14 ต.ค. 2020 เวลา 11:25 • ปรัชญา
"ลานสนภูสอยดาวกับคนแปลกหน้า"
ผมยกมือจับหน้าอกตัวเอง
สัมผัสหัวใจที่เต้นรัวๆ หนักหน่วงจนเหมือนจะหลุดออกมาข้างนอก
เสียงลมหายใจดังกลบเสียงสายลมที่พัดผ่านเหวลึกด้านล่าง
ผมพยายามสูดหายใจให้ลึกขึ้น ลึกขึ้น ลึกขึ้น
ผ่อนลมให้ออกจากปอดช้าลง ช้าลง ช้าลง
ช้าลงจนเกือบจะเป็นปรกติ
ร่างกาย หัวใจ ลมหายใจของมนุษย์มันมีความเกี่ยวพันกันมากจนเราแทบจะคิดไม่ถึง
อีกไม่กี่ก้าว ผมก็จะพ้นเนินมรณะ เนินสุดท้ายของเส้นทางสายนี้
และก็จะเข้าสู่ยอดลานสน จุดกางเต๊นท์บนความสูง 1,633 เมตร ของอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อยู่ในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ ติดชายแดนลาว
มียอดลานสน เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวสายป่า
ตลอดฤดูฝน จนถึงฤดูหนาว แทบจะไม่มีวันไหนที่ลานสนร้างลาผู้คน
ลานสนมีทุ่งดอกหงอนนาคในธรรมชาติ ที่ใหญ่ที่สุด
มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี มีป่าสนสามใบ มีน้ำตกสายทิพย์ มีทางช้างผือก
และที่สำคัญ บนลานสนมีมิตรภาพบนเงื่อนไขที่กำลังพอดีๆ
อาจจะด้วยพื้นที่ไม่กว้างจนเกินไป ใช้เวลาเที่ยวได้ในเวลาไม่กี่ชั่วยาม
ไม่ต้องรีบร้อนจนเหนื่อยล้า
มีเวลาเหลือพอให้ทักทาย พูดคุยกับคนแปลกหน้าได้
ถ้าระดับความสัมพันธ์ของ"มนุษย์เดินทาง"ไล่เรียงจาก
คนแปลกหน้า ไปเป็นคนรู้จัก
จากคนรู้จัก กลายเป็นคนคุ้นเคย
และจากคนคุ้นเคย กลายเป็นคนสนิท
บนลานสน
คนแปลกหน้ามักจะเริ่มต้นด้วยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การท่องเที่ยว
คุยเรื่องภูเขา ทะเล แม่น้ำ ดวงดาว ผู้คน การเดินทาง
พอเริ่มเป็นคนรู้จัก ก็อาจจะถามไถ่อาชีพ หน้าที่การงาน
งานอดิเรก สิ่งที่สนใจร่วมกัน ฯลฯ
 
บางความสัมพันธ์อาจจะจบลงที่ คนรู้จัก
บางความสัมพันธ์พัฒนาจนกลายเป็นคนคุ้นเคยในอนาคต
บนลานสนมักจะเก็บเรื่องราว และความทรงจำดีๆไว้เสมอ..
น่าแปลกใจ
มนุษย์เรา...กับคนสนิท
เรามักทำร้ายกันด้วยความคิด คำพูด
ด้วยบางสิ่งที่แทบจะนิยามความหมายอันแท้จริงไม่ได้
เราอาจจะคิดว่าเราเป็นผู้รู้จริง
เราอาจจะคิดว่าเราเป็นผู้รักษา หรือเปลี่ยนโลกสมมุติใบนี้
...ถูกหรือผิดที่แท้จริงอยู่ตรงไหน
อีกไม่กี่ก้าว ผมก็จะพ้นเนินมรณะ และเหวลึกด้านล่าง
...ใจ ไม่ได้อยู่บนลานสน
มันอยู่ในที่ๆคนส่วนใหญ่..มักจะลืมมันไป
โฆษณา