20 ต.ค. 2020 เวลา 17:58 • ประวัติศาสตร์
***รู้หรือไม่!!! *** จริง ๆ แล้วกองทัพทหารดินเผาของจักรพรรดิจิ๋นซีเคยมีสีสันสดใสกว่าที่คุณคิด??
ย้อนกลับไปเมื่อราวปี พ.ศ. 2517 ชาวนากลุ่มหนึ่งในเมืองซีอาน (Xi-An) ได้บังเอิญไปขุดพบหัวของทหารดินเผาโบราณจำนวนหนึ่งขณะขุดบ่อน้ำ ทีแรกพวกเขาคิดว่ามันเป็นแค่เหยือกดินเผาธรรมดาด้วยซ้ำ แต่เมื่อแจ้งเจ้าหน้าที่และขุดลึกลงไป สิ่งที่พวกเขาค้นพบคือ กองทหารดินเผาขนาดใหญ่และสุสานของจักรพรรดิจีนพระองค์แรกอย่าง “จิ๋นซีฮ่องเต้” สุสานของพระองค์นั้นนับว่ายิ่งใหญ่อลังการจนทั่วโลกขนานนามมันอย่างไม่เป็นทางการว่าเป็น สิ่งมหัศจรรย์ของโลกลำดับที่ 8 กันเลยทีเดียว
1
จากการขุดค้นนับตั้งแต่นั่นมา มีการประเมินว่าสุสานนี้มีพื้นที่กว่า 66 ตารางกิโลเมตร นับว่าใหญ่ที่สุดในบรรดาสุสานของจักรพรรดิจีน หรือ ของกษัตริย์ทุกพระองค์ทั่วโลก ประเมินกันว่ามันประกอบด้วยพระราชวังจำลอง กำแพงล้อมรอบเพื่อป้องกันภัย และรูปปั้นเสมือนจริงของทุกสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทหารดินเผา (Terracotta Army) ที่ประเมินกันว่าน่าจะมีหลายหมื่นตัวรอบพื้นที่สุสาน
ตลอดระยะเวลาการสร้างกว่า 37 ปี ด้วยพื้นที่สุสานกว่า 66 ตารางกิโลเมตร สุสานของจิ๋นซีฮ่องเต้ ทำให้มันได้ชื่อว่าเป็นสุสานที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่สร้างกันมา [1][2]
ที่น่าสนใจคือกองทหารดินเผาเหล่านี้จริงๆแล้วแต่ล่ะตัวล้วนมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างหน้าตา ทรงผม หนวด รวมถึงเสื้อผ้าและชุดเกราะที่บ่งบอกยศของทหารต้นแบบจริงๆ เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ แต่เชื่อมั้ยล่ะครับว่าครั้งหนึ่งหุ่นดินเผาเหล่านี้เคยมีสีสันที่สดใสมาก ไม่ใช่สีดินเผาเรียบๆแบบที่เราเห็นในพิพิธภัณฑ์
สาเหตุที่ทำสีเคลือบเหล่านี้หายไป อาจจะฟังดูย้อนแย้งเพราะมันเกิดจากการขุดค้นสุสานเอง เนื่องจากในขั้นตอนการสร้างหุ่นดินเผาช่างจีนโบราณจะปั้นแล้วเผาหุ่นให้เสร็จก่อนจะทาสีแล้วเคลือบเลกเกอร์หรือยางไม้เพื่อป้องกันการน้ำ แต่เมื่อมีการเปิดสุสานขึ้นอากาศและความชื้น กลับค่อยๆทำให้สีเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับอากาศจนเลกเกอร์เคลือบสีหลุดร่อนออกมาจนเหลือแค่ผิวดินเผาอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้
สีสันและชั้นยศทหาร-ทำไมช่างทำหุ่นทหารดินเผาต้องลงสี
ทำไมช่างทำหุ่นดินเผาจึงต้องลงสีทหาร เนื่องจากชาวจีนโบราณมีความเชื่อว่ามนุษย์นั้นมี 2 วิญญาณ วิญญาณหนึ่งจะมาพร้อมตอนเราเกิด อีกหนึ่งจะเป็นวิญญาณที่สวรรค์ส่งมารวมกับวิญญาณแรก เมื่อมนุษย์ตายวิญญาณแรกจะตายไปพร้อมเจ้าของร่างแต่อีกหนึ่งจะขึ้นไปสู่สรวจสวรรค์ ดังนั้นแล้วชาวจีนจึงให้ความสำคัญมากกับการระบุตัวตนและฝังศพของตนให้ดีเพื่อรอวันขึ้นสู่สวรรค์
ในกรณีของกองทหารดินเผาที่จำลองทหารที่รับใช้องค์จักรพรรดิ พวกเขาจึงใส่ใจอย่างมากกับการสร้างหุ่นดินเผาให้ใกล้เคียงตนมากที่สุด เพื่อรอวันเข้าเฝ้าและไปรับใช้องค์จักรพรรดิชั่วนิรันดร์ในโลกหลังความตาย เนื่องจากรัฐฉินเป็นรัฐทหาร พวกเขาทุกคนจึงให้ความสำคัญกับชั้นยศและชื่อเสียง เราจึงไม่แปลกใจที่จะเห็นกองทหารเหล่านี้จัดเรียงอย่างมีระเบียบตามลำดับขั้นบังคับบัญชาพร้อมด้วยอาวุธครบชุด
เทคนิคที่ช่างจีนโบราณใช้ในการลงสีหุ่นทหารดินเผาคือการใช้สีหินแร่แล่วลงทับด้วยแลกเกอร์หรือยางไม้เพื่อป้องกันความชื้น [3][4]
ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการให้เกียรติแด่ทหารต้นแบบและผสานความเชื่อเรื่องวิญญาณในโลกหลังความตายด้วยนั่นเอง อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าสีที่เคยถูกเคลือบบนทหารดินเผาส่วนมากได้หลุดร่อนไปหมดแล้วหลังจากถูกฝังมากว่า 2,200 ปี แต่เป็นเรื่องบังเอิญอย่างมากที่หุ่นดินเผาบางส่วนที่ยังไม่ได้รับการขุดค้นกลับคงสภาพสีสันดั่งเดิมได้อย่างน่าประหลาดใจ โดยเฉพาะหุ่นดินเผาที่โด่งดังที่สุดตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า ‘Chinese purple’ กลับมีสีม่วงสดใสและรายละเอียดที่ถูกรักษาไว้อย่างยอดเยี่ยมมาก
โดยปกติแล้วหุ่นดินเผาที่ยังมีสีเหลืออยู่มักถูกทาด้วยสีหลักๆ ได้แก่ สีเขียวอ่อน, สีแดงสด, สีแดงอมชมพู, ชมพู, ฟ้า, ขาวและอื่น ๆ ซึ่งมักได้มาจากสีของหินแร่ธรรมชาติต่างๆในยุคนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสีที่หายากอย่างสีม่วงซึ่งการวิเคราะห์ในปัจจุบันเผยว่าพวกมันถูกสร้างมาจากสารประกอบ barium copper silicate
หุ่นทหารดินเผาที่ถูกขนานนามว่า Chinese purple คือหนึ่งในตัวอย่างอันน่าทึ่งของกองทัพดินเผาในสภาพสมบูรณ์ที่หาได้ยากยิ่ง และในปัจจุบันเราไม่รู้ว่าสีสันเหล่านนี้สร้างด้วยวิธีใดกันแน่ เพรามันได้สาบสูญไปจากหน้าประวัติศาตร์กว่าสองพันปีแล้ว [4]
ที่แม้ในปัจจุบันก็ยากจะสังเคราะห์เลียนแบบได้ร้อยเปอร์เซนต์ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสีม่วงของจีนแบบนี้หายไปหลังจากยุคราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อนคริสตกาล - 220 AD) และวิธีที่ช่างชาวจีนโบราณปรุงแต่งสีที่หายากนี้ได้กลายเป็นปริศนา
แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีในการปกป้องสีจะก้าวหน้าไปมากเพียงใด แต่การป้องกันสีก็คงอยู่ได้เต็มที่ประมาณ 10 ปีเท่านั้น เทคโนโลยีจึงยังมีข้อจำกัดอยู่มาก ด้วยเหตุนี้ในปัจจุบันนักโบราณคดีจึงได้สำรวจกองทัพดินเผาเพียงเล็กน้อยจากทั้งหมดเท่านั้น เพราะไม่แน่ใจว่าจะสามารถรักษาหุ่นดินเผาให้คงสภาพแบบเดิมได้นานแค่ไหนนั่นเอง เราก็ได้แต่หวังว่านักวิจัยจะค้นพบวิธีรักษาได้ในเร็ววันนี้ เพราะวันหนึ่งเราอาจจะได้เห็นกองทหารดินเผาทั้งหมดที่ถูกฝังถูกนำมาอนุรักษ์ใหม่อย่างยิ่งใหญ่
โฆษณา