4 พ.ย. 2020 เวลา 02:00 • การศึกษา
“Collaborative Helping” เครื่องมือสร้างสุดยอดทีมเวิร์ก ที่ผู้นำควรรู้
4
“การเก็บปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ไว้คนเดียว” ไม่ยอมสื่อสารกับคนในทีม
ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นกับหลายคนเมื่อต้องทำงานเป็นทีม
และนำมาซึ่งการไม่มีทีมเวิร์ก หรือก็คือไม่เกิดการทำงานร่วมกันที่ดีของคนในทีม
1
Collaborative Helping
เมื่อเกิดปัญหาในการทำงานร่วมกันของคนในทีม
คนที่ต้องมองเห็นปัญหานี้ให้เร็ว และรีบก้าวเข้ามาช่วยแก้ไข ก็คือ “ผู้นำทีม”
ผู้นำทีมที่มีแนวคิด Outward Mindset หรือก็คือ ผู้นำที่ให้ความสำคัญทุกคนในทีมไม่ต่างไปจากตนเอง จะเห็นปัญหาเหล่านี้ได้เร็วและพยายามหาทางแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น
โดยหนึ่งในเครื่องมือที่น่าสนใจที่ผู้นำทีมควรรู้
และเป็นเครื่องมือที่จะช่วยสร้าง “สุดยอดทีมเวิร์ก”
มีชื่อเรียกว่า “Collaborative Helping”
อธิบายคำจำกัดความของ Collaborative Helping แบบง่ายๆ ก็คือ เครื่องมือที่จะทำให้เกิดการช่วยเหลือแบบร่วมด้วยช่วยกัน
ซึ่งเครื่องมือนี้ เป็นเทคนิคอย่างหนึ่ง ที่จะช่วยให้ทุกคนในทีมเห็นถึงคุณค่าและความสามารถของตนเอง
3
นอกจากจะช่วยให้เห็นคุณค่าของตัวเองแล้ว เครื่องมือนี้ยังทำให้คนในทีมเห็นถึงปัญหาที่อยู่ในมือของเพื่อนร่วมทีม และเปิดโอกาสให้ร่วมด้วยช่วยกันคิดหาวิธีแก้ปัญหาเหล่านั้น ด้วยวิธีที่แต่ละคนถนัด
3
การใช้เครื่องมือ Collaborative Helping จะมี 5 ขั้นตอน ที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ คือ
1
1.เปิดเผยปัญหาของตนเอง
ทุกคนในทีมจะเขียนชื่อและปัญหาที่ตนเองไม่สามารถแก้ไขได้ลงในกระดาษ เพื่อให้ทุกคนในทีมได้เห็นพร้อมกัน
1
2.เปิดใจรับฟังปัญหาเพื่อนร่วมทีม
ให้ทุกคนในทีมอ่านปัญหาที่อยู่ในกระดาษของเพื่อนร่วมทีมแต่ละคนจนครบ
3.ค้นหาความสามารถตนเอง
ทุกคนจะเริ่มคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาของเพื่อนร่วมทีมแต่ละคน ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถปฎิบัติได้จริง ไม่ใช่เพียงการให้คำแนะนำปากเปล่า
ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น นาย ก. มีปัญหาเรื่องการแปลข้อมูลตัวเลขให้เป็นกราฟที่ดูง่าย นาย ข. ผู้เชี่ยวชาญด้านโปรแกรม Excel จึงช่วยแนะนำวิธีใช้เครื่องมือสำหรับสร้างฟอร์มที่สามารถเปลี่ยนข้อมูลเป็นกราฟ
4.แสดงการช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม
ทุกคนจะเขียนวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมทีมแต่ละคนลงในกระดาษของตนเอง แล้วนำกระดาษไปติดบนกระดาษของเพื่อนร่วมทีมผู้เป็นเจ้าของปัญหานั้น
3
5.เปิดใจรับการช่วยเหลือของเพื่อนร่วมทีม
เมื่อทุกคนกลับไปยังกระดาษที่ตนเองเขียนปัญหาไว้ จะพบวิธีช่วยเหลือต่างๆ จากเพื่อนร่วมทีม ซึ่งแต่ละคนสามารถนำมาวิเคราะห์หรือพูดคุยสอบถามระหว่างกัน เพื่อต่อยอดไปยังวิธีที่มีประสิทธิภาพในแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ในที่สุด
ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้น จากการใช้เครื่องมือ Collaborative Helping นั่นก็คือ
1.ทุกคนในทีมสามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้
2.ทุกคนในทีมได้แสดงความสามารถของตนเอง เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
3.ทุกคนในทีมได้สื่อสารและมีความเข้าใจกันมากขึ้น
1
ถึงตรงนี้ เราก็สามารถสรุปได้ว่า
เมื่อคนในทีมต้องเจอกับปัญหา การเปิดเผย การสื่อสาร และช่วยกันแก้ปัญหากันระหว่างคนในทีมนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ
และข้อดีของการมีทีม คือแต่ละคนที่มีความสามารถแตกต่างกัน ก็จะช่วยคิดวิธีการแก้ปัญหาในแบบต่างๆ ได้หลากหลาย
และ Collaborative Helping ก็คือเครื่องมือสำคัญ
ที่จะช่วยให้ผู้นำ สามารถสร้างสุดยอดทีมเวิร์กได้ นั่นเอง..
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก : https://bit.ly/31rIxal
#SEAC #lifelonglearning #YourNextU #essentialskills #upskill #reskill #OutwardMindset #Leadership #Leaderskills #OutwardMindsetleadership #ทักษะแห่งอนาคต
โฆษณา