Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
นักฝอย
•
ติดตาม
15 ต.ค. 2020 เวลา 07:08 • ท่องเที่ยว
"กับพี่คิ้น : ป่ามาโปรด"
เมฆนี่เจ๋ง ตอนแรกเป็นก้อนใหญ่ ครั้งงอนกัน มันแยกกันอยู่คนละหุบเขาจนเหมือนช่างหัวไอ้ลมนำพา ก่อเรื่องให้สภาพอากาศมั่วซั่วตามเขาหลายลูก สุดท้าย เลิกงอน ก็มารวมกัน
ถึงผมจะปลีกตัวออกมาลึกถึงรูทวารป่าช้า สังคมยังเป็นสิ่งซึ่งยากจะเลี่ยง ไม่พบทางกาย ก็ใช้ใจถวิลนึก
.
.
ป้ายบอกทางตำบลหมอกจำแป๋แหกถนนออกมาเป็นแยกที่ 3
สถานที่ยิงเข้าสายตาเป็นกระสุนปืนกล ผมมองหาแค่ปางอุ๋งกับบ้านรักไทย 30 กิโล (ไม่นับหลงทาง เพราะหลงแน่ๆ)
.
ทางต่ำลงจนเศษต้นข้าวกับโคลนเปรอะถนนที่เล็กลง กลิ่นดินกับมูลสัตว์หอมขมเหมือนลมเรอจากกระเพาะชนบท ด้านหน้าคือภูเขาหลายเลเยอร์ รถลัดเลาะตามบั้นเอวไปเรื่อยๆลูกต่อลูก ไม่แปลกถ้าจะเทียบกับการลูบ ค้นหาความลึกลับในสัดส่วนผู้หญิง
แต่เหมือนฟ้าดินจะเกลียดการถูกลวมลานในหน้าฝน ลมกลิ่นดินเริ่มถลำเข้าซอกผ้าปิดปาก เป็นลมโปร่งที่ทำรูจมูกโล่งและชื้นแฉะ เสียงใบไม้คุยกันชุลมุนตลอดป่า นกโดนลมอุ้มกระจายหายเป็นฝูง
มอไซชาวบ้านเริ่มสวนทางราวกับหนีบางอย่าง แต่ผมกำลังเข้าไปในบางอย่างนั้น หวังว่าจะถึงก่อนฟ้าถล่ม
25
20
15 กิโลเมตร ธรรมชาติเริ่มหัวเสีย เขวี้ยงใบไม้ยันกิ่งน้อยใหญ่ ตัวผม ณ ไหล่ซ้ายกับไหล่ขวายืนเท้าเอวทั้งคู่ ปกติข้อถกเถียงจะเกิดขึ้นระหว่างสองรูหูผมเสมอ ครั้งนี้มันพร้อมใจห่วง
และทางขึ้นล่าสุดโหดร้ายบรรลัย ป้าเบิร์ด ธงชัยบอกไว้ว่า "กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง" ผมว่าเขาอัจฉริยะที่แต่งเพลงให้เข้ากับทุกอิริยาบถของมนุษย์ขนาดนี้
"อีก 13 โลเองนะเว้ย" ผมตะโกนกับลม มันยังกรีดร้องไล่ผม ทิฐิกำลังอยากมีชัยเหนือความปลอดภัย แต่มันจะเอาปากที่ไหนไปโม้กับผู้คน ถ้าร่างกายมันเป็นศพอยู่ในหุบเขา ศักดิ์ศรีไม่ค่อยน่ากินเท่าไหร่
รถทรงตัวบนทางสูงชัน ถนนมีแค่ผมกับความดื้อดึง พื้นถนนเริ่มชื้น หน้าปัดมอไซเผยรอยกลมสีใสคล้ายสิว มันมากขึ้น และลามออกไปพร้อมเสียงกระแทกของท้องฟ้ากับพื้นดิน
ผมต้องกลับ กลับให้ทัน ก่อนที่ถนนจะเปียกกว่านี้
.
.
เปรียบเหมือนละครตลกแดกบางเรื่อง พระเอกกลัวจะโดนชู้รักพรากนางเอก เขาซิ่งรถตาหูแหก ลมหายใจอบอวลในลำคอ ปากไม่ยอมปล่อยลมออกเพราะกัดฟันเกร็ง ภาพการกลิ้งและตะครุบกิ่งไม้ลอยขึ้นมา ทิ้งรถได้ ทิ้ง อย่ารีบตาย
มันดูเว่อนะ แต่ผมคือพระเอกห่าเหวนั่น
.
.
และฟ้าก็อั้นไม่ไหว เยี่ยวโหมกระหน่ำอาบเขาทั้งลูก
ผมเจอมอไซชาวบ้านนั่งรอเจ้าของริมทางลาด ต้นไม้แก่อารีเอื้อมหลังคาบังรถ ผมขออนุญาตมัน
ป้าย 14 กิโลเมตรปางอุ๋งยิ้มแห้ง แบมือขึ้น ช่วยอะไรไม่ได้
กูติดฝน
เจ้าของมอไซไม่มีทีท่าออกมาเจอความเย็นชื้นกลางถนน เวลาไหล เสียงลำธารไหล กลิ่นธาตุในเม็ดฝนไหล ผมหยุดนิ่ง เงยหน้าอ้าปาก สำลักน้ำฝน ตัวผมไหล่ซ้ายขวาชี้หน้าขำ
ผมยืนรอรถใหญ่ หวังจะโบกลง รับไม่รับ ส่งใกล้ไกลก็น้อมรับ ขอให้พ้นโค้งอับปลีราว 3 กิโลก็พอ
.
5 นาทีต่อมอไซหนึ่งคัน บางคัน ซ้อน 3 คน ไถลลงในความลื่นนรกของถนน เบรคช้าหนึ่งวิสามารถชมโชว์มอไซดริฟลงเขาได้ แต่เขาเริงร่า บางคันก็จอดไร้เจ้าของ บางคัน ให้ตัวผมหนุน
10 กระบะราว 2 คัน ทิ้งละอองน้ำจากล้อไว้บนใบหน้าผม
15 ขบคิดแหล่งซุกหัวนอน
25 เหนื่อย แต่ไม่รู้จะยอมแพ้วิธีไหน มันยอมไม่ได้
... ไม่รู้กี่นาที กระบะคันหนึ่งหยุดตรงหน้านิ้วโป้ง
"สวัสดีครับ ขอติดรถลงด้วยได้มั้ยครับ พอดีขับไม่แข็งน่ะครับ ถ้าไม่สะดวกไม่เป็นไรนะครับ ขอบคุณครับ" เสียงฝนเร่งให้ผมตะโกน สิ่งที่สามหลังจากใบหน้าคนขับและเมีย คือเด็กบนตัก
สองคนมองหน้ากัน เสียงแอร์รถแทรกมา ผมเกรงใจบรรลัย
.
.
และคนขับก็เปิดประตูออกจากรถ กระโดดกอดได้โดยเมียไม่ตบ ผมจะทำ กะจะบอกว่ายอมเลียตีน แต่ไม่ขนาดนั้น
"ขอบคุณนะครับพี่ ผมต้องทำยังไงบ้างครับ"
"เดี๋ยวช่วยยกรถก่อนนะครับ" เราหอบรถอ้วนขึ้นท้ายกระบะ ผมประคองหากล้อลื่นโคลน
"พี่ผูกเชือกขึงด้วย" พี่ภรรยาตะโกนออกมา เราขึงมอไซ 4 ด้าน ความเปียกแฉะกลายเป็นอากาศที่ลืมว่าเคยรู้สึกมัน
ความตื้นตันกำลังโอบกอดผมอยู่
พี่ภรรยาใช้มือขวาที่ว่างจากอุ้มลูกรื้อของเบาะหลัง ทั้งเชือก จอบ คันเบ็ด และนานาเครื่องมือช่าง ลากหลบมุมให้แขก
"ผมนั่งหลังได้นะครับ เปียกไปแล้ว"
"นั่งข้างในเถอะค่ะ ตามสบายเลย"
.
.
พี่คนขับชื่อ คิ้น ร่างกายอวบแข็งแรง เสื้อกล้ามน้ำเงินเผยไหล่สีแทน ไขมันบังกล้ามไปบ้าง ภรรยาดันหน้ากากอนามัยขึ้นเร็ว มาก ทำให้บอกรูปพรรณไม่ได้ แกมีลูกสองคน ม.4 กับ อ.1
"มาเที่ยวเหรอครับ"
"ใช่ครับ ฝนตกซะก่อน" "ดีแล้วล่ะครับ ถนนลื่น เสี่ยง"
แกเหล่กระจก "เดี๋ยวผมส่งพี่ที่แม่ฮ่องสอนแล้วกันครับ"
คำว่าไม่รู้จะขอบคุณยังไงสำแดงความหมาย เป็นความรู้สึกพูดไม่ออก ลำคอแน่นตึงด้วยคำมากมาย ก้มหน้ายิ้ม เหมือนเหนื่อยแต่ทำบางอย่างสำเร็จ มันสดชื่น และนอบน้อม
.
"ช่วงนี้คนเป็นไงบ้างครับ?" ผมทำลายความเงียบ พี่คิ้นพูดไม่เก่งนัก ขนาดลำคอลูกเขายังไม่กล้ากรีดเสียงร้อง
"เงียบๆครับ แม่ฮ่องสอนจะต่างกับปาย ที่นี่สงบกว่า ฝรั่งเขาติดใจปายมากกว่า ถ้าถามหาความดั้งเดิมและสงบ ผมว่าช่วงนี้ก็เหมาะนะ" น้ำเสียงพี่คิ้นเริ่มชุ่มฉ่ำขึ้น
.
แกชี้ระหว่างทาง แนะนำชื่อหมู่บ้าน ตำบล วัดตามแต่ละชุมชน พี่คิ้นชื่นชมหมู่บ้านทุกที่ ถึงไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามรีวิว แต่เสน่ห์มีไม่แพ้กัน วิวตรงไหนกี่ล้าน ควรมิควรไปแกไม่สนใจนัก เหตุผลคงเป็นการเห็นคุณค่าในทุกชุมชนของพี่คิ้น จะสวยมันก็สวย ความนิยมกำหนดความสวยไม่ได้
.
หัวผมหันไปหลังรถ ตัวมอไซเริ่มแห้งลง แสงสะท้อนกระจกหน้าถึงดวงตา แววตามันดูมีความสุขเป็นประกาย ผมด้วย
รถจอดที่ตลาดสดข้างวัดในแม่ฮ่องสอน พาหนะถูกอุ้มลง สะบัดไรน้ำลงพื้น นาฬิกาลอยขึ้นบอกเวลาบ่ายแก่ๆ แผนใหม่ที่ตัวเมืองกำลังบังเกิด แหล่งซุกหัวนอน ข้าวที่ต้องหาคุ้ยแดก
แผนที่ไร้แผนเป็นแบบนี้แล นานาจิตตัง เวอร์ชั่นโคตรวาไรตี้
.
"อยากให้เงินตอบแทนพี่คิ้นมากๆ" ผมพูดพลันล้วงกระเป๋า
"ไม่เป็นไรครับ น้ำใจจากคนแม่ฮ่องสอน" โคตรคำคม แม่งบาดถึงทรวงเซลล์เม็ดเลือด หยาดเหงื่อถูกเยื่อใยมนุษย์ชะล้างสิ้น ระเหยไปในอากาศ
ผมลืมน้ำลายการสนทนาไปจำนวนมาก เหมือนกับผึ้งกลางเกสรงดงาม ที่หน้าที่ฐานะสิ่งมีชีวิตโชคดีคือเชยชมแม่งเท่านั้น ตักตวงห้วงอารมณ์ เก็บไปขับเคลื่อนชีวิต และส่งต่อคงเป็นการตอบแทนเท่าที่ทำได้ นอกจากก้มหัวขอบคุณ
.
.
จมูกผมหงายขึ้นฟ้า ตามองดูเมฆแม่ฮ่องสอน
ดังเมฆทุกที่บนโลก มันลอยกลับมารวมกันอีกครั้ง
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย