🐣วิธีประเมินผลแบบ P-I Matrix
วันนี้ชวนคุยเรื่องของประสิทธิภาพการทำงานค่ะ
ในการทำงานให้สำเร็จ ส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญก็คือ “การประเมินผล”
เก๋มีโอกาสได้อ่านหนังสือ Future Mindset เมื่อวิธีคิดที่คุณมี ใช้กับงานในวันพรุ่งนี้ไม่ได้ ของ ศ.ดร.นภดล ร่มโพธิ์ ที่กำลังเป็น Best Seller อยู่ในตอนนี้
อ.นภดล แนะนำเครื่องมือในการประเมินผลงาน ที่เก๋เห็นว่าน่าสนใจ จึงอยากเอามาแบ่งปัน
เครื่องมือนั้นเรียกว่า P-I Matrix คือการวัดผลใน 2 ด้านได้แก่ Performance (P) หรือระดับของผลการดำเนินงาน และ Importance (I) หรือระดับความสำคัญ
เวลาวัดหรือประเมินอะไรก็ตาม ต้องประเมิน 2 ด้าน คือ เราทำสิ่งนั้นได้ดีแค่ไหน และสิ่งนั้นสำคัญกับเรามากแค่ไหน ซึ่งอาจแบ่งได้เป็น 4 ช่องตามภาพ คือ
1
1. สิ่งที่เราทำได้ดีแต่ไม่สำคัญ ช่องนี้หมายความว่าสิ่งที่เราทำอาจเป็นการทุ่มเทผิดที่ ใช้เวลาและทรัพยากรมากเกินไป เราไม่ได้ใช้เวลากับสิ่งที่สำคัญ
ยกตัวอย่างเช่น เก๋จัดแฟ้มเก่งมาก แต่มีตำแหน่งเป็นรองบรรณาธิการ หากมัวเอาเวลาไปจัดแฟ้มที่ทำได้ดีสุด ๆ ก็อาจเป็นการใช้เวลาผิดที่ ผิดจุด เพราะควรเอาเวลาไปทำสิ่งที่สำคัญมากกว่านี้ เป็นต้น
2.สิ่งที่เราทำได้ดีและมีความสำคัญ หากเป็นแบบนี้เราต้องพยายามรักษาระดับเอาไว้ เพราะเราทำได้ดีแล้ว และสิ่งนั้นก็สำคัญ
เช่นเก๋เป็นรองบรรณาธิการสำนักข่าว และมีความสามารถในการเขียนข่าวได้ดี ก็ถือว่าดีแล้วและต้องรักษาเอาไว้
3.สิ่งที่เราทำได้ไม่ดีและไม่ได้มีความสำคัญ ช่องนี้ให้ปล่อยไป เพราะเราทำถูกแล้ว
เช่นเก๋เป็นรองบรรณาธิการ และเก๋จัดแฟ้มไม่เก่ง ก็ไม่ต้องไปสนใจเพราะมันไม่ได้สำคัญกับอาชีพ
4.สิ่งที่เราทำได้ไม่ดีแต่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ช่องนี้สำคัญ เป็นจุดที่เราควรปรับปรุงตัวเองอย่างเร่งด่วน
เช่นเก๋เป็นรองบรรณาธิการ แต่ยังมีทักษะการบริหารคนไม่มาก เป็นเรื่องที่เก๋ต้องปรับปรุงและเพิ่มทักษะด้านนี้ เนื่องจากมีความสำคัญกับตำแหน่งงาน
เก๋คิดว่าการประเมินผลแบบนี้ สามารถใช้ได้กับทุกงานหรือทุกกิจกรรมที่เราทำ
ลองประเมินดูนะคะว่าสิ่งที่เราทำอยู่ เรากำลังให้ความสำคัญกับข้อไหนมากที่สุด ซึ่งควรเป็นข้อ 2 และข้อ 4 เพื่อให้งานสำเร็จได้ตามเป้าหมายค่ะ
#เป็ดวัดผล #ถึงจะเป็ดก็สำเร็จได้ #เป็ดไอดอล
    บทสรุปฉบับ แฮม แฮม
    ได้ความรู้มากครับ