่ยวแล้วไม่เจอห่าไรเลย แก่นของความเจ๋ง เจ๋งก็คือเจ๋ง เจ๋งเฉพาะตัว
ที่นี่กลายเป็นจิ๊กซอร์ชีวิตอันหนึ่ง จิ๊กซอร์ที่ไม่สามารถค้นหาข้อมูลอ่านที่ไหนได้ มันอยู่กับเราแต่แรกเริ่มแล้ว
.
.
และนี่คือการรีวิวคาเฟ่ให้พี่แว่น ขอบคุณครับ เชิญชิมได้ ถ้าไม่รถคว่ำตายก่อน
ไม่ต้องบอกว่ามาจากเพจกูแล้วขอหนังสือ เดี๋ยวกูเดือดร้อน
โฆษณา