14 พ.ย. 2020 เวลา 23:53 • อาหาร
แป้งทนย่อยกับเทคนิคกินคาร์บยังไงไม่อ้วน "Resistance Starch"
แป้งทนย่อยกับเทคนิคกินคาร์บยังไงให้ไม่อ้วน "Resistance Starch"
ปัจจุบันภาวะโรคอ้วนมักมาจากการบริโภคอาหารจำพวกคาร์บและน้ำตาลหรือรับพลังงานในปริมาณสูงซึ่งไม่มีการนำไปใช้ ทำให้การสะสมของค่าน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น จนกลายมาเป็นไขมันสะสมของโรคอ้วนในปัจจุบัน...... ซึ่งหลายคนรู้ดีว่าการลดค่าน้ำตาลในเลือดเป็นตัวเลือกที่ดี ในการที่จะทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ ตัวเลือกแรกคือการออกกำลังกาย และตัวเลือกที่สองคือการกิน
1
การกินพืชผักนั้นจะทำให้ค่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้ นั่นเพราะว่า "Cellulose" (เซลลูโลส) หรือคาร์บที่เป็นโครงสร้างหลักของผนังเซลล์พืชที่มีอะตอมโมเลกุลสายยาว มีการทนย่อยสูง มีส่วนช่วยให้ค่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ช่วยดูดซับไขมันในลำไส้ กระตุ้นให้การขับถ่ายดี
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราต้องกินแต่ผักใบเป็นหลักขนาดนั้นเพราะสารอาหารมันต่ำนี่แหละ ในขณะที่กระเพาะเราเล็ก การกินแต่ผักอย่างเดียวเราเลยรับสารอาหารไม่พอ (แต่ในคนที่เลือกการทาน plantbased เพื่อละเว้นชีวิตสัตว์อันนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ ผมไม่ได้ต้องการโจมตีในจุดนี้)
แล้วถ้าเราทำให้คาร์บที่เรารับมีความสามารถในการทนย่อยเหมือนกับการรับไฟเบอร์จากพืชหละ? จะทำได้มั้ย?
Ans : เราทำได้ครับ และเราเรียกมันว่า "Resistance Starch" (รีซิสเทนท์ สตาร์ช และต่อไปนี้้ผมจะเรียกว่าRS) ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับจะใกล้เคียงกับ cellulose ด้วยครับ นั่นก็คือ "แป้งทนย่อย" นั่นเอง!!
หรือถ้ายังไม่เห็นภาพ...ลองนึกถึงกล้วยห่ามๆสีเขียวสีรสฝาดๆ กับกล้วยหอมสีเหลืองใกล้ดำรสหวานๆ นั่นคือค่าระดับน้ำตาลที่ร่างกายได้รับครับ ซึ่งถ้าเราทำให้ระดับน้ำตาลที่เข้าสู่กระแสเลือดช้าลงเท่าไหร่ ค่าการสะสมจนเกิดเป็นไขมันก็เกิดขึ้นได้ยากเท่านั้นครับ (แต่การออกกำลังก็ลดการสะสมของน้ำตาลในเลือดได้อยู่ดีนะ5555)
.
เมื่อเรารับ RS เข้าไป...มันจะผ่านกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก แต่จะไปพักตัวที่ลำไส้ใหญ่ และนั่นก็เป็นแหล่งอาหารให้กับแบคทีเรียในลำไส้ในการเจิญเติบโต ทำให้ความสามารถในการขับถ่าย/ ดูดซึมสารอาหารดีขึ้น ค่าไขมันในเลือดก็ลดลงเพราะแบคทีเรียย่อยแล้วได้เป็นกรดไขมันสายสั้นให้ร่างกายไปใช้เป็นพลังงานต่อ การสะสมของค่าไขมันจึงต่ำลง แถมตัวกรดไขมันสายสั้นช่วยไปกระตุ้นฮอร์โมน Leptin ที่สร้างจากเซลล์ไขมันช่วยยับยั้งความอยากอาหาร และเพิ่มระดับการเผาผลาญไขมันที่สูงขึ้น (Fat oxidative) ครับ
แล้วจะไปหา RS มากินที่ไหนหละ? ทำยังไง??
เอาจริงๆมันมีวิธีครับ เช่น ข้าวขาวนี่พวกสายโลว์คาร์บกลัวๆกันเนี่ยแหละ!! ถ้าเราเอาไปแช่เย็นจัดๆ เอาออกมาจากตู้แล้วเวฟกิน ก็ยังได้ความเป็นRS (แต่อย่าทำให้มันยากเลย เพราะมันไม่ได้อร่อย หุงแล้วมากินทันทีอร่อยกว่า555) กล้วยดิบ/ เมล็ดเจียแช่น้ำ(อย่าลืมว่ามันพองตัวเยอะมาก ฉะนั้นคิดให้ดีครับ เราอาจจะอิ่มก่อนได้รับสารอาหารเพียงพอ) / ข้าวโอ๊ตดิบ หรือเราสามารถไปเสริจ์เพิ่มในกูเกิ้ลได้ว่า "Resistance Starch food" เราก็จะรู้ได้เลยว่าอันไหนบ้างที่มีค่าระดับน้ำตาลต่ำ (Glycemic index) แต่ถ้าจะให้ง่ายขึ้น...เราก็แค่ทานผักใบเขียวสัก1ฝ่ามือในแต่ละมื้อกับข้าวขาวก็ไม่มีปัญหาแล้ว~
แต่!! ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีข้อเสียนะ! ด้วยความที่มันทนย่อย มันเลยมีการหมักหมมจนเกิดก๊าซต่างๆ ไม่ว่าจะCO²และก๊าซ Methane ซึ่งคนที่มีปัญหาเรื่องท้องอืดยิ่งทำให้อืดหนักกว่าเดิม เรอเยอะ ตดบ่อยจนข้างๆหงุดหงิด ปวดหัวด้วย ฉะนั้น...บางครั้งเราก็ไม่ต้องไปสรรหาวิธีกินอะไรมากมาย และเชื่อผมเถอะว่าเราเพียงแค่ออกกำลังกายเพิ่ม มันก็ทำให้อะไรๆดีขึ้นครับ ไม่ต้องบ้าตามกูรูให้มันมากนัก บางอย่างรู้ไว้ก็พอ เพราะสุดท้ายแล้ว basic is the best อยู่ดีแหละครับ
ส่วนนี่เป็นบทความเรื่อง "cellulose"ครับ
#FLEXtraingstudio
#FLEXtrainingteam
โฆษณา