5 พ.ย. 2020 เวลา 04:37 • ดนตรี เพลง
ผู้ชายคนนั้นกับ Mumford & Sons
วง Mumford & Sons วงโฟล์คร็อคจากอังกฤษมาแสดงในประเทศไทยเมื่อ 21 พฤศจิกายนปีที่แล้ว บทความนี้เลยขอรวมเกร็ดสนุกๆ ของพวกเขามาเมาท์กันนะคะ เพราะจริงๆ วงนี้มีแฟนคลับเป็นคนดัง และดาราฮอลลีวู้ดอีกหลายคนเลยค่ะ
ผู้ชายคนนั้นกับ Mumford & Sons
Tom Hiddleston
คนที่ทำให้สนใจวงนี้ คือพี่ทอม ฮิดเดิลสตันค่ะ เนื่องจากช่วงที่คุณพี่เขายังอัพเดทโซเชียลอยู่จะมีช่วง Song of the Day แนะนำเพลงที่ประทับใจในแต่ละวันมาฝากแฟนๆ วันหนึ่งพี่ทอมก็ได้แนะนำเพลง Below My Feet และเพลงนี้พี่ทอมยังได้เอาไปเล่นในกองถ่ายหนัง Crimson Peak อีกด้วย ซึ่งทีมงานของหนังคุณ เดวิด มาร์ที (David Marti) ซึ่งเป็น makeup specialist ของหนังได้เอาไปตัดต่อประกอบโมเมนท์น่ารักๆของพี่ทอมและทีมงานเอาไว้
เหตุผลที่พี่ทอมชอบ Mumford & Sons อันนี้ก็ไม่แปลกใจเพราะวง Mumford & Sons เป็นวงที่รักและหลงใหลในวรรณกรรมมาก อัลบั้ม Sigh No More ได้รับอิทธิพลจากวรรณกรรมของนักเขียนหลายคน ไม่ว่าจะเป็น Homer, Plato, John Steinbeck ถึงขนาดที่ว่าชื่ออัลบั้ม Sigh No More เองก็เป็นประโยคที่อ้างมาจากวรรณกรรมของ Shakespeare เรื่อง Much Ado About Nothing และในซิงเกิ้ลชื่อเดียวกันก็มีการยกประโยคจากวรรณกรรมข้างต้น ถึง 6 ครั้ง ยังไม่รวมเพลงอื่นในอัลบั้มที่ยกประโยคมาจากวรรณกรรมของ Shakespeare เช่นเดียวกัน พี่ทอมผู้ซึ่งเป็นหนุ่มสายวรรณกรรมตัวยงแถมยังชอบดนตรีแนวโฟล์คร็อค ก็ไม่แปลกใจค่ะที่จะมีวงนี้เป็นวงโปรด
พี่ทอมเคยแนะนำเพลงเอาไว้้
ดูคลิปน่ารักๆ ของพี่ทอมได้ในลิงค์
Jake Gyllenhaal
หลายคนอาจไม่รู้ว่าพี่เจค จิลเลนฮาลสนิทกับวง Mumford & Sons ถึงขั้นเคยอยู่ในวง และมีบทบาทในความรักของ มาร์คัส มัมฟอร์ด และ แครี่ มัลลิแกนด้วยค่ะ
ในปี 2011 พี่เจคกับแครี่ มีข่าวลือว่าเป็นแฟนกัน แต่กลายเป็นว่าพี่เจคกลายเป็นพ่อสื่อซะมากกว่า เนื่องจากมาร์คัสกับแครี่ เคยเป็นเพื่อนกันสมัยเด็กและเคยเป็นเพื่อนกันทางจดหมาย (pen pal ) ตอนช่วงอายุ 12 แต่ทั้งคู่ก็ได้ห่างกันไปเมื่อโตขึ้น ต่างคนต่างเอาดีในสิ่งที่ตนเองรัก แครี่เป็นนักแสดงและแสดงกับพี่เจคในเรื่อง Brothers (2009) ทำให้ทั้งคู่สนิทกัน จนกระทั่งในปี 2011 มีข่าวว่าพี่เจคได้รู้จักกับวง Mumford & Sons จนสนิทกันแล้วชวนวงไปที่ปาร์ตี้งานหนึ่งใน Nashville ซึ่งงานนั้นแครี่ก็ไปด้วย ทำให้แครี่กับมาร์คัสได้ฟื้นความหลังกันในงานนั้น และต่อมาทั้งสองก็พัฒนากลายเป็นคนรัก และแต่งงานกันมีลูกด้วยกันสองคนค่ะ
หลังจากแครี่กับมาร์คัสแต่งงานกันพี่เจคก็ยังคงสนิทกับมาร์คัสและไปเที่ยวด้วยกันเมื่อมีโอกาส พี่เจคเล่าว่าในปี 2011
ถึงขั้นที่จับพลัดจับผลูโดดขึ้นรถไฟไปร่วมทัวร์คอนเสิร์ตกับวงเฉยเลย โดยตอนนั้นพี่เจคไปดูคอนเสิร์ตของวง Mumford & Sons ที่ San Pedro, California แต่แล้วมาร์คัสก็ชวนให้ไปร่วมทัวร์ Railroad Revival Tour ด้วยกัน พี่เจคบอกว่าตอนแรกก็ไม่อยากไป เพราะปกติไม่เคยใช้ชีวิตแบบร่อนเร่พเนจรมาก่อน จะทำอะไรก็ต้องมีแผนการซักนิด เลยบอกไปว่าไม่ว่าง มาร์คัสก็คะยั้นคะยอว่า นายมีไรต้องทำนักเหรอไง พี่เจคก็บอกว่า ก็ทำโน่นทำนี่หลายอย่างอะ (ช่วงนั้นจริงๆว่างยังไม่ได้รับงานหนัง) แล้วก็ฉันไม่มีคอนแทคเลนส์คู่อื่นด้วย (พี่เจคสายตาสั้นมาก ต้องใส่คอนแทคเลนส์ไม่ก็แว่น) แต่แล้วคนอื่นๆ ก็กดดันบอกว่าขึ้นรถไปเถอะน่า!! สุดท้ายพี่เจคเลยก็ต้องตามน้ำ โดดขึ้นรถไฟไปกับเขาด้วย คุณชายเจคเลยได้เรียนรู้วิถีชีวิตแบบนักดนตรีใช้ชีวิตกับวง Mumford and Sons อยู่สองอาทิตย์ กางเกงขาดก็ต้องเย็บเอง ส่วนคอนแทคเลนส์ก็ให้แม่ส่งมาให้ แล้วก็ได้ขึ้นคอนเสิร์ตแสดงกับวงด้วยนะในตำแหน่งเป่าทรัมเป็ตค่ะ
ดูคลิปพี่เจคเป่าทรัมเปตในวง Mumford & Sons (ตอนประมาณ 01.00) คนหัวล้านๆนั่นแหละค่ะ ตอนนั้นกำลังเตรียมตัวเล่นหนัง End of Watch แต่ยังไม่เปิดกล้อง
พี่เจคกับวง เคยไปแจมเวทีกันมาแล้ว
James Corden
วง Mumford & Sons ยอมรับว่าชื่อวงของเขาเป็นชื่อโง่ๆ ที่พวกเขาตั้งขึ้นมาโดยใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงในผับชื่อ The Merry Men (ที่ก็เกือบจะเป็นชื่อวงเหมือนกัน 555) จริงๆ แล้ว มาร์คัส มัมฟอร์ด (Marcus Mumford) เบน โลเว็ตต์ (Ben Lovett) วินสตัน มาร์แชล (Winston Marshall) และเท็ด ดเวนย์ (Ted Dwane) ไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบพ่อลูกกัน ที่ตั้งแบบนี้เพราะในตอนแรก มาร์คัส มัมฟอร์ด เป็นสมาชิกที่ป๊อปปูลาร์ที่สุด พวกเขาเลยเลือกใช้นามสกุลของมาร์คัสมาตั้ง ก่อนที่ เบน จะเสนอคำว่า Sons เพิ่มขึ้นมา เพื่อสื่อความหมายว่านี่คือธุรกิจในครอบครัว อย่างไรก็ตาม ในภายหลัง มาร์คัสเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาเสียใจที่ตั้งชื่อวงแบบนั้น พวกเขาเคยมีความคิดจะเปลี่ยนชื่อวงแต่ว่าสุดท้ายก็ใช้ชื่อนี้จนชิน (แล้วแฟนๆ ก็ติดชื่อนี้ไปแล้ว) เลยไม่ได้คิดจะเปลี่ยนอีก
มุกชื่อ Mumford & Sons ยังโดนเอามาล้ออยู่บ่อยๆ ล่าสุดรายการ The Late Late Show with James Corden ของพิธีกรดัง เจมส์ คอร์เดน ยังเอาไปล้อได้อย่างสุดฮาค่ะ โดยอวบเจมส์เอาไปผูกเรื่องเป็นตุเป็นตะว่า เพิ่งไปตรวจ DNA มาแล้วพบว่า DNA ตรงกับมาร์คัส เลยคิดว่าตัวเองเป็นลูกของมาร์คัส ทั้งๆ ที่เจมส์ 41 แล้วแต่มาร์คัสเพิ่ง 32 พอเข้าไปอยู่ในวง เจมส์ก็อ้างความเป็น Son ของวงอย่างเต็มที่จนทุกคนเอือมระอา และขอลาออกไป จุดจบจะเป็นอย่างไรนั้นขอบอกว่าฮาเถิดเทิงสุดๆ
ดูเรื่องราวสุดฮาได้ในลิงค์
เจมส์ คอร์เดน กับมัมฟอร์ด และผู้ชายคนอื่นๆ
ติดตามเราได้ที่
Facebook:
โฆษณา