Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Fine’s Day วันดีมีเรื่องเล่า
•
ติดตาม
24 ต.ค. 2020 เวลา 06:23 • ท่องเที่ยว
คลื่นลมในทะเล ทำให้เรารู้สึกปั่นป่วนกระอักกระอ่วนใจ แต่ภูเขา และทุ่งนาเขียวไม่ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้น
มันเป็นความสงบ ที่เรารัก และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงชอบไปเที่ยวภูเขามากกว่าทะเลมากมายนัก
เช้าวันนี้ก็เช่นกัน ระเบียงหน้าห้องพักที่โฮมสเตย์ตานงค์ให้เราไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น ทิวเขาเขียวที่มีไอหมอกระเรื่อยเอื่อยอ้อยอิ่งเหนือยอดนั้น ให้ความรู้สึกชุ่มชื้นสงบรื่นเย็น อย่างที่เราต้องการ
อากาศชื้นเย็น พอให้เราสูดได้อย่างสดชื่นเต็มปอด ยอดข้าวแต่ละยอดในทุ่งนาโค้งงอด้วยรวงข้าวสุกปรั่ง และหยาดหยดน้ำจากน้ำค้าง เราก้าวย่างเดินอย่างระวังระหว่างที่พยายามก้มๆ เงยๆ ถ่ายรูป อย่างหวาดระแวง...กลัวงูน่ะ
เงยหน้าขึ้นมา แม่กำลังยืนอยู่ที่ระเบียง กำลังถ่ายรูปเรา เราก็เลยทำสัญญาณว่าเราจะถ่ายรูปแม่จากในทุ่งนากว้างนั้นบ้าง
แม่ไม่ลงมาเดินในทุ่งนา เราก็เลยไม่มีรูปชิคๆ แบบที่หลายคนที่มาที่พักนี้ได้มีกัน แต่ไม่เป็นไร เราหน้าสดขนาดนี้ ไม่ต้องถ่ายรูปก็ได้
บรรยากาศโฮมสเตย์ตานงค์ อำเภอปัว ยามเช้า
อาหารเช้าของที่พักไม่มีอะไรมาก เพียงข้าวต้มร้อนๆ ข้าวเหนียวสังขยา ก็พอพาเราผ่านได้ไปอีกมื้อ วันนี้เราเช็คเอาท์เร็ว เพราะใจอยากเที่ยวมีอยู่มาก จริงๆ ก็เป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่ไปเที่ยว ที่พักไม่ใช่ destination ใจเราหวังความสั่นไหว ตื่นตาตื่นใจจากการเดินทางมากกว่า
อาหารเช้าง่ายๆ ข้าวต้มหมูใส่เห็ดและผลไม้
“ขับรถกันดีๆ นะ เก่งมากัน 2 คน ทางลงเขาใส่เกียร์ต่ำไปเลยนะ จะได้ไม่ต้องเบรกจนไหม้”
คุณอาคนหนึ่งที่เจอที่ที่พักบอก
ก่อนเราจะแยกย้ายจากมา เพราะเค้าเป็นคนพื้นที่ จึงแนะนำวิธีขับรถระหว่างปัวไปบ่อเกลือและสันติสุขให้ ทั้งยังไม่วายแย้บไว้ว่า น่าจะไปสะปันด้วย แต่เราเวลาไม่พอจริงๆ ขอไปแค่บ่อเกลือแล้ววิ่งกลับเมืองน่านดีกว่า
จากที่พัก เราไปแวะทานพิซซ่าเห็ดจากร้านดัง ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำกันก่อน บรรยากาศดี๊ดี ทุ่งนาเขียวสุดลูกหูลูกตา กับบ้านต้นไม้ และป่าไผ่ ให้ความรู้สึกสดชื่นสุดๆ แถมพิซซ่าก็อร่อยสมคำร่ำลือ กาแฟก็เลิศ ถือว่าเป็นร้านที่คุ้มค่าจะขับฝ่าความกันดารในดงป่า และถนนลูกรังเข้ามา และถ้ามีเวลาสักนิดก็อาจจะลงไปเดินเล่นที่วังศิลาแลงได้ แต่เรามีคิวไปต่ออีกหลายที่ก็เลยต้องข้ามไป
ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ
ได้เวลาเดินทางชิลๆ คูลบนถนนลอยฟ้าสุดสวยแล้ว โดยระหว่างทางไปบ่อเกลือ เรียกได้ว่า เป็นการขับรถที่โคตรมีความสุข สองข้างทางคือป่าเขา คือเหว คือทุ่งหญ้าบนภูเขา และไอหมอก เสียดายคนขับได้แค่มองแว้บๆ
ส่วนแม่นั้น นั่งลุ้นไปตลอดทางกับทางโค้งที่โค้งแล้วโค้งอีก จนไม่ต้องคิดแล้วว่าข้างหน้ามีทางตรงไหม เราขับรถโค้งไปมาจนคิดว่าเป็นนั่งแข่งดริฟท์รถเลยทีเดียว...บอกเลยว่าโคตรสนุก
ถนนลอยฟ้า สาย 1256 ปัว-บ่อเกลือ
ถึงบ่อเกลือตอนสายๆ วันนั้นเป็นช่วงออกพรรษา ชาวบ้านไปทำบุญกัน ทิ้งบ่อเกลือที่ควรจะต้มเกลืออยู่ทุกวันให้ได้พักบ้าง บ่อเกลือวันนี้จึงไม่มีไอความร้อน และออกจากชุ่มชื้น เพราะฝนที่โปรยปรายลงมาตลอดเวลาที่เราเดินเล่นในหมู่บ้าน ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้ใช้เวลานานมาก เพราะนอกจากสะพานไม้ไผ่ ฝาย และบ่อเกลือโบราณแล้ว ร้านรวงต่างๆ ก็พอมีประปราย ที่ประทับใจหน่อยก็คงเป็นอากาศดีๆ นี่แหละ
บ่อเกลือ ที่เราไม่อินเลย
ออกจากบ่อเกลือ เดินทางบนถนนลอยฟ้าที่สวยงามนี้ต่อไปยังอำเภอสันติสุข เพราะมีหมุดหมายว่าต้องไปแวะร้านกาแฟดอยกว่าง ระหว่างทาง และคาเฟ่ที่กำลังเป็นที่นิยม นาตาทา คาเฟ่
แต่ก่อนจะถึงจุดนั้น แน่นอนว่าเราต้องแวะถ่ายภาพจุดถ่ายรูปสุดชิค โค้งหมายเลข 3 บนถนนลอยฟ้า 1081 ก่อน มุมนี้ ใครมาก็ต้องถ่ายรูปจริงๆ และมันก็สวยจริงๆ
แต่ก็ออกจะน่ากลัวหน่อย เพราะแม้ตรงช่วงเลข 3 เราจะมองเห็นว่ามีรถวิ่งลงมาหา แต่ถ้ามองไปทางขึ้นมา จะเป็นเนิน ทำให้มองได้ยากมากว่าจะมีรถมาไหม ต้องอาศัยความเร็วและระแวดระวังกันนิดนึง ถ้าจะถ่ายรูปกลางถนน
โค้งเลข 3
นอกจากการถ่ายภาพชิคๆ กลางถนนจะกำลังเป็นที่ยอดนิยมแล้ว คาเฟ่กลางทุ่งนา คาเฟ่ที่มีบันไดลอยไปยังท้องฟ้าก็เป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ชื่นชอบกัน เราจึงไม่พลาดต้องหาสถานที่ถ่ายรูปแบบนั้นบ้าง
และที่น่านก็มีคาเฟ่ นาตาทา ที่ตอบโจทย์นี้ คาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่กลางทุ่งนา และเป็นส่วนหนึ่งของโฮมสเตย์เล็กๆ ที่ดูน่ารัก น่าเสียดายที่วันที่เราไปนั้น มีนักท่องเที่ยวเยอะพอสมควร และอากาศร้อนมาก ทำให้อารมณ์ถ่ายภาพค่อนข้างหดหาย
หลังจากสั่งน้ำมาทานแก้กระหายกันแล้ว สองแม่ลูกก็ถ่ายภาพเก็บบรรยากาศไปประปราย ท่ามกลางแสงอาทิตย์และหยาดเหงื่อ
ถ้าให้รีวิวคาเฟ่นี้ก็คือ น้ำพอกินได้ วิวสวยใช้ได้ บันไดสู่ปลายฟ้า ค่อนข้างง่อนแง่นพอควร ใครมีน้ำหนักตัวมากก็อย่าขึ้นไปจะดีกว่า
นาตาทา คาเฟ่
ช่วงเย็น เราแวะไหว้พระธาตุแช่แห้งเป็นสิริมงคล ในวันออกพรรษา ก่อนจะกลับเข้าตัวเมืองน่าน เริ่มจากไหว้สักการะพระธาตุ เราอ่านตามข้อความบนป้ายหินอ่อนที่สลักคาถาไหว้สักการะพระธาตุ แล้วน้ำตาก็รื้นขึ้นมาเสียงั้น เป็นคำสักการะพระธาตุที่ดีที่สุดเท่าที่เราได้พบเห็นมาเลยทีเดียว พอไหว้เสร็จก็เดินจงกลม 3 รอบ พร้อมสวดคาถาชินบัญชร แล้วเข้าไปไหว้พระประธานในโบสถ์ ก่อนจะเดินทางไปโรงแรมที่พักคืนนี้ คือ โรงแรมศรีปันนา ซึ่งอยู่แถวๆ วัดพระธาตุเขาน้อย
พระธาตุแช่แห้ง
โรงแรมศรีปันนา
มื้อเย็นวันนี้เราฝากท้องที่ร้านอาหารที่เค้าว่าใหญ่สุดในจังหวัดแล้ว คือร้านสุริยาการ์เด้น ถึงชื่อจะฟังโบราณ แต่การจัดร้านเค้าโอเคอยู่ เป็นสวนอาหารใหญ่โตใจกลางเมือง ติดแม่น้ำน่าน อาหารแต่ละจานมาใหญ่มากและรสชาติดี เหมาะกับการพาครอบครัวและเพื่อนไปสังสรรค์แบบจัดเต็ม
จบวันที่สองของการทัวร์น่าน วันที่ 3 จะเป็นการทัวร์วัดแบบอัดแน่นจุกๆ ครบ 9 จนเป็น 10 วัดเลยทีเดียว
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย