23 ต.ค. 2020 เวลา 04:29 • ประวัติศาสตร์
ไปค่ายแค่ครั้งเดียว ชีวิตเปลี่ยนได้ไง?
เดียววันนี้ผมจะเล่าชีวิต 2 ปีที่แล้ว เกิดขึ้นได้ไง!!!
.
ก่อนอื่น ผมคนหนึ่งไม่ค่อยชอบการเข้ากิจกรรมและงานชมรมสักเท่าไร โดยนิสัยส่วนตัวเราเรียนเทคนิคตั้งแต่ ปวช ปวส
ไม่ค่อยเข้ากิจกรรมแล้วก็จะต่อต้านและแอนตี้กับเด็กกิจกรรมมาก ชอบด่าประมาณว่าไร้สาระมาก ไม่ต้องเข้าไปแล้วกิจกรรมนั้นกิจกรรมนี้ หลังจากได้เรียนจบเทคนิคมา ได้ลองสอบเข้ามหาลัย 3 ที่ ราชมงคล 2 ม.อ.หาดใหญ่ 1 แล้วผลปรากฎว่าติดทั้ง 3 ที่ ไม่ได้เก่งเลยที่เดียว น่าจะฟลุ๊คมาก เพราะการสอบข้อเขียน ทำไม่ค่อยได้เท่าไร แต่น่าชนะตอนสอบสัมภาษณ์ ชอบโม้ให้อาจารย์ฟังมากกว่า 55555 (นิสัยส่วนตัวเด็กหลังห้อง)
.
ตอนติดครั้งแรก ผมเองเริ่มลังเล กูจะเลือกเรียนที่ไหนว่ะดี ถามรุ่นพี่หลายคนมาก โดยส่วนตัวชอบราชมงคลมาก เพราะในความฝันสายช่าง ไม่ต่อราชมงคล ก็ 3 พระจอมเกล้า แล้วก็โดยส่วนตัวไม่ชอบ ม.อ.สักเท่าไร แอนตี้มากด้วย เพราะตอนเราเรียนเทคนิคโดนเด็ก ม.อ. แอนตี้เยอะเหมือนกัน ภาพเรื่องราวเรายังจำได้เสมอ ใส่เสื้อช็อป แต่งตัวสกปรก เพราะเรียนช่างมา แต่ก่อนสายเทคนิคมันหัวรุนแรงหน่อยๆ555555 (ไม่ใช่ทุกคนน่ะ) ผมเลยไม่ค่อยชอบ ม.อ. สักเท่าไร หลังจากได้คำปรึกษาจากรุ่นพี่หลายคนแล้ว ผลออกมาได้ตัดสินใจเรียน ม.อ. โดยเหตุผลไกล้บ้าน และ ครอบครัว ( สาวเยอะด้วย 555) บลาๆๆๆ เยอะแยะมากมาย
.
เห้อออออ ไอเราก็คิดหนักมากจริงๆๆๆ
เห้ยยย กูต้องเรียน ม.อ. จริงๆหรอว่ะ มันเป็นมหาลัยที่กูแอนตี้มากเว้ย เคยโดนด่าก็เยอะ หลังจากนั้นผมเลย
ใช้คำว่า #ลองเปิดใจ ได้บอกกับตัวเองว่า #ลองเปิดใจดิ ลองเปิดใจเจออะไรใหม่ๆดิ
.
โดยส่วนตัวเราเรียนโง่มาก การเข้าเรียน ม.อ. ที่เน้นวิชาการ
ก็ต้องคิดมากดิ เพราะเราชินกับเรียนภาคปฎิบัติมากกว่า
ต้องปรับใหม่ๆเยอะแยะมากมาย ปรับแผนชีวิตการเรียนเลยที่เดียว เราก็ย้ำคำเดิมอีกต่อไป #ลองเปิดใจ ตัดสินใจเลือกต่อ ม.อ.
.
โดยใช้เหตุผลว่า "เปิดใจรับสิ่งใหม่" ( ย้ำคำนี้จริงๆ )
หลังจากเข้า ม.อ. ปุป เราก็จะยืนยันคำเดิมน่ะ แอนตี้กิจกรรมและชมรมเหมือนเดิม เข้ามาช่วงแรก ก็ได้สังเกตสังคมที่นี้ มันมี 4 รูปแบบ เด็กกิจกรรมกับเด็กไม่ชอบกิจกรรม และเด็กเรียน และเด็กไม่ค่อยตั้งใจเรียนแบบผมเลยย 555
.
เราต้องอยู่ฝั่งเราดิ 5555555 ไม่ชอบกิจกรรมและไม่ค่อยตั้งใจเรียนเหมือนเดิม เรียนไปเทอมแรก 7 ตัว ลงตามเพื่อน เพื่อนเรียนอะไร เราเรียนตามนั้น ยังเรียนชิวๆเหมือนเดิมนิสัยก็ติดเหมือนเทคนิคสายช่างเหมือนเดิม ไปสายบ้าง เพื่อนโทรปลุกบ้าง ชีวิตก็ยังวนลูบอยู่ที่เดิม ชินการเรียนสายช่างมาก เรียนสายช่างจนติดเป็นสันดานเลยที่เดียว แต่สันดานผมเปลี่ยนได้ เพราะอะไร?
.
เดียวเล่าให้ฟังต่อ.. สันดานผมเปลี่ยนได้ เพราะว่าไกล้สอบมิดเทอมนี้แหละ 55555 ตอนนั้นชีวิตไม่ขำเลย อีก 2 สัปดาห์ไกล้สอบมิดเทอม ผมเริ่มดูตารางสอบกับเพื่อนที่เรียนเทคนิคมาด้วย ปรากฏว่าตกใจมาก !!! ตกใจเพราะว่าสอบ 5 วัน 1 สัปดาห์เลยที่เดียวว แค่ดูตารางเรียนก็หลอนหมดแล้ว ยิ่งไปเรียนไกล้สอบอีก เพื่อนๆในห้องถามต่อว่า เข้าใจหัวข้อนี้ยัง เข้าใจหัวข้อนั้นยัง ผมบอกตามตรงเลย ผมหลอนหมดเลยยย
.
ตั้งแต่เรียนผมไม่เข้าใจเลยบางวิชา เช่น วิชาแมท ปวดหัวไปกันใหญ่ สอบก็ไกล้เข้ามาแล้ว อ่านหนังสือก็ยังไม่เริ่มอ่าน เป็นคืนที่นับดาวบนฟ้า ไม่แน่ใจเหมือนกันวันที่เท่าไร แต่รู้ว่าวันนี้มาถึงแล้ว วันที่ผมบอกกับตัวเองว่า
#ลองเปิดใจ น่าจะเป็นวันที่ผมรอ 3 เดือน คำว่าลองเปิดใจจริงๆมันคืออะไร คำตอบตกหล่นมาจากฟ้า คืนนั้นผมรู้คำตอบเลยที่เดียวว่า วันนี้มาถึงแล้ว
.
ผมเริ่มวางแผนชีวิตกับการสอบโดยที่แบ่งเวลาอ่านหนังสือ ติวกับเพื่อน บททวนบทเรียนย้อนหลังทั้งหมด ( มันมีเยอะกว่านี้ แต่สงสารคนอ่าน 555) สุดท้ายทุกอย่างผ่านไปด้วยดี.
.
แต่รู้สึกเหงาๆหน่อย การที่ผ่านไป 1 เทอม ชีวิตยังเหมือนเดิม ผมว่าชีวิตในมหาลัยของผมไม่ได้ต้องการแค่นี้แน่นอน เลยต้องใช้คำนี้เหมือนเดิม
#ลองเปิดใจ หลังจากผมใช้คำนี้ลองเปิดใจมาฝังในหัวใจ
ผมก็ได้บอกเพื่อนๆที่เล่นบอลตอนเย็นๆด้วยกันว่า มีอะไรให้กูช่วยชมรมไหม ชมรมไรก็ได้น่ะ กิจกรรมอะไรก็ดี เพราะผมรู้ว่าเพื่อนสายชมรม เพื่อนชอบแอบไปรู้จักสาวๆในชมรม หยอกๆ 555 ตอนนั้นรู้สึกแค่อยากช่วยจริงๆ เพราะการอยู่ในมหาลัย เรียนเพื่อไปสอบ สำหรับผมมันไม่เพียงพอแล้ว หลังจากนั้นเพื่อนได้โทรบอกลัง วันนั้นที่มึงบอกกับกูว่าอยากช่วยงานชมรม(อามิรวี)
.
มาช่วยงานชมรมกูได้ไหมตอนนี้เลย ผมเลยรีบๆแต่งตัวไปหาเพื่อน ก็ได้เข้าประชุมครั้งแรกของชมรม ฝันสลายเลยที่เดียว ผมฟังสิ่งที่พวกพี่ๆพูด ไม่รู้เรื่องเลย ผมไม่เคยเข้าชมรมไหนเลย ไม่เคยเข้ากิจกรรมด้วย หลังจากนั้นก็รู้ว่าชื่อชมรม #ชมรมภาษามลายู
.
คิดในใจมันมีด้วยหรอว่ะ เห้ย กูอยู่ ม.อ. 1 เทอม ไม่ค่อยได้ยินชื่อเลย (เพราะกูไม่ชอบตั้งแต่ตอนแรก555) หลังจากวันนั้นได้ประกาศในใจตัวเองว่า กูต้องอยู่ในชมรมนี้แล้ว มันเป็นชมรมภาษาบ้านเกิดกูด้วยย คิดอย่างเดียวอยู่ในชมรมนี้ ผมอิสระแน่นอนในการพูดคุยในชมรม (อีกอย่างในใจก็อยากได้รู้จักเพื่อนๆพี่ๆน้องๆอีกด้วย) โดยส่วนตัวคิดว่ามันคือการรวมตัวคน 3 จังหวัดมาอยู่ชมรมนี้แน่นอน
.
ผมเลยรีบตัดสินใจอยู่ในชมรมนี้เลย ไม่มีคำปฏิเสธใดๆ พอประชุมครั้งแรกเสร็จสิ้น ได้คุยกับพี่ๆทุกคนก็ได้ทำความรู้จักล่ะ หลังจากนั้นมีงานที่จะจัดขึ้นคือ meetingชมรม กำลังจะมาถึง ผมเลยได้สั่งเสื้อใส่ตอนงานนี้เลย ก็ได้ร่วมงานอย่างอบอุ่นมาก รู้สึกอิสระมากเลยได้เจอเพื่อนๆพี่ๆทุกท่าน
ได้ถามเกี่ยวกับโครงการค่าย พี่ๆก็ได้บอกว่า หลังจากนี้จะมีค่ายน่ะ แล้วก็ให้พวกน้องเป็นคนดูแลค่ายครั้งนี้
.
ผมก็คิดในใจกูจะได้ไปช่วยค่ายแล้วเว้ยยยย ความตื่นเต้นของค่ายแรกในชีวิต ( แอบดีใจจริงๆ ) พวกพี่ๆก็เรียกประชุมคนที่อยู่ปี 2 ผมก็ได้เข้าร่วมประชุมตามปกติ ปรากฎว่าผู้ชายมีน้อยกว่าผู้หญิงมาก ( ปี2 ตอนนั้นผู้ชาย 3-5 คนรู้สึกคนในชมรม)
.
ปัญหาคือผมคิดว่าผมแค่ตัวสำรองเอง แค่มาช่วยเสริมกำลังหรอก มันเป็นแบบนี้ไม่ได้ ปี2ต้องเป็นหัวหน้าฝ่าย ปี3 เป็นที่ปรึกษา โดยผมเข้ามาเทียบโอนมา 2ปีหลัง ก็เหมือนเด็กปี2 ตามความจริง (ปีสุดท้ายที่ไกล้จะจบ)
.
ผมคิดในใจเป็นหัวหน้าฝ่ายอะไรก็ได้ จะได้ช่วยให้เต็มที่ไปเลย มันพีคมากจิงๆๆๆ คุยไป คุยมา สรุปผมต้องเป็นประธานค่าย(อามิรค่าย) เห้ยยยยย คิดแล้วตลกจริงๆ ตอนแรกไม่เอาจริงๆ เพราะเราไม่เคยจัดค่ายเลย ไม่เคยไปค่าย
.
แต่ฟังจากพี่ๆเพื่อนๆเหมือนเราว่างอยู่คนเดียวเทอมนี้ เอาจริงๆคือเป็นเทอมที่มีสัมมนา มีโปรเจ็ด1 แต่ทำตัวเหมือนว่างเชยๆ ก็ตัดสินใจต้องช่วยแล้ว
สรุปตกลงตามนั้น เป็นก็คือเป็น มันพีคที่สุดคือ ผมเป็นคนแอนตี้กิจกรรมและงานชมรมมาก พอเข้ามาชมรมนี้ ผมก็ยังใช้คำเดิม #ลองเปิดใจ
.
หลังจากนี้มีหน้าที่แล้ว ผมเริ่มต้องคิดแล้ว อยู่เฉยๆไม่ได้แล้ว
เริ่มนอนไม่ค่อยหลับแล้ว กังวลจริงๆ คือผมไม่เคยทำค่ายมาก่อน วางแผนยังไงว่ะ ก็พยายามปรึกษาถามรุ่นพี่ตลอด (ขอบคุณเพื่อนคนนี้มากๆที่คุยได้ทั้งคืนทั้งวัน ทั้งเช้าและบ่าย @ฟาเดล เพื่อนรักผมสุดๆ 55 อย่าเขิล)
ถามทุกคนที่รู้จัก บินไปถามเพื่อนสงขลาบ้าง (แสดงตัวด้วยชาวสงขลา)
.
เริ่มมีการประชุมครั้งแรก ลืมเล่าไปว่า ผมพูดไม่เก่งต่อหน้าคนเยอะๆโดยเฉพาะห้องประชุม ผมตื่นเต้นสุดๆ เริ่มเครียดมากเลยยยย ผมก็ต้องยืนยันคำเดิมอีก #ลองเปิดใจ
.
หลังจากได้ประชุมครั้งแรกก็ได้แจ้งรายละเอียด แบ่งหน้าที่
เริ่มหายตื่นเต้น ผมรู้สึกอิสระจริงๆ มันอบอุ่นจนไม่มีคำอธิบายเลย
วางแผนต่อไป ประชุมกันต่อเรื่อยๆจนไกล้ถึงวันค่ายกันจริงๆ ผมเริ่มเครียดมาก สอบก็ต้องสอบ โปรเจ็คก็ต้องเสนอ ค่ายก็ต้องไป เครียดเว้ยยยยยย จริงๆตอนนั้น
.
ใช้คำเดิมอีกต่อไป #ลองเปิดใจ เป็นก้าวแรกตัดสินใจวางแผนชีวิตล่ะ เวลานี้ทำไร เวลานั้นทำไร วางแผนเรื่อยๆจนถึง4วันก่อนค่าย มีนำเสนอโปรเจ็ค ผมเครียดจริงๆ โปรเจ็คก็ต้องเสนอ ค่ายก็ไกล้ถึงแล้ว ( ลืมบอกไปว่าเครียดจนต้องตื่นละหมาดตะยุบ โดยปกติไม่ค่อยตื่น 555)
.
ทุกคนพร้อมที่จะไปจัดค่าย ผมยังไม่พร้อมอ่า ผมต้องเสนอโปรเจ็คอีก เห้อออ เขียนให้ยาวแค่ไหนก็ไม่หมดในชวนเวลานั้น เอาเป็นว่าสรุปสั้นๆน่ะ ผมวางแผนโปรเจ็ค ค่าย สอบ
3 ส่วนนี้ จัดการเวลาชีวิตช่วงนั้นหน่อย (ดูอาร์ทุกวันเยอะๆ) ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี เสร็จสิ้นในการสอบ นำเสนอโปรเจ็ค ถึงวันค่ายแล้ว พวกเราลุย ใช้คำนี้แทนเลย
.
ก่อนหน้านี้ใช้คำ #ลองเปิดใจ ถึงค่ายปุป ทุกอย่างเริ่มมันเลย ตามแผนที่ตั้งไว้ (ความเครียดก็มาอีกแล้ว ทุกคนจะถามผมว่าถ้าฝนตกทำไง) เรื่องนี้ผมต้องขอบคุณฝ่ายอีบาดะ(อามิรยี) โดยวันที่ถึงค่ายคืนนั้นละหมาดฮายัตเลย ขอพรจากพระเจ้าให้ค่ายผ่านไปด้วยดี
.
หลังจากวันนั้นฝนไม่ตกเลย ขอบคุณอัลลอห์ที่ตอบรับดูอาร์พวกเราทุกท่าน #มาเรื่องค่ายต่อ สถานการณ์ในเริ่มตึงเครียดอยู่เหมือนกัน (ไม่ขอเล่าน่ะ กลัวมันยาว) ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีมากเลยในส่วนของค่ายปี1
.
หลังจากนั้นในส่วนของเด็กตาดีกาก็ได้เข้ามาในค่าย 2คืน 2วัน กิจกรรมได้เริ่มตามแผนที่วางไว้ แล้วก็อำลาด้วยการร้องไห้ ผมไม่เคยคิดเลย ผมจะร้องไห้ตามน้องจริงๆ ผมรู้สึกได้ตามน้องๆจริง ถึงผมจะเด็กใหม่มาก ในการทำค่าย ผมไม่สามารถอธิบายความรู้สึกนี้จริงๆ มันเกิดจากเราได้สร้างความสัมพันธุ์ด้วยหัวใจ เราเลยรู้สึกมันจิงๆ การได้กอดน้องๆก่อนจากกัน มันทำให้หัวใจผมอ่อนแอเหลือเกิน
.
ต่อมา.. .ผมภูมิใจสุดๆไปเลย ไม่เคยคิดเลยว่าพวกเราแต่ล่ะฝ่ายจะทำงานสุดยอดขนาดนี้ สุดยอดจนผมไม่มีคำบรรยาย จากเด็กน้อยอย่างผม แอนตี้กิจกรรมมาก หลังจากวันนั้น ชีวิตผมก็ชอบกิจกรรมไปตลอดเลยก็ว่าได้
.
หลังจากจบค่าย ผมนั่งคิดเรื่องราวก่อนนอน 5 ชั่วโมงไม่เพียงพอจริงๆ ยังจำทุกเรื่องราวมากมายและประสบการณ์ดีๆ ที่ไม่สามารถซื้อได้จากที่ไหนเลย มันคุ้มค่ามากเลยเดียวที่เราได้ #เปิดใจ ครั้งนั้น
.
ผมขอบคุณจริงๆที่ได้ให้โอกาสในการช่วยงานครั้งนั้น (อามิรจู ) สำหรับผมมันจุดเริ่มต้นน่ะ
เรามีอะไรอีกมากมายที่จะช่วยสำหรับค่ายแบบนี้อีกน่ะ หลังจากนี้คงไม่มีอะไรมากมายแล้ว
.
ผมแค่อยากจะบอกกับทุกคนว่าลองใช้คำของผมดิ #ลองเปิดใจ คำนี้มันมีความหมายสำหรับผมจริงๆ ผมใช้ได้ทุกสถานการณ์ในชีวิตผมก็ว่าได้ ผมเริ่มการเปลี่ยนตัวเองจากคำนี้จริงๆ ผมคงต้องใช้คำนี้อีกต่อไปในชีวิต อันนี้มันแค่ส่วนหนึ่งที่เขียนมา 2 ปีที่แล้ว แล้วมาปรับแต่งความรู้สึกใหม่
.
สุดท้ายแล้วผมอยากแนะนำน้องๆว่า..
โครงการค่ายรัก(ษ์)ภาษามลายูที่ผมเคยจัดขึ้น
กำลังจะมีจัดระหว่างวันที่ 22 - 26 พฤศจิกายน 2563
เพื่อจะเปลี่ยนชีวิตคนต่อไป ถ้าน้องๆคนไหนสนใจ
ติดต่อได้ตามเพจ ชมรมภาษามลายู -BMC ม.อ.หาดใหญ่
สำหรับใครที่สนใจอยากสนับสนุนสามารถติดต่อได้ตามเพจหรือติดต่อมาในส่วนตัวผม
.
ข้อคิดที่ผมได้จากค่าย
แค่ลองเปิดใจ กับโอกาศที่ตัวเองได้สร้างขึ้นมา
แม้วันนั้นไม่เห็นอะไรเลย แต่วันนี้เปลี่ยนไปทั้งชีวิตผม
.
ใครที่อ่านจบแล้ว ขอบคุณมากๆ ผมแถมฟรีรูปภาพเท่ๆของผม เพื่อเป็นกำลังใจให้แอดมินรบกวน คอมเม้น กดแชร์ ส่งต่อให้คนรอบข้างๆของคุณด้วย ^^
.
โพสต์โดยแอดมิน THE MINDSET
.
ฝากกดติดตามเพจ
.
#แชร์ #ธุรกิจ #ความคิด #แรงบันดาลใจ #สมองทองคำ
#ขอบคุณทุกท่านเลยที่อ่าน
#ขอบคุณทุกฝ่ายในค่าย
#ขอบคุณทุกท่านที่มาช่วย
#ขอบคุณทีมงานบอร์ดค่าย
#ขอบคุณชาวบ้าน
#ขอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับค่ายครั้งนึ้
#Respect
#แถมรูปยิ้มให้น่ะ
โฆษณา