ปูตินคืนเกียรติยศบุคคลในอดีต
โดย
นิติภูมิธณัฐ
มิ่งรุจิราลัย
คนรัสเซียส่วนใหญ่ชอบปูตินในเรื่องที่ปูตินให้เกียรติบุคคลสำคัญในอดีต ที่เห็นเด่นชัดก็คือนายเลออน ตรอตสกี
การปฏิวัติเดือนตุลาคม ค.ศ.1917 ตรอตสกีมีบทบาทพอๆ กับเลนิน
เดิมตรอตสกีสนับสนุนกลุ่มเมนเชวิค หลังจากปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.1917 แกหันมาสนับสนุนแนวทางการปฏิวัติของกลุ่มบอลเชวิคที่มีเลนินเป็นผู้นำ
ถ้าจะพูดกันอย่างเป็นธรรม คนที่ร่วมมือกันโค่นอำนาจรัฐบาลเฉพาะกาลของเคเรนสกีได้สำเร็จก็คือเลนินกับตรอตสกีนี่แหละครับ
พวกนักปฏิวัติสมัยนั้นถูกรัฐบาลพระเจ้าซาร์จับเข้าคุกกันตั้งแต่หนุ่มๆ เข้าแล้วเข้าอีก แต่ก็ไม่เคยมีใครเข็ดแขยงแขงขน ตรอตสกีจบมัธยมปลายก็ร่วมมือกับเพื่อนตั้งองค์การใต้ดินสหภาพกรรมกรรัสเซียใต้ ทำและแจกใบปลิวโจมตีราชวงศ์และนายทุน จึงถูกตำรวจจับไปขังเดี่ยวเพื่อทำลายขวัญและจิตใจ
แต่คนเหล่านี้แปลก ยิ่งโดนขังยิ่งเข้มแข็งและไม่หวาดหวั่นต่อความตาย
พระเจ้าซาร์สั่งให้ย้ายที่คุมขังตรอตสกีไปเรื่อยๆ ตรอตสกีเจอเพื่อนร่วมอุดมการณ์ในคุก แล้วก็ตั้งขบวนการปลดปล่อยประเทศกันในคุก
การติดคุกทำให้ตรอตสกีได้รู้ถึงบทบาทการปฏิวัติของสันนิบาตการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยชนชั้นแรงงานที่มีเลนินเป็นผู้นำ ซึ่งตอนนั้นเลนินกำลังพยายามตั้งพรรคปฏิวัติลัทธิมาร์กซ์
ตรอตสกีแต่งงานกับโซโคลอฟสกายาในคุก แล้วทั้งคู่ก็ถูกเนรเทศไปไซบีเรีย ต้องเปลี่ยนชื่อและนามสกุลไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ถูกจับ ตอนหลัง เมื่อติดต่อกับเลนินได้แล้ว เลนินให้ตรอตสกีไปใช้ชีวิตในต่างประเทศเพื่อหาประสบการณ์และตั้งพรรคแรงงานสังคมประชาธิปไตยรัสเซีย
ต่อมาพรรคนี้แตกเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มบอลเชวิคและกลุ่มเมนเชวิค
เมื่อปฏิวัติล้มล้างราชวงศ์โรมานอฟและรัฐบาลเฉพาะกาลได้สำเร็จ ตรอตสกีก็ได้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ตามด้วยรัฐมนตรีกระทรวงสงครามและนาวี
ตรอตสกีนี่ละครับเป็นผู้ตั้งกองทัพแดงที่ต่อสู้ชนะกองทัพรัสเซียขาว ซึ่งเป็นกองทัพที่หนุนระบอบกษัตริย์อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู
ป่วยเป็นอัมพาตเมื่อ ค.ศ.1922 เลนินก็ต้องหาคนสืบทอดอำนาจต่อจากตน ตอนนั้นมี 2 คนที่มีแสงพอที่จะเป็นผู้นำ แต่ทั้งสองคนนี่ทะเลาะกัน คือตรอตสกีกับสตาลิน
ใครๆ ก็ลงความเห็นว่าตรอตสกีเหมาะจะเป็นผู้นำพรรคมากกว่า
https://www.trtworld.com/europe/the-russian-revolution-100-years-on-11816
เลนินแนะให้ตรอตสกีโจมตีความผิดพลาดของสตาลิน แต่ตรอตสกีไม่เอา เพราะเชื่อว่าตัวเองดีกว่า เก่งกว่า ยังไงก็ต้องได้เป็นผู้นำ
สุดท้ายสตาลินก็ไปสร้างพันธมิตรใหม่ และเสนอให้มีผู้นำร่วม 3 คน คือสตาลิน ซีโนเวียฟ และคาเมเนฟ
เลนินป่วยหนักพูดไม่ได้และถึงแก่อสัญกรรมเมื่อมกราคม 1924 สตาลินก็กีดกันตรอตสกีไม่ให้เข้าร่วมในพิธีศพ จากนั้นก็ทำลายชื่อเสียงและปลดตรอตสกีจากทุกตำแหน่ง
ตรอตสกีถูกเนรเทศไปอยู่ตามประเทศต่างๆ จนถึง ค.ศ.1936 ก็ได้รับอนุญาตให้อยู่ที่เม็กซิโก แต่ระหว่างอยู่เม็กซิโกก็ยังเขียนหนังสือโจมตีสตาลินอยู่เนืองๆ
พอถึง ค.ศ.1940 สุขภาพตรอตสกีอ่อนแอมากจนน่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน แกจึงเขียนหนังสือสรุปความคิดรวบยอดของชีวิตในฐานะนักปฏิวัติลัทธิมาร์กซ์
ตอนแรกแกตั้งใจว่าจะฆ่าตัวตาย
ทว่าสตาลินสั่งให้คนปลอมตัวและใช้ที่เจาะน้ำแข็งมาตอกศีรษะตรอตสกีจนตายเมื่อ 20 สิงหาคม 1940 เลือดเปรอะต้นฉบับของหนังสือเล่มสุดท้ายในชีวิต
พวกที่ชอบตรอตสกีพยายามยกย่องตรอตสกีหลายครั้ง ไม่ว่าจะในการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตครั้งที่ 20 เมื่อ ค.ศ.1956 หรือเมื่อนายกอร์บาชอฟเป็นผู้นำโซเวียตแล้ว แต่ก็ไม่เคยมีใครกู้เกียรติและคืนสภาพทางสังคมแก่ตรอตสกี
ยกเว้นปูติน ประธานาธิบดีปูตินสั่งให้กู้เกียรติและคืนสถานภาพเดิมทางสังคมให้ตรอตสกีอย่างเป็นทางการเมื่อ 16 มิถุนายน 2001.
ความคิดเห็น
ขัดข้อง
เหมือนกันทั่วโลก และใช่ว่าจะหมดไป แม้ตอนนี้เหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ก็ยังคงดำรงอยู่สืบทอดกันดั่งเป็นทายาทกระสือก็มิปาน
8 ต.ค. เวลา 00:15